วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วธ.ต่อยอดบุพเพสันนิวาส รณรงค์ให้คนสวมใส่ผ้าไทย แบบยั่งยืน

วธ.ต่อยอดบุพเพสันนิวาส รณรงค์ให้คนสวมใส่ผ้าไทย แบบยั่งยืน

  • Share:

กระทรวงวัฒนธรรม เล็งต่อยอดกระแสละครบุพเพสันนิวาส มาช่วยรณรงค์หันมาสวมใส่ผ้าไทย และกระตุ้นการใช้สอยผลิตภัณฑ์ของไทย เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการผ้าไทย และมรดกภูมิปัญญาพื้นบ้าน...

จากกระแสความแรงของละคร เรื่อง บุพเพสันนิวาส ส่งผลให้หลายภาคส่วนในสังคมหันมาร่วมอนุรักษ์รักษาความเป็นไทย จนเกิดปรากฎการณ์การแต่งกายชุดไทยฟีเวอร์ ขึ้นทั่วทั้งประเทศ นั้น เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดประชุม หัวข้อ ผ้าไทยสวมใส่อย่างไรให้ยั่งยืน โดยเชิญหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ เครือข่าววัฒนธรรม มาร่วมหารือ ถึงการดำเนินงานส่งเสริมการใส่ผ้าไทยให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2561 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ตามที่ละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส เป็นตัวอย่างละครอิงประวัติศาสตร์ สร้างความฮือฮาให้กับแฟนละครทั่วประเทศ หันมาสวมใส่ผ้าไทย และกระตุ้นการใช้สอยผลิตภัณฑ์ของไทย นั้น จากการระดมความคิดเห็นของทุกฝ่าย เห็นว่า ควรใช้กระแสของละคร สร้างโอกาส ในการต่อยอดรณรงค์สวมใส่ผ้าไทย ให้เกิดในกลุ่มคนไทยทุกพื้นที่ โดยให้ วธ. เป็นแกนหลักในการดำเนินงานรณรงค์ โดยร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในการหาแนวทางการรณรงค์ ซึ่งจะไม่เป็นการบังคับประชาชน แต่ต้องมี วิธีการที่จะชักจูง ดึงดูด หรือ สร้างการมีส่วนร่วมให้เห็นพ้องกันในการร่วมสวมใส่ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน 

รมว.วัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ที่ประชุม ได้มีข้อเสนอแนะถึงการรณรงค์ โดยให้มีการจัดสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับผ้าไทย สร้างเรื่องราวของการสวมใส่ผ้าไทยให้น่าสนใจ รวมถึงการสร้างต้นแบบของการสวมใส่ผ้าไทย และพยายามหากลยุทธ์สร้างกระแสในแง่มุมต่างๆ ทั้ง การหาพรีเซนเตอร์ จากทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ โดยใช้สื่อโซเชียลทุกแขนงมา เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความเคลื่อนไหวสร้างจุดขายและสร้างความน่าสนใจในสังคม จนเกิดเป็นเทรนด์ แฟชั่น ผ้าไทย ในกลุ่มคนต่างๆ นอกจากนี้ขอให้มีการสนับสนุนการใช้ผ้าไทยในกิจกรรม หรือ การจัดงานต่างๆ ของทุกจังหวัด ขณะที่ ในส่วนผู้ประกอบการผ้าไทย ได้ให้ข้อคิดเห็นว่า เนื่องจากปัจจุบันการที่คนไทยไม่นิยมใส่ผ้าไทย เพราะมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งราคาสูง ลักษณะของผ้าไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศ ตลอดจน รูปแบบการตัดเย็บไม่สวยงาม ตลอดจนมีการดูแลยาก

