ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไอเฟค เตรียมส่งจดหมายเชิญ 4 หน่วยงานรัฐ "ดีเอสไอ-ปอศ.-ปปง.-ตลท." ตรวจสอบทุจริตการซื้อขายกิจการโรงแรม “ดาราเทวี”
เมื่อวันที่ 19 เม.ย.61 นายศุภนันท์ ฤทธิไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือไอเฟค (IFEC) พร้อมนายประสิทธิ์ วงศาสวัสดิ์ ทนายความ ร่วมกันเปิดแถลงข่าวการเตรียมส่งจดหมายเชิญหน่วยงานรัฐ 4 แห่งประกอบด้วยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กองบังคับการตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รวมถึงเจ้าหนี้เงินกู้และผู้ถือหุ้นรายย่อยของ IFEC เข้าร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบความผิดปกติในการซื้อขายกิจการของโรงแรม “ดาราเทวี” ซึ่งเป็นหนึ่งในทรัพย์สินสำคัญของ IFEC
นายประสิทธิ์ เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ก่อน ก.ล.ต.ส่งหนังสือถึงฝ่ายบริหาร IFEC ขอข้อมูลการซื้อขายโรงแรมดาราเทวีทั้งหมดเพื่อตรวจสอบย้อนหลัง หลังจากมีผู้ถือหุ้นรายย่อยของ IFEC ยื่นหลักฐานและเรียกร้องให้ตรวจสอบเพราะพบความผิดปกติของการซื้อขายในครั้งนั้น โดยเฉพาะความผิดปกติของราคาที่ IFEC ซื้อโรงแรม “ดาราเทวี” ซึ่งข้อสงสัยของผู้ถือหุ้นรายย่อยสอดคล้องกับข้อมูลการตรวจสอบภายในของผู้บริหารชุดปัจจุบันที่ตรวจพบความผิดปกติของการซื้อขายในครั้งนั้นเช่นเดียวกัน ซึ่งได้รายงานให้กับ ก.ล.ต. ไปเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา
“ข้อมูลที่ตรวจพบแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติของราคาซื้อขายดาราเทวีในครั้งนั้น ซึ่งที่ผ่านมาผู้สอบบัญชีก็พบข้อน่าสงสัยและความผิดปกติ จึงไม่แสดงความเห็นในงบการเงินของ IFEC อีกทั้งยังตรวจเห็นพฤติกรรมพิเศษบางอย่างในกระบวนการซื้อขายดาราเทวี จึงต้องการให้ปปง.เข้าร่วมการตรวจหาความจริงด้วย” นายประสิทธิ์ กล่าว
...
นายศุภนันท์ กล่าวว่า เหตุผลสำคัญที่ต้องการให้หน่วยงานรัฐ 4 แห่ง เจ้าหนี้เงินกู้ และผู้ถือหุ้นรายย่อยเข้าร่วมกับก.ล.ต.ในการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และทั้งเจ้าหนี้เงินกู้และผู้ถือหุ้นรายย่อย จะได้รับทราบข้อเท็จจริงว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับการซื้อขายโรงแรม “ดาราเทวี” เป็นส่วนสำคัญของต้นเหตุปัญหาทางการเงินของ IFEC จนส่งผลต่อเจ้าหนี้เงินกู้และผู้ถือหุ้นรายย่อย
“ดาราเทวีซึ่งเป็นทรัพย์สินของ IFEC จะเสื่อมค่าลงไปเรื่อยๆ หากปัญหาความผิดปกติในการซื้อขายโรงแรมยังไม่ถูกแก้ไข ผู้เกี่ยวข้องกับความผิดปกติยังไม่ได้ชดใช้คืน สุดท้ายกลายเป็นทำให้ IFEC ยากต่อการแก้ปัญหาทางการเงิน” นายศุภนันท์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ IFEC ได้ฟ้องคดีแพ่งและคดีอาญา รวมทั้งแจ้งความร้องทุกข์ DSI ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องที่สร้างเงื่อนไขซื้อขายอาคารให้ตัวเองได้รับประโยชน์, ฟ้องร้องคดีอาญาต่อผู้ที่เกี่ยวข้องที่พยายามครอบงำกิจการในลักษณะผิดปกติ, รวมทั้งแจ้งความร้องทุกข์ต่อปอศ. เพื่อดำเนินคดีกับ ต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง กรณีการสร้างเงื่อนไขซื้อขายโรงแรมให้ตัวเองได้รับประโยชน์ และปกปิดข้อมูลเพื่อสร้างราคาซื้อขายจริง, ร้องทุกข์ต่อ ปอศ.ดำเนินคดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ทุจริตการซื้อขาย รวมทั้งเตรียมดำเนินคดีอีกหลายกรณีที่ร่วมกันทำทุจริตต่อ IFEC