วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ความเชื่อหลังความตาย พิธีศพลูกเมียกำนันม้ง ล้มวัว เรียกสอบญาติ ทำเลดีชี้ชะตา

ความเชื่อหลังความตาย พิธีศพลูกเมียกำนันม้ง ล้มวัว เรียกสอบญาติ ทำเลดีชี้ชะตา

  • Share:

เป็นข่าวเศร้าสลด เกิดเหตุลอบยิงครอบครัวนายทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต กำนันคนดังชาวม้ง ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย และเป็นประธานชมรมม้งแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 61 ทำให้ ด.ญ. ธัญญาพร ลูกสาววัย 5 ขวบ และเมียตายคาที่ ส่วนตัวกำนัน ลูกชาย วัย 3 ขวบ บาดเจ็บสาหัส โดยญาติรับศพลูกสาวกำนันชาวม้ง วัย 5 ขวบ ทำพิธีทางศาสนาตามความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 61 และฝังศพเมื่อเวลา 07.00 น. เมื่อ 28 เม.ย. เพียงศพเดียว

ข่าวนี้นอกจากสร้างความสะเทือนใจแล้ว สิ่งที่ยังคงเป็นปริศนาคาใจที่สังคมยังรอคำตอบว่า ใครกันที่กล้าทำในสิ่งที่โหดร้ายได้ถึงเพียงนี้ และเหตุใดประเพณีม้งจึง ห้ามฝังศพ เมีย และลูกของกำนันพร้อมกัน

นายทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต กำนันคนดังชาวม้ง
ไขข้อคาใจ เหตุใด ศพลูกและเมียกำนันม้ง ไม่ฝังพร้อมกัน

“ทำไม่ได้ ผิดประเพณี บ้านที่เป็นครอบครัวเดียวกันจะจัดงาน 2 ศพรวมกันไม่ได้ อีกศพต้องห้ามอยู่บ้าน เอาไปเก็บที่อื่นก่อน หากในหมู่บ้านมีคนตายหลายหลังคาก็จัดพิธีบ้านตัวเองได้”

นางรัชดา วชิรญาณ์ ประธานเครือข่ายสตรีม้งประเทศไทยชี้แจงด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พร้อมเล่าถึงธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมายาวนานหลายร้อยปี กับการห้ามฝังศพพร้อมกัน หากบังเอิญ มีหนึ่งครอบครัวมีคนตายมากกว่า 1 คนว่า เคยมีเหตุการณ์ครอบครัวหนึ่งกินเห็ดซึ่งคาดว่าจะมีพิษ และตายยกครัว ก็มีการไล่เลียงจัดพิธีฝังเร่ิมจากลูก แม่ และพ่อเป็นลำดับสุดท้าย

จำนวนวันและพิธีกรรม จัดตามสถานะ พ่อ แม่ ลูก

คนชาติพันธุ์ม้ง จะเคร่งครัดในธรรมเนียมปฏิบัติ โดยหากครอบครัวหนึ่งโชคร้าย มีคนตายมากกว่าหนึ่งศพ ดังกรณีครอบครัวของกำนันม้งนี้ พิธีศพจะจัดไล่ลำดับจากลูกไปสู่แม่ เนื่องจากผู้ที่เป็นลูกนั้นมีญาติที่ต้องมาร่ำลากันครั้งสุดท้ายน้อย จึงต้องจัดฝังก่อนผู้เป็นแม่ และจัดพิธีศพด้วยความเรียบง่าย

