วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลาดกระบังโมเดล ตามรอยพระราชดำริ

“การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียนในสองด้าน คือ...หนึ่ง ส่งเสริมให้นักเรียนมีทัศนคติที่ถูกต้อง และสอง...การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานชีวิต หรืออุปนิสัยที่มั่นคงเข้มแข็ง อาทิ การสร้างบุคลิกและอุปนิสัยที่ดีงาม”...

สิ่งสำคัญอีกประการคือ “ความรู้” กับ “คุณธรรม” จะต้องเป็นเรื่องเดียวกันและ...“ประเทศชาติของเราจะเจริญหรือเสื่อมลงนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับการศึกษาของประชาชนแต่ละคนเป็นสำคัญ ผลการศึกษา อบรมในวันนี้จะเป็นเครื่องกำหนดอนาคตของชาติในวันข้างหน้า”

ข้างต้นคือ แนวทางที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้น้อมนำแนวพระราชกระแสฯด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มาปรับใช้...

“ลาดกระบังโมเดล” ปลุกพลังจิตอาสาพัฒนาชุมชนหัวตะเข้ตามรอยพระราชดำริ ร.10 สู่การเป็นชุมชนน่าอยู่ เป็นอีกฟันเฟืองชิ้นเล็กๆ ที่วันนี้มีพลังแรงขับเคลื่อน ที่จะขยายโมเดลไปสู่มหา’ลัยอื่นๆ ทั่วประเทศ

“ชุมชนหัวตะเข้” หรือ “ชุมชนหลวงพรตท่านเลี่ยม” ลาดกระบัง ผ่านการประยุกต์ใช้จุดแข็งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มุ่งหมายยกระดับคุณภาพชีวิตคนในชุมชนอย่างยั่งยืนใน 5 ด้าน ได้แก่ 1) สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการพักอาศัย 2) คนในชุมชนมีสุขอนามัยที่สมบูรณ์ แข็งแรง 3) เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม 4) สามารถประกอบอาชีพได้ด้วยอัตลักษณ์ของชุมชน

และ 5) มีสภาพสังคมที่ดีและมีสิ่งอำนวยความสะดวกชุมชนที่เหมาะสม

กิจกรรม “ชุมชนจิตอาสาร่วมใจ พระจอมเกล้าลาดกระบัง 2” เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมด้วยการจัดตั้งจุดบริการ การลงพื้นที่บำเพ็ญประโยชน์ในด้านต่างๆ ตลอดจนนำความรู้ นวัตกรรม ความเชี่ยวชาญของเหล่าคณาจารย์ นักศึกษา บุคลากรของสถาบัน เข้าไปประยุกต์ใช้

อาทิ ทาสีสะพานปูน ทำประชาพิจารณ์ชุมชนเพื่อคัดเลือกแบบสะพานไม้ใหม่ โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ร่วมกับคณะสถาปัตยกรรม–ศาสตร์...ขุดลอกลำรางสาธารณะ เปิดทางน้ำไหล พร้อมจัดทำนวัตกรรมถังดักไขมันดีไอวาย ดักไขมันต้นทางน้ำเสียที่ถูกใช้จากครัวเรือน เพื่อจัดการไขมัน ฟื้นฟูสภาพแหล่งน้ำเลียบชุมชน

เก็บผักตบชวา วัชพืชน้ำ และนำไปทำเป็นปุ๋ยชุมชน...โดยคณะเทคโนโลยีการเกษตร ส่งเสริมการทำขนมสายบัวแดง ขนมที่อยู่คู่ชุมชนอายุกว่า 100 ปี สู่การเป็นสินค้าหลัก อัตลักษณ์ประจำชุมชน...โดยคณะอุตสาหกรรมเกษตร ครัวจิตอาสา และการจัดทำไอทีชุมชน เพื่อการเข้าถึงข้อมูลและการส่งเสริมการท่องเที่ยวในอนาคต โดยคณะเทคโนโลยีการเกษตรและสำนักบริการคอมพิวเตอร์ ฯลฯ

พสธร ธีระกานตภิรัตน์ หรือ “แตงไทย” นักศึกษาปี 2 ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. บอกว่า กิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้ทำให้ได้เรียนรู้ มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นของชุมชนที่อยู่รอบข้างสถาบันอย่างแท้จริง เป็นโอกาสดีที่จะได้เอาความรู้จากห้องเรียนมาใช้พัฒนาชุมชน แม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หากมีการขยายโครงการแบบนี้ไปในวงกว้าง จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม...ประเทศได้ในอนาคต

“หากรอบบ้านของเราน่าอยู่ ในบ้านเราก็จะน่าอยู่มากยิ่งขึ้นด้วย”

