วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เคนพอร์ช เปิดปาก! หลังเจอ ญาญ่า บอกรำคาญ! ที่มาขอดูแล (คลิป)

เคนพอร์ช เปิดปาก! หลังเจอ ญาญ่า บอกรำคาญ! ที่มาขอดูแล (คลิป)

  • Share:

ตกเป็นประเด็นร้อนฉ่ามีคนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักสำหรับนักกีฬาฟันดาบสากลทีมชาติไทย เคนพอร์ช สรรเสริญ เงินรุ่งเรืองโรจน์ หลังจากที่เจ้าตัวโพสต์ทวิตเตอร์ทำนองว่าถ้าคู่จิ้นดัง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ เลิกกันจริงๆ ตนจะขอเป็นคนดูแลญาญ่าเอง

จนหลายคนมองว่าเจ้าตัวอยากเกาะกระแสญาญ่าดังรึเปล่า แถมก่อนหน้านี้เจ้าตัวมีคิวต้องมาพบสื่อมวลชนเพื่อโปรโมตงานอีเวนต์งานหนึ่งก็ไม่ให้สัมภาษณ์และขอให้ลบคลิปด้วย

ได้เจอ เคนพอร์ช มาร่วมงานแถลงข่าวงานประกาศรางวัล “The Best MAN Awards of Asia in Bangkok 2018” ณ โรงแรม Solitaire Hotel สุขุมวิท 11 เลยถามถึงเรื่องดังกล่าว

ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น?

“ก็เกิดจากการโพสต์ทวิตเตอร์ครับ ไม่ได้ตั้งใจว่ามันจะเกิดประเด็นโยงขึ้นมาเป็นเรื่องราวใหญ่โตได้ครับ”

ญาญ่าบอกว่าไม่รู้จักเรา และรำคาญนิดหน่อยด้วย?
“ผมเข้าใจเขานะ เพราะเขาเองเป็นผู้หญิงเนอะ แล้วเหตุทุกอย่างมันเกิดที่ตัวผมเอง เพราะผมโพสต์ทวิตเตอร์แบบไม่คิด ก็โทษอะไรเขาไม่ได้หรอกครับ ถ้าเขาจะรำคาญผมก็สมควรครับ”

หลายคนมองว่าเราเกาะกระแสอยากดัง?
“ถ้าผมอยากดัง ผมไปเต้นแร้งเต้นกา ไปทำอะไรก็ได้ แป๊บเดียวผมก็ดังแล้ว ผมไม่รู้ว่าจะมาเกาะกระแสเพื่ออะไร

ผมเป็นนักกีฬาทีมชาติ นักกีฬาใช้ความสามารถครับ ถ้าผมเป็นดาราศิลปิน ผมอาจจะต้องใช้กระแสและความสามารถด้วย ผมว่าผมไม่จำเป็นต้องเกาะกระแสครับ

ผมไม่รู้ว่าผมได้อะไรจากการเกาะกระแสครั้งนี้ ผมได้ประโยชน์เหรอ สุดท้ายผมได้กระแสในทางที่ดีหรือทางที่ลบ สุดท้ายทุกคนด่าผม แล้วผมเกาะกระแสเพื่ออะไรครับ”

แต่ตอนที่เรามีงานเดินสายโปรโมตสื่อแล้วเราไม่ยอมตอบคำถามและเทเขาด้วย?
“ผมก็ต้องขอโทษทางพี่ๆ สื่อมวลชนทุกคนด้วยที่ผมออกมาพูดช้า อยากบอกว่าอย่าไปโทษนักข่าว ถ้าเกิดผมออกมาก็ได้ข่าว อย่าไปโทษสื่อมวลชนนะครับ โทษที่ตัวผมได้เลยครับเพราะว่าผมช้าเองครับ”

คนมองว่าเราจะดึงเชิงให้มาถามในงานอีเวนต์?
“เอาตรงๆ นะครับ ตอนแรกเรื่องเกิดขึ้นมา ผมเป็นแค่คนโนเนม และผมเชื่อว่าพี่ๆ ทุกคนคงเคยโพสต์อะไรเล่นๆ กัน ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ ผมโพสต์เล่นๆ ขำๆ แต่แจ็กพอตแตกกลายเป็นข่าวได้

ผมตกใจแต่ก็คิดว่าการที่ผมเงียบไปทุกอย่างมันคงเงียบ เพราะว่าผมเป็นใครก็ไม่รู้ ผมเลยเลือกที่จะเงียบก่อน แต่พอสักพักผมรู้สึกว่ามันเริ่มมีอะไรถาโถมเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ

มีคนเข้ามาด่าในอินสตาแกรม เพื่อนผมส่งข้อความถามว่าเกิดเรื่องได้ยังไง ผมก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายผมก็ไปขอโทษคุณญาญ่าในรายการของช่อง 3 ก็ไม่ได้ตั้งใจจะดึงเชิงเพื่องานอีเวนต์ ผมไม่รู้ว่าผมจะทำไปเพื่ออะไรครับ ผมโฟกัสอย่างอื่นมากกว่า ตอนแรกคิดว่าเรื่องจะเงียบ สุดท้ายไม่เงียบ”

เรามีโอกาสขอโทษญาญ่าต่อหน้าไหม?
“ยังไม่มีโอกาสได้ขอโทษต่อหน้าเลยครับ แต่ว่าได้มีโอกาสเดินไปที่ช่อง 3 ขอโทษเรียบร้อยแล้วครับ ก็ไปออกรายการ “โหนกระแส” ครับ”

ถ้าญาญ่าดูอยู่อยากบอกอะไรกับเขา?
“อย่ารำคาญผมเลยครับ เพราะผมเองแค่เป็นคนคนนึง แล้วเราไม่ได้มีเจตนาร้ายแรงเลยที่โพสต์ออกไปแบบนั้น อยากให้ดูที่เจตนาของผมจริงๆ ผมแค่คนคนนึงที่มีคนฟอลโลว์ทวิตเตอร์หลักพัน

แล้วใครจะไปรู้ว่าวันนึงมันจะเกิดเรื่องแบบนี้ได้ คือเจตนาผมไม่ได้มีเจตนาให้เขาเสื่อมเสียเลยแม้แต่นิดเดียว ผมเองก็เป็นแฟนคลับคุณญาญ่าครับ และฝากบอกแฟนคลับคุณณเดชน์และคุณญาญ่าด้วยว่าผมเองก็เป็นเหมือนคุณครับ เป็นคนนึงที่อยู่ในนั้นครับ”

แล้วที่เราไปเดินสายโปรโมตแล้วบอกให้สื่อลบคลิปออก?
“ผมไม่ได้พูดให้ลบคลิปครับ อย่างแรกวันนั้นมีพี่คนนึงที่ดีลงานเป็นคนส่งงานเดินแบบ ซึ่งงานเดินแบบตอนแรกเขาดีลมาแล้วว่าขอให้ไปกับพี่หน่อย ตอนแรกผมจะไม่ไปด้วยซ้ำเพราะมีประเด