“คนที่เป็นลูก นับจากเวลาที่เกิดมาอยู่บนโลกนี้เป็นเวลาสั้น ถือว่าไม่มีญาติๆ มาร่วมพิธี เลี้ยงส่งวิญญาณ ก็จะถูกจัดพิธีฝังศพก่อนในแบบเรียบง่าย มีพิธีกรรมน้อย จัดแค่ 2 วัน แล้วฝังเลย ส่วนผู้เป็นแม่ จะมีพิธีกรรมเยอะ เพราะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นคนโต มีอายุบนโลกนี้นาน มีญาติพี่น้องเยอะที่ต้องมาร่ำลากัน ทุกคนก็จะมาหาเป็นครั้งสุดท้าย เพราะฉะนั้นจึงต้องจัดพิธีหลายวันกว่าผู้เป็นลูก ประมาณ 3-5 วัน” นางรัชดาชี้แจงกับทีมข่าวฯ

ความเชื่อหลังความตาย ล้มวัวก่อนฝัง ทำเลดีชี้ชะตาอนาคตลูกๆ ให้เจริญก้าวหน้า

ส่วนทำเลสำหรับการฝังศพนั้น หากเป็นเด็กจะไม่เลือกสถานที่ฝัง ขอให้มีเพียงดินขุดและฝังได้เลย แต่หากเป็นคนที่มีสถานะ ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ ต้องไปหาฮวงจุ้ยที่ดีและเหมาะสม จึงจะทำการฝังศพได้ โดยตามธรรมเนียมชาติพันธุ์ม้ง จะฝังศพในที่ดินตนเอง เพื่อญาติจะได้มาดูแลเมื่อถึงเทศกาลสำคัญ และบางคนก็มีความเชื่ออีกว่าหากฝังศพตรงบริเวณที่เลือกแล้วจะช่วยส่งผลต่อชะตาชีวิตของลูกด้วย

ในขบวนขนศพจะมีรถนำหน้าขบวนซึ่งบรรทุกข้าวของเครื่องใช้ของผู้ตาย และมีคนโปรยกระดาษขาวแทนเงินในการใช้เบิกทางไปที่ฝังศพไปตลอดเส้นทาง และก่อนฝังศพจะมีการฆ่าวัว จำนวนกี่ตัวนั้น ตามแต่ฐานะของผู้จัดงาน เพื่อทำอาหารเลี้ยงแขกที่มาร่วมงาน และเนื้อที่เหลือก็จะแบ่งปันเป็นส่วนเท่าๆ กันให้กับผู้ร่วมงานแล้ว การล้มวัวยังถือว่าช่วยให้คนตายไปถึงสวรรค์อย่างสบาย

“ฝังศพของลูกแล้ว ทำพิธีของแม่ต่อได้เลย พิธีกรรมในวันฝัง เช้ามืดจะเผากระดาษเงินกระดาษทองที่ญาติพี่น้องเอามาให้ตั้งแต่ตีสามจนถึงหกโมงเช้า แล้วกระดาษที่เผาจะห่อใส่ในโลงศพไปด้วย พอหกโมงเช้าก็จะล้มวัวให้คนตาย เพราะเชื่อว่าถ้าคนตายไปถึงสวรรค์ วัวก็เปรียบเสมือนร่ม ที่กางกันแดด ไม่ให้ร้อน ไม่เปียกฝน

คนม้งยังมีความเชื่อด้วยว่า หากเลือกทำเลฝังศพที่ดี อนาคตลูกชายจะก้าวหน้า ทำมาหากินขึ้น ได้เป็นเจ้าคนนายคน จะร่ำรวย สถานที่ฝังศพจะไกลแค่ไหนก็ได้ ไม่มีการกำหนดรัศมี ถ้าลูกหลานไปดูพื้นที่แล้วรู้สึกชอบ อยากฝังศพพ่อแม่ไว้ตรงนี้ และจะกำหนดว่าเอาหัวให้หันไปทางทิศไหนด้วย” นางรัชดากล่าว