ดังนั้น จึงเสนอให้วธ. ร่วมกับดีไซน์เนอร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางในการสนับสนุนการออกแบบชุดผ้าไทย ให้มีความหลากหลาย มีการให้ความรู้กับนักออกแบบในคุณสมบัติของผ้าแต่ละชนิด เพื่อนำมาตัดเย็บให้เหมาะสมกับการใช้งาน ไม่ใช่ตัดออกมาแล้วดูเชย ดูแก่ หรือ ดูแลยาก นอกนี้ ยังขอให้มีการผลิตผ้า ให้มีลวดลายที่ทันสมัย ไม่ซ้ำกันมาก เพื่อให้เห็นทางเลือกแก่ผู้นำมาตัดเย็บ หามาตรการลดราคาผ้าให้ถูกลง เพื่อให้มีทางเลือกในการเข้าถึงผ้าไทยมากขึ้น

นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งทอไทย และผู้ประกอบกิจการผ้าไทย จ. อุบลราชธานี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 300 กว่าปีที่ผ่านมา ตั้งแต่สมัยอยุธยา ประเทศไทยได้นำเข้าผ้า จากต่างประเทศ ทั้งฝรั่งเศส อินเดีย อิหร่าน จีน และรับอิทธิพลจากการนิยมของนอกมาโดยตลอด ทำให้คนไทยส่วนใหญ่มองข้ามความสำคัญ และคุณค่าของมรดกทางภูมิปัญญาของไทย ดังนั้น ในฐานะผู้ผลิต มีมุมมอง ในแง่การอนุรักษ์มรดกทางภูมิปัญญาของงานผ้าที่ต้องรักษาเอาไว้ ซึ่งภาครัฐ ควรมีหน้าที่ให้ความรู้คนไทย เกี่ยวกับมรดกทางภูมิปัญญาผ้าไทย ทั้งในแง่ ประโยชน์ การใช้สอย และคุณค่า รวมทั้ง จะต้องพยายามหาทางปลดปล่อยความเห่อแฟชั่นของนอกออกจากความคิดคนไทยให้ได้ พยายามสร้างแนวคิดใหม่ ให้เห็นคุณค่าที่สูงส่งของสิ่งที่คนไทยทำ คนไทยผลิต โดยสิ่งที่สะท้อนชัดเจน จากเครื่องแต่งกายของตัวละคร บุพเพสันนิวาส แต่ละชุดมีความสวยงาม มีลวดลายที่แสดงให้เห็นเอกลักษณ์ความเป็นไทย ขณะเดียวกัน ควรให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาผ้า ให้ความสำคัญกับนักออกแบบให้การออกแบบผ้าไทยให้น่าสวมใส่ เข้ากับยุค ทันสมัย เพื่อให้เกิดการยอมรับ การใช้ผ้าไทยอย่างมั่นใจ ในกระแสนิยมสมัยใหม่ด้วย

"ผมเชื่อว่า กระแสคือกระแส ละครจบ ความนิยมใส่ผ้าไทย ก็อาจจะจบตามไปด้วย แต่หากทุกภาคส่วนร่วมกันใช้โอกาสในวันนี้ ต่อยอด ต่อลมหายใจ การใช้ การผลิต และความนิยมอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้กระแสคงอยู่ต่อไป ผมอยากเชิญชวนให้คนไทยลองปรับทัศนคติ ซื้อหาผ้าไทย ซึ่งไม่จำเป็นต้อแพง และลองนำผ้าไทยมาสวมใส่วันละชิ้น สองชิ้น มามิ๊กซ์แอนด์แมชให้เข้ากับเสื้อ หรือ กางเกงที่มีอยู่ ก็จะเกิดความเคยชิน จนกลับมาเป็นกระแสความนิยมได้ ดูอย่างฝรั่งที่มาเมืองไทย แล้วใส่ผ้าฝ้ายกับเสื้อยืด เสื้อกล้าม ก็ดูสวยงามไปอีกแบบ อย่างไรก็ตาม ผมอยากชวนดารา นักแสดง และบุคคลสาธารณะ โดยเฉพาะ ตัวละคร เรื่องบุพเพสันนิวาส แม้ว่าละครจะจบในอีกไม่กี่วันนี้ แต่หากพวกคุณมาช่วยเป็นอีกแรงหนึ่งในการผลักดันการรณรงค์ อย่างน้อย ลองใส่ผ้าไทยเป็นตัวอย่างต่อไป คนละ 1 วันต่อสัปดาห์ หรือ ต่อเดือน จะเป็น การช่วยรักษา ฟื้นฟู มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และรักษาความงดงามของผ้าไทยไว้ได้ โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากเลยและเชื่อว่าจะเกิดผลกระทบขึ้นได้เป็นรูปธรรม " นายบุญชัย กล่าว

