บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นักแสดงชื่อดัง เป็นประธานรดน้ำศพ นางสาว ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี หรือน้องอิน ดารานักแสดงสาว ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวานที่ผ่านมา ที่ศาลา 3 วัดราชสิงขร ย่านถนนเจริญกรุง โดยมี นางลัดดา เชิดชูบุพการี แม่น้องอิน, ไทด์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์, เก้า จิรายุ พร้อมด้วย นายภูวรินทร์ แก้วเจริญสุข หรือเบล อดีตแฟนน้องอิน ญาติสนิทและเพื่อนๆ ร่วมรดน้ำศพ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า 

บรรยากาศภายในงานรดน้ำศพได้มีครอบครัว ญาติ และเพื่อนดารานักแสดง มาร่วมงาน โดยทางครอบครัวได้ขออนุญาตไม่ให้สื่อมวลชนบันทึกภาพเนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัว ซึ่งตลอดระยะเวลาในการรดน้ำศพ แม่ของน้องอินได้ร้องไห้ตลอดเวลาพร้อมกับบอกตลอดว่าลูกสาวคนเดียวของเธอไม่น่ารีบจากไปตั้งแต่อายุยังน้อย โดยได้มีญาติๆ คอยปลอบใจแม่อย่างใกล้ชิด

ด้าน ลิตา คาลิยา นิฮุต ดารานักแสดงสาวช่อง 3 เพื่อนน้องอิน กล่าวว่า น้องอินเป็นเพื่อนนักแสดงที่นิสัยดีมากและเป็นลูกกตัญญู ที่ผ่านมาน้องอินจะเป็นที่ปรึกษาให้กับตนในหลายๆ เรื่อง ทั้งการแสดงและธุรกิจ ยอมรับการจากไปของน้องอิน ทำให้ตนขาดเพื่อนดีๆ ไป ซึ่งก่อนหน้านี้น้องอินได้ชวนไปเที่ยวด้วยกัน แต่ติดถ่ายละครจึงไม่ได้ไปด้วยกัน จนกระทั่งมาทราบข่าวว่ามีดาราเด็กเสียชีวิต ซึ่งตอนแรกคิดว่าเป็นข่าวปลอม แต่พอทราบว่าเป็นความจริงก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเสียเพื่อนดีๆ ไปเร็วขนาดนี้

นอกจากนี้เพื่อนสาวของน้องอินยังเล่าอีกว่า หลังเกิดเหตุก็ได้สอบถามน้องเตย ซึ่งเป็นเพื่อนของน้องอินที่เดินทางไปชมคอนเสิร์ตด้วยกันในวันเกิดเหตุ โดยได้เล่าให้ฟังว่าช่วงเวลาประมาณตี 1 หลังจบคอนเสิร์ต น้องอินได้บอกกับเพื่อนว่า พ่อโทรมาตามให้กลับเพื่อที่จะไปร่วมงานบุญคุณย่าที่จังหวัดอยุธยาด่วน และต้องออกไปเดี๋ยวนี้เนื่องจากพ่อโทรตามหลายครั้งแล้ว จากนั้นก็เดินทางออกไปทันที ซึ่งขณะนั้นน้องเตยก็ได้พยายามห้ามไว้เนื่องจากเห็นว่าดึกแล้วรวมถึงฝนตกหนักด้วย

...

ขณะที่ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้ลำดับเหตุการณ์ให้ฟังตั้งแต่ลำดับแรกว่า ตนได้คุยกับอดีตแฟนของน้องอิน คือเบลที่เป็นผู้ชาย และแฟนคนปัจจุบันคือ ไทม์ ซึ่งเป็นทอม โดยไทม์เป็นแฟนใหม่ที่รู้จักกับน้องอินเป็นปีแล้ว แต่ตอนนั้นไทม์ไปเรียนต่อที่อังกฤษ และน้องอินก็ได้มาสนิทสนมและคบกับน้องเบล

วันนั้นที่น้องอินอยู่พัทยา น้องอินก็โทรมาหาไทม์ บอกว่าเบื่อมากที่พัทยาจะไปหาไทม์ได้ไหม ไทม์บอกว่าถ้าเที่ยงคืนแล้วไม่ต้องมา เพราะมันดึกเกินไป แต่น้องอินก็ถามไทม์ว่าจากพัทยาไปอยุธยากี่กิโลฯ ไทม์บอกว่า 200 กว่ากิโลฯ อินเลยบอกว่าใช้เวลาชั่วโมงกว่าก็ถึงแล้ว ซึ่งไทม์บอกว่าเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยต้องใช้เวลา 3 ชั่วโมง มาจากพัทยา 4 ทุ่ม ก็ต้องมาถึงอยุธยาเที่ยงคืน ไทม์ก็ไม่ให้มา