ในการฝังศพนั้น มีพิธีการที่ทำสืบทอดกันมา คือ ผู้มาร่วมงานจะผลัดกันใช้จอบขุดหลุมขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร แล้วนำโลงศพใส่ในหลุม ปักไม้ลงไปที่ด้านหัวและท้ายของโลงศพก่อนฝังดินกลบ เพื่อจะได้รู้ตำแหน่งของโลงศพ และจะมีการนำกิ่งไม้สดมาวางบนหลุมศพ นำพวงหรีดมาวางข้างหลุมศพ และนำไม้แบกโลงศพที่ชาวม้งเรียกว่า ม้า มาตัดครึ่งเหมือนเป็นการปล่อยม้าเพื่อให้นำเอาวิญญาณผู้ตายไปส่งบนสรวงสวรรค์ ขั้นตอนสุดท้าย ผู้ที่มาร่วมงานศพจะยืนขึ้นกล่าวไว้อาลัยและเคารพศพผู้ตาย เป็นอันเสร็จพิธี

คืนสุดท้ายก่อนฝัง รวมพลญาติๆ คนในหมู่บ้าน เคลียร์หนี้สิน อีกหนึ่งพิธีกรรมสำคัญ

ทั้งนี้ในพิธีกรรมศพของชาติพันธุ์ม้ง ยังมีธรรมเนียมสำคัญอีกสิ่ง คือ การเรียกญาติผู้ตายมาไกล่เกลี่ยเรื่องหนี้สิน โดยเชื่อกันว่าจะได้ไม่เป็นเวรเป็นกรรมกับคนตายในภพชาติหน้า

“คืนสุดท้ายก่อนฝัง จะมีมีการเรียกญาติพี่น้อง หรือคนในหมู่บ้าน มาสอบหน้าศพว่า ตอนที่คนตายยังมีชีวิตอยู่ เคยไปกู้หนี้ยืมสินใครบ้าง จำนวนเท่าไหร่ หากไม่มีก็แล้วไป หากมี ก็จะมาคุยกันว่าใครจะยินยอมชดใช้หนี้ให้หมด เมื่อมีเจ้าภาพรับชำระแล้ว คนที่ทำพิธีจะบอกคนตายให้รับรู้ว่า ไม่มีหนี้สินต่อกันแล้วนะ สามารถเดินทางไปหาปู่ย่า พ่อแม่ ไปเกิดใหม่ได้ โดยไม่ต้องกังวล การทำเช่นนี้ คนม้งเชื่อว่าจะได้ไม่เป็นเวรเป็นกรรมต่อกันในชาติหน้าที่ต้องมาใช้หนี้กันอีก”

ทีมข่าวฯ ซักถามว่า การสอบแค่คำพูด จะมีความน่าเชื่อถือได้อย่างไรว่า ผู้ตายนั้นไปยืมเงิน หรือให้เงินใครยืมจริงๆ

“ตอนยังมีชีวิตอยู่ คนตายจะมีการบอกเล่าว่าไปยืมเงินใคร ใครยืมเงินไปบ้าง จะไม่มีใครกล้าที่จะแอบอ้าง เพราะคนม้งกลัวเวรกรรม และบาปกรรมมาก” ประธานเครือข่ายสตรีม้งประเทศไทยเน้นย้ำความเชื่อที่ยึดปฏิบัติกันมาหลายชั่วอายุคน

ชาติพันธ์ุม้งเชียงใหม่ เชื่อว่าฝังศพพร้อมกัน วิญญาณใดวิญญาณหนึ่งอาจไปสวรรค์ไม่ถูก

อีกหนึ่งจังหวัดของไทยที่มีคนชาติพันธุ์ม้งอาศัยอยู่ คือ เชียงใหม่ อดีตข้าราชการที่เคยศึกษาเกี่ยวกับชาติพันธุ์ม้งมานานหลายสิบปีใน อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ยืนยันกับทีมข่าวฯ อีกเสียงเช่นกันถึงความเชื่อในพิธีกรรมฝังศพ ถ้ามีงานศพพร้อมกันในบ้าน จะจัดทีละศพ เพื่อวิญญาณคนตายจะได้ไม่สับสน