นางรุจิกาญจน์ ทันใจ วัฒนธรรมจังหวัดแพร่ กล่าวว่า จากกระแสละครบุพเพสันนิวาส ยิ่งทำให้ชาวจ.แพร่ ร่วมให้ความสำคัญของการสวมใส่ชุดผ้าไทยมากขึ้น ขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ก็เป็นแกนนำในการรณรงค์ให้ประชาชนสวมใส่ผ้าไทย ผ้าพื้นเมืองกันทั้งเมือง โดยเฉพาะ เสื้อหม้อห้อม และผ้าจก ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้และตลอดทั้งเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นเดือนอนุรักษ์มรดกไทย ซึ่งชาว จ. แพร่พร้อมใจสานต่อ การสวมใส่ผ้าไทยกันทุกวัน ให้เป็นวิถี และเป็นจังหวัดต้นแบบของการรณรงค์สวมใส่ผ้าพื้นเมือง

นางจิตรา สิทธนานุวัฒน์ วัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า จากกระแสละคร บุพเพสันนิวาส ในส่วนจ.สุโขทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นต้นแบบนำแต่งกายย้อนยุคตามรอยละครและรณรงค์ให้ตลอดเดือนเมษายนข้าราชการแต่งผ้าไทย หลังจากนั้นให้แต่งผ้าไทยทุกวันพฤหัส และวันที่ 7 เม.ย. จะมีกิจกรรมรณรงค์แต่งกายชุดไทยพร้อมขบวนรถโบราณในงานถนนสายวัฒนธรรม เพื่อให้แสดงวัฒนธรรมประเพณีและการแต่งกายแบบคนสุโขทัย ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ รณรงค์แต่งชุดไทยและจัดประกวดแต่งกายย้อนยุค นอกจากนี้ ยัง รณรงค์ในสถานศึกษามี 168 โรงเรียน ที่แต่งกายด้วยผ้าไทย ส่วนสถานการณ์ผ้าไทยในจ.สุโขทัย ขณะนี้มีความคึกคักมาก สร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะผ้าหาดเสี้ยว ผ้าศรีสัชนาลัย และการจำหน่ายผ้าที่บ้านมะขวิด โดย ร้านสาธรผ้าทองคำ มีรายได้เพิ่มถึง 2-3 แสนบาทต่อวัน เช่นเดียวกับร้านจำหน่ายผ้า 55 แห่ง ในสุโขทัย จากการสำรวจและสอบถามผู้ประกอบการโดยสุ่มตัวอย่าง 15 แห่ง พบว่า รายได้กระเตื้องขึ้น ผ้าทอไม่พอขาย คนทอก็ทอไม่ทัน นอกจากนี้ร้านจำหน่ายเครื่องเงินและเครื่องทองยังได้รับอานิสงค์ไปด้วย รายได้เพิ่มขึ้น เพราะใช้เป็นเครื่องประดับเมื่อสวมชุดผ้าไทย ส่วนในเขตโบราณสถานสุโขทัยมีการจัดตลาด 800 ปี กรุงสุโขทัย และตลาดวัฒนธรรม มีนักท่องเที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืนแต่งชุดไทยมาเที่ยวและถ่ายภาพจนแน่นขนัด

" จากการประชุมสภาวัฒนธรรมที่ผ่านมา สภาวัฒนธรรมทุกระดับเห็นตรงกัน แม้ละครจะจบลง แต่สภาวัฒนธรรมทุกระดับจะเป็นแกนนำขับเคลื่อนรณรงค์การแต่งกายแบบสุโขทัยต่อไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างรายได้ รวมถึงปลูกจิตสำนึกและสร้างความตระหนักทั้งในภาคส่วนราชการ สถานศึกษา และเครือข่ายวัฒนธรรม " นางจิตรา กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้