วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชาติกระหายสงคราม

ชาติกระหายสงคราม

  • Share:


เศรษฐีกลายเป็นยาจก ยาจกกลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืนด้วยโลกออนไลน์ ไลน์แอทไอดี @ntp5 ของ ร.ต.อ. ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย สมาชิกขณะนี้มี 29,200 คน จัดสัมมนาให้สมาชิกรุ่น 1 และ 2 จำนวน 100 คน เรื่องการตลาดยุคใหม่ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก เวลา 09.00-16.30 น. 19-20 เมษายน 2561 ที่ชั้น 4 พาราไดซ์ปาร์ค ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ

สมัยก่อนสหรัฐฯ จะเล่นงานประเทศไหนชาติใดก็จะบุกด้วยกองกำลังของตนเองเพียงชาติเดียว จะเล่นงานเวียดนามก็ให้ B52 ไปทิ้งระเบิด แต่ระยะหลัง สหรัฐฯจะผนึกกำลังกับพวกคอเคซอยที่เป็นคอหอยลูกกระเดือกของตนเองไปเล่นงานประเทศอื่น โดยอ้างปฏิบัติการโน่นนี่นั่น ก่อนปฏิบัติการก็จะปล่อยข่าวให้อีกฝ่ายหนึ่งเสียหายเพื่ออ้างความชอบธรรม อย่างเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2546 สหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลียร่วมกันปฏิบัติการ Operation Iraqi Freedom บุกเข้าไปโจมตีอิรัก

สหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย ให้เหตุผลลวงโลกว่าต้องเข้าไปทำ Regime Change หรือเปลี่ยนระบบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และฝ่าฝืนสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลซัดดัม ฮุสเซน และเพื่อจะหยุดยั้ง WMD หรือโครงการพัฒนาอาวุธทำลายล้างสูง ซึ่งสหรัฐฯกล่าวหาว่าซัดดัมกำลังทำการทดลองอยู่

การกระทำของ 3 ประเทศฝ่าฝืนกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ แต่สหรัฐฯบอกว่าตนเองมีความ
ชอบธรรมตาม Pre–emptive war หรือการทำสงครามก่อนถูกรุกราน นอกจากนั้น สหรัฐฯยังอ้างหลักการ Unilateralism หรือหลักการการใช้กำลังฝ่ายเดียว สหรัฐฯบอกว่าไม่ต้องรอการตัดสินใจของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือไม่ต้องการความร่วมมือจากประเทศอื่น สหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลียต้องเร่งกระทำการ เพราะไม่เช่นนั้น สหรัฐฯอาจถูกโจมตี

ฟังเหตุผลของสหรัฐฯแล้ว นี่มันเป็นเรื่องหมาป่ากับลูกแกะชัดๆ ทุกอย่างเอ็งสร้างขึ้นมาทั้งนั้น พอเวลาผ่านไป 5 ปี 10 ปี เอ็งก็ออกมาบอกว่าเป็นความผิดพลาดของหน่วยงานข่าวกรอง และเป็นอย่างนี้แทบทุกครั้ง สหรัฐฯ มักจะพูดว่าตนเองเป็น Liberator หรือเป็นผู้ปลดแอก แต่ในความเป็นจริง สหรัฐฯนี่ล่ะครับ เป็น aggressor และ occupier ผมหมายถึง เป็นผู้รุกรานและผู้ยึดครอง บั้นปลายท้ายที่สุด ประเทศตะวันตกก็จับซัดดัม ฮุสเซน ไปประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ เมื่อ 30 ธันวาคม 2549

เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว รัสเซีย จีน และอินเดียซึ่งมีศักยภาพที่จะเป็นมหาอำนาจโลกยังปวกเปียกอ่อนแอ ก็ไม่มีผู้นำของประเทศไหนกล้าออกไปแสดงความเห็น ผู้นำทั้ง 3 ประเทศให้เบอร์รองออกไปให้ความเห็นกลางๆอย่างไม่ชัดเจน

แต่วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป ทั้งรัสเซีย และจีนคิดว่าต้องร่วมมือกันเพื่อหยุดยั้งความเป็นนักเลงโตอย่างไม่อินังขังขอบต่อสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศของสหรัฐฯ และตะวันตก จึงประกาศองค์การความร่วมมือซ่างไห่ วันนี้ เราจึงได้เห็นเบอร์ 1 ของรัสเซียออกมาประณามการโจมตีซีเรียของสหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส เมื่อเช้าวันที่ 14 เมษายน 2561

ความเกเรของสหรัฐฯ และพันธมิตรที่กระทำย่ำยีต่อประเทศในตะวันออกกลางที่ไม่ยินยอมน้อมใจสวามิภักดิ์ต่อตนเอง ทำให้รัสเซียและจีนเพิ่มบทบาทของกองทัพในกิจการระหว่างประเทศ จนปัจจุบันทุกวันนี้ ทั้งรัสเซียและจีนมีแสนยานุภาพทางบก นาวิกานุภาพหรือกองทัพเรือ นภานุภาพหรือกองทัพอากาศ พลานุภาพด้านนิวเคลียร์ ด้านสารสนเทศ ด้านอวกาศ ไม่แพ้สหรัฐฯ หากในอนาคตมีความจำเป็นที่ต้องกระโจนเข้าสู่สงคราม ผมก็มีความเชื่อส่วนตัวว่ารัสเซียและจีนสู้พวกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโตได้ครับ

เมื่อเปรียบเทียบทหารประจำการ กำลังสำรอง ปืนต่อสู้รถถัง ปืนต่อสู้อากาศยาน เครื่องบินรบ เรือรบ เรือบรรทุกเครื่องบิน เรือพิฆาต เรือฟรีเกตส์ เรือดำน้ำ สนามบิน ฯลฯ ผมว่าศักยภาพของรัสเซียและจีนไม่ด้อยกว่าของสหรัฐฯ และตะวันตก พวกนี้ฉวยโอกาสโจมตี การโจมตีก็จึงทำแบบเลี่ยงการกระทบโดยตรงกับรัสเซีย แต่ก็โดนรัสเซียออกแถลงการณ์ประณาม แถมยังลากไส้ความหลังเรื่องที่เคยทำอย่างนี้ในยูโกสลาเวีย อิรัก และลิเบีย

โซเชียลมีเดียทำให้ประชาชนคนทั้งโลกตาสว่างแล้วครับ ว่าใครคือผู้กระหายสงคราม.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้