“ถ้าตายคนละครอบครัวไม่เป็นไร ทำพิธีพร้อมกันได้ แต่ห้ามทำในครอบครัวเดียวกัน หมอผีที่มาทำพิธี ต้องแจ้งให้คนตายรู้ว่า เขาได้ตายไปแล้วนะ และเป็นการบอกเส้นทางไปสวรรค์ ถ้าจัดพร้อมกัน 2 ศพ หมอผี เกรงว่าวิญญาณทั้งสองจะสับสน กลัววิญญาณใดวิญญาณหนึ่ง ไม่ได้ยินการบอกทาง จึงจัดพิธีฝังศพทีละวิญญาณ

ความเชื่อดั้งเดิมต้องฝังศพอย่างเดียว ไม่มีการเผา ตายนอกบ้าน หรือเรียกง่ายๆ ว่าตายโหง จะไม่เอาศพเข้าประตูบ้าน จะเจาะฝาบ้านแล้วเอาศพไปทำพิธีกรรมในบ้านอีกหลัง ซึ่งชาวม้งจะมีบ้านที่อยู่อาศัยหลังหนึ่ง บ้านที่ทำพิธีกรรมหลังหนึ่ง อยู่ใกล้ๆ กัน มีหิ้งทำพิธี คนม้งนับถือบรรพบุรุษมากกว่า” อดีตข้าราชการสาวอธิบาย

เป่าแคน ตีกลอง อีกพิธีกรรมสำคัญ ส่งดวงวิญญาณผู้ตายไปสู่สุคติ

อย่างไรก็ดี ยังมีอีกหนึ่งพิธีสำคัญในงานศพ คือ มีการเป่าแคนตามพิธีกรรมของชาวม้ง เพื่อสวดส่งดวงวิญญาณของผู้ตายให้ไปสู่สุคติ ซึ่งการเป่าแคนจะมี 4 คน ดังนี้ คนเป่าแคนหนึ่งคน คนตีกลองหนึ่งคนที่คอยตีกลองให้เข้ากับจังหวะของแคน คนถือหน้าไม้หนึ่งคน ที่เปรียบเหมือนคอยระวังภัยให้กับพิธีศพ และคนขว้างระเบิดปิงปองหนึ่งคน แทนการยิงปืนที่ใช้กันในอดีต เพื่อข่มขวัญศัตรู ภูตผี หรือสัตว์ร้ายที่จะมารบกวนในพิธีศพ

โดยมีการเป่าแคน 4 รอบต่อวัน คือ เช้า กลางวัน เย็น และก่อนเที่ยงคืน ซึ่งตามประเพณีจะเริ่มเป่าจากข้างในบ้านของผู้ตาย แล้ววนรอบบ้าน 4 รอบ เมื่อวนครบหนึ่งรอบก็จะจุดระเบิดปิงปอง 1 ครั้ง จนครบจำนวนรอบก็จะเสร็จพิธี

“เมื่อก่อนชาวม้ง บ้านอยู่ห่างกันมาก การตีกลอง เป่าแคน คือ การบอกกล่าวว่ามีคนเสียชีวิต และชี้ทางให้วิญญาณคนตายไปสู่สุคติ ชาวม้งยังมีความเชื่อด้วยว่า ถ้าตายแล้ว ให้ไปปักกิ่ง หรือที่ชาวม้งพูดว่า เบจิง เพราะเชื่อว่าปักกิ่ง คือ เมืองหลวงของบรรพบุรุษ ตายแล้วต้องกลับไปที่นั้น จากนั้นในแต่ละวันจะมีพิธีเป่าแคน และก่อนฝังศพก็จะเป่าแคนเป็นครั้งสุดท้ายข้างๆ โลงศพ และมีการเปิดโลงให้ญาติดูศพก่อนฝัง” อดีตข้าราชการสาวทิ้งท้าย

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : สางปมสั่งตาย คนจริง กำนันม้ง โยงหักเส้นทางยา 2 พันล้าน

สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่าน

มาได้ที่ 
reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้