แต่ด้วยความที่น้องอินอยากจะเจอน้องไทม์ ซึ่งประมาณตีหนึ่งกว่าน้องอินมาถึงกรุงเทพฯ คุณแม่โทรหาน้องอินประมาณ 01.17 น. ถามว่าน้องอินอยู่ไหน น้องอินบอกแม่ว่าอยู่คอนโดฯ แถวบางนา แต่ความจริงน้องอินไม่ได้อยู่คอนโดฯ แต่กำลังไปอยุธยา แต่ตอนนั้นยังไม่ถึงอยุธยา ประมาณเกือบตี 2 น้องอินยังไม่ถึงอยุธยา

แต่บอกกับไทม์ว่าอีกประมาณ 50 กิโลฯ จะถึงอยุธยา ตอนนั้นไทม์อยู่อยุธยาบอกว่าตอนนี้ฝนตกหนักมาก ถ้าอินอยู่กรุงเทพฯ ก็ไม่ต้องมา ให้ตีรถกลับกรุงเทพฯ ไปเลย แต่อินบอกว่าจะถึงแล้ว ถ้ามาแล้วยังไงก็ต้องขอเจอ เพราะว่าคิดถึง

และน้องไทม์เขาบอกเรื่องหนึ่งว่า คือคุยกันประสาแฟน ว่าน้องไทม์จะลงรูปคู่กับน้องอินในอินสตาแกรมได้ไหม เปิดเผยได้ไหมว่าเราคบกัน น้องอินก็บอกได้เลยไม่เป็นไร แต่ด้วยความที่อารมณ์อะไรก็ไม่รู้ ที่น้องอินไม่พอใจน้องไทม์นิดหน่อย ระหว่างทางไทม์บอกว่ามีปากเสียงกัน จนกระทั่งตี 2 ครึ่ง เริ่มคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว

...

น้องอินบอกว่าเอาอย่างนี้ดีกว่า เจอกันค่อยคุยกันเลยวางสายไป หลังจากวางสายไปได้ประมาณ 2 นาที ไทม์ก็โทรหาใหม่ น้องอินก็รับ คุยกันไม่ถึงนาทีก็บอกว่ากำลังจะถึงแล้ว กำลังจะรีบขับรถ แล้วก็วางสายใหม่ จากนั้นน้องไทม์ก็ไม่ได้โทรตามอีก จนกระทั่งตี 3 โทรไปอีกก็ไม่ได้รับการติดต่อ โทรไป 10-20 รอบก็ไม่มีคนรับ

น้องไทม์เลยเข้าใจว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันนั้น น้องอินยังไปไม่ถึงน้องไทม์ อยู่ระหว่างกำลังจะถึงอยุธยาแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น ณ ตอนนั้น เพราะดูจากที่เกิดเหตุแล้วไม่มีรอยเบรกเลย แสดงว่าขับรถมาด้วยความเร็วมาก ประกอบกับฝนตกถนนลื่น ตอนที่กู้ภัยไปเจอรถและร่างของน้องอิน ตอนนั้นน้องอินเริ่มมีการแข็งแล้ว คือต้องเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 4-5 ชั่วโมง

ไทม์ แฟนคนปัจจุบันของน้องอิน
ไทม์ แฟนคนปัจจุบันของน้องอิน

...

แน่นอนว่าน้องอินต้องเสียชีวิตประมาณตี 3 ตอนที่น้องไทม์จะโทรมาถามว่าถึงหรือยัง ทำไมหายไปนาน หรือว่ากลับกรุงเทพฯ ก็เป็นห่วง จนตี 4 ก็ยังโทร จนไม่ไหวแล้ว คิดว่าน้องอินคงงอนและกลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว จนกระทั่งทราบข่าวเสียชีวิตประมาณ 9 โมงเช้า คาดว่าตอนตี 3 ที่น้องอินประสบอุบัติเหตุไม่มีรถผ่านมาเลย จนมาเจอตอนเช้า

บิณฑ์ยังยืนยันอีกว่า จากการพูดคุยกับไทม์เพื่อนสนิทของอิน ระบุน้องอินไม่มีอาการเมาหรือง่วงนอนแต่อย่างใด แต่สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุคาดว่าเกิดจากขับรถเร็ว ชนคอสะพาน ประกอบกับฝนตกหนัก ถนนลื่น ไม่ชินเส้นทาง และจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุก็ไม่มีร่องรอยการเบรก ส่วนคดีความเป็นเรื่องของตำรวจต้องสืบสวนต่อไป

สำหรับพิธีบำเพ็ญกุศลศพน้องอิน สวดพระอภิธรรม 3 วัน ก่อนประชุมเพลิงในวันพุธที่ 11 เม.ย. เวลา 16.00 น.