กชกร ชื่นตา หรือ “กุ๊กไก่” นักศึกษาปี 2 วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง เสริมว่า กิจกรรมนี้ไม่เพียงสร้างความสนุกสนาน แต่ยังเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ การทำงานนอกห้องเรียน อาทิ การประยุกต์สิ่งของเหลือใช้รอบตัวให้กลายเป็นถังดักไขมัน เราได้ทำเพื่อชุมชนให้ชุมชนน่าอยู่ โดยยังคงความเป็นเอกลักษณ์ ดึงดูดผู้คนให้รู้จักและมาเที่ยวตลาดเก่าริมน้ำชุมชนหัวตะเข้ น่าจะช่วยเรื่องเศรษฐกิจชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) บอกว่า สจล.ออกแบบยุทธศาสตร์การพัฒนาด้วยการใช้ “ลาดกระบังโมเดล” โดยเอาศักยภาพจุดแข็งของสถาบัน ในฐานะมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผสานองค์ความรู้และการใช้นวัตกรรมเข้ามาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้พักอาศัย พัฒนาชุมชนอย่างมั่นคง ต่อเนื่อง และมีความสุข ตลอดจนสร้างสำนึกที่ดีในการมีจิตสาธารณะของเหล่าคณาจารย์ นักศึกษา...จิตอาสา

“การมีส่วนร่วมพัฒนาวิถีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบสถาบัน โดยใช้...KING MODEL ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10”

ศ.ดร.สุชัชวีร์ ย้ำว่า การเปิดโครงการจิตอาสาพัฒนาชุมชน ด้วยการใช้ “ลาดกระบังโมเดล” ในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายใต้ยุทธศาสตร์ เคเอ็มไอทีแอล เน็กซ์ (KMITL NEXT) ในหัวข้อ...เน็กซ์แอ็กชั่น (NEXT Action) โดยมุ่งหวังให้เป็นโมเดลต้นแบบในการขยายโครงการไปสู่สถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ ที่มีกว่า 300 สถาบันทั่วประเทศ ให้สามารถผลักดันกระบวนการหล่อหลอมจิตสาธารณะในการเป็นบุคคลและบัณฑิตที่สมบูรณ์แบบ

พร้อมรับใช้สังคมในอนาคต รวมทั้งสะท้อนภาพการเป็นแหล่งทรัพยากรทรงคุณค่าของชุมชน ทั้งด้านวิชาการ การช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันของสถานศึกษา นอกเหนือจากโครงการจิตอาสาพัฒนาชุมชนที่ว่านี้แล้ว สจล.ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยังคงมุ่งมั่นพัฒนา...จัดสรรพื้นที่ต่างๆในสถาบัน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชุมชนโดยรอบเข้ามาศึกษาเรียนรู้ ใช้ประโยชน์ รับนโยบายการเป็นศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้ของชุมชน จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่ชาวชุมชน ประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวกิจกรรมต่างๆได้ที่เว็บไซต์ www.kmitl.ac.th , เฟซบุ๊ก www.facebook.com/kmitlpr หรือโทรศัพท์ 0–2329–8111

อำภา บุณยเกตุ ประธานกลุ่มชุมชนคนรักหัวตะเข้ อาศัยอยู่ที่ชุมชนนี้มานานกว่า 55 ปีแล้ว เล่าให้ฟังอีกว่า แต่ก่อนชุมชนเปรียบเสมือนศูนย์การค้าหลักชานเมืองที่เคยรุ่งเรือง แต่ในปัจจุบันด้วยข้อจำกัดหลายๆด้านทำให้สภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ ตลอดจนความมั่นคงด้านเศรษฐกิจของชุมชนเสื่อมถอยลง

“ชุมชนเองใช้ความพยายามอยู่นับ 10 ปี ในการฟื้นฟูสภาพชุมชน แต่การเข้ามาของ สจล.ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นสภาพชุมชน ที่สามารถเติมเต็มต้นทุนการพัฒนาอย่างมีแนวคิด แนวทาง ความชำนาญทางวิชาการ...เทคโนโลยีที่พวกเรายังขาดอยู่ เพื่อช่วยกันพัฒนาชุมชนให้ดียิ่งขึ้น”

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เกิดแค่ชั่วครั้งชั่วคราว หากแต่เป็นความร่วมมือที่จริงใจ...จริงจังระหว่างสถาบันการศึกษากับชุมชน มีการพูดคุย รับฟังความคิดเห็นระหว่างกัน ทำให้แนวทางการดำเนินงานตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนได้โดยที่ยังคงเอกลักษณ์ วิถีการดำเนินชีวิต...เป็นการพัฒนาในจุดที่ทุกคนในชุมชนต้องการอย่างแท้จริง

คาดหวังกันว่าในอนาคต “ชุมชนหัวตะเข้” จะมีพัฒนาการทั้งด้านของสภาพทางกายภาพ สิ่งแวดล้อม สุขอนามัย คุณภาพชีวิต ตลอดจนพัฒนาการด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“บุคคลภายนอกมองเห็นความงดงามของชุมชน ให้ความสนใจ แวะมาเที่ยวมากยิ่งขึ้น ส่วนคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเองจะมองเห็นคุณค่าของชุมชน และช่วยกันรักษา สืบต่อเอกลักษณ์ประจำชุมชนต่อไป”

ปฏิรูปการศึกษา “เด็กไทยยุค 4.0” หนึ่งในเป้าหมายสุดท้ายปลายทางก็คือ “ความรู้” กับ “คุณธรรม” ที่จะเป็นเหมือนเข็มทิศชี้ชะตาอนาคตประเทศชาติในวันหน้า.

“การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียนในสองด้าน คือ...หนึ่ง ส่งเสริมให้นักเรียนมีทัศนคติที่ถูกต้อง และสอง...การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานชีวิต หรืออุปนิสัยที่มั่นคงเข้มแข็ง 26 เม.ย. 2561 11:04 ไทยรัฐ