วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ใครเป็นไอ้โม่ง ไม่อยากให้เกาหลีรวมชาติ

ใครเป็นไอ้โม่ง ไม่อยากให้เกาหลีรวมชาติ

  • Share:

อังคารวันนี้ 09.00-10.30 น. ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ทำพิธีเปิดหลักสูตรและบรรยาย “Online Marketing ทำการค้าผ่าน Facebook Fanpage และ Line@” รับใช้เพื่อนไลน์แอทไอดี @ntp5 รุ่น 3 จำนวน 40 คน ที่ห้อง King Conference ชั้น 4 ศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ

นโยบายอย่างหนึ่งซึ่งผลิตมาจาก “สภาที่ปรึกษาด้านการรวมชาติอย่างสันติ” ของสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ก็คือ Sunshine Policy เป็นนโยบายการต่างประเทศของเกาหลีใต้ที่มีต่อสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) นโยบายนี้เริ่มมีตั้งแต่ พ.ศ.2541 ในสมัยประธานาธิบดีคิมแดจุง แล้วก็ปฏิบัติต่อเนื่องมาจนถึง พ.ศ.2551 ในสมัยของประธานาธิบดีลีมยองบัก

Sunshine Policy ทำให้เกิดเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์เกาหลีอยู่หลายอย่าง อย่างเช่นการพบปะกันของผู้นำเกาหลีเหนือและประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2543 และในเดือนตุลาคม 2550

Sunshine Policy ยังนำสมาชิกของครอบครัวที่แยกจากกันเพราะสงครามเกาหลีให้ได้มาพบหน้าค่าตากัน ทำให้น้ำตาไหลท่วมประเทศทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ยังทำให้มีการลงทุนของนักธุรกิจเกาหลีใต้ในพื้นที่ของเกาหลีเหนือ ผู้อ่านท่านยังคงจำได้นะครับว่า Sunshine Policy ทำให้ประธานาธิบดีคิมแดจุงได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

“การรวมชาติระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้” เป็นนโยบายมาตั้งแต่ประธานาธิบดีปาร์คจุงฮี สมัยนั้นมีความพยายามพูดคุยกันในระดับต่างๆหลายครั้ง มีการเสนอให้จัดประชุมสภากาชาดระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เมื่อ 15 สิงหาคม 2514 มีการแถลงการณ์ร่วมระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เมื่อ 4 กรกฎาคม 2515

มีคำประกาศในวันที่ 23 มิถุนายน 2516 มีการเสนอให้มีการทำข้อตกลงไม่รุกรานกันระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในวันที่ 18 มกราคม 2517 และมีการประกาศหลักการพื้นฐาน 3 ข้อในการรวมชาติอย่างสันติ เมื่อ 15 สิงหาคม 2517

ตอนนั้น ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี ขณะที่เกาหลีทั้งสองฝันหวานว่าจะได้รวมชาติกันอยู่นั้น เรือสืบราชการลับของสหรัฐฯ ที่มีชื่อว่าเรือปูโบลก็แอบวิ่งเข้าไปในน่านน้ำของเกาหลีเหนือ และก็ไปแล่นทะเล่อทะล่าเข้าไปให้เรือตรวจการณ์ของเกาหลีเหนือจับ

18 สิงหาคม 2519 สหรัฐฯก็ตะโกนว่า มีทหารเกาหลีเหนือเข้ามา ในเขตปลอดทหารแล้วฆ่าทหารอเมริกันตายกลายเป็นผีไป 2 นาย สหรัฐฯจึงกดดันให้เกาหลีใต้ให้เปลี่ยนนโยบาย สหรัฐฯให้เกาหลีใต้เลือกว่า จะกลับไปเตรียมรวมชาติกับเกาหลีเหนือ หรือจะเลือกคบกับสหรัฐฯ ตอนนั้น เกาหลีใต้ยังยากจนข้นแค้นมาก รัฐบาลเกาหลีใต้เลือกสหรัฐฯ และทุ่มใจถวายตัวให้กับสหรัฐฯ อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู

คำประกาศในวันที่ 23 มิถุนายน และหลักการพื้นฐานในการรวมชาติอย่างสันติน่าสนใจครับ มีเนื้อหาอยู่ทั้งหมด 7 ข้อ พูดถึงความพยายามในการรวมชาติอย่างสันติ ความต่อเนื่องในการพูดคุยระหว่างเกาหลีทั้งสอง การไม่แทรกแซงและไม่รุกรานกัน การเข้าร่วมองค์กรนานาชาติ การไม่ค้านการเข้าร่วมองค์การสหประชาชาติในเวลาเดียวกันของทั้งเกาหลีเหนือและใต้ (คือยอมให้เป็นสมาชิกยูเอ็น ได้ทั้งสองประเทศ) และการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศพันธมิตร

ทุกอย่างดำเนินไปได้สวย แต่เมื่อสิงหาคม 2516 เกาหลีเหนือก็เปลี่ยนท่าทีโดยไม่รู้สาเหตุ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีก็ลุ่มๆ ดอนๆ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่ขึ้นมาแต่ละคน ก็มักจะมีนโยบายการรวมชาติมาพูดและปฏิบัติให้คนเกาหลีชื่นใจ อย่างประธานาธิบดีชอนดูฮวัน พอได้เป็นประธานาธิบดีปุ๊บ แกก็พูดถึงการแก้ปัญหาในการรวมชาติและฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและใต้ปั๊บ แกสั่งให้ส่งอาหารไปให้เกาหลีเหนือ สั่งให้มีการแลกเปลี่ยนศิลปะการแสดง จัดให้ครอบครัวที่แยกจากกันได้พบกัน ในช่วงนั้นมีการแลกเปลี่ยนโน่นนี่นั่นระหว่างสองประเทศเกิดขึ้นบานเบอะเยอะแยะ

เกาหลีเหนือเคยกระดิกพลิกตัวเรื่องการรวมชาติแรง เมื่อ 10 ตุลาคม 2523 เกาหลีเหนือถึงขนาดประกาศใช้แผนการรวมชาติที่มีชื่อ (ประเทศใหม่) ว่า Democratic Confederal Republic of Koryo แปลเป็นไทยก็คือ “สมาพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยแห่งโค-รยอ”

ในเมื่อทั้งสองประเทศเคยพยายามกันมากถึงขนาดนี้ แต่ทำไมการรวมชาติทำได้ไม่สำเร็จ พรุ่งนี้มารับใช้กันต่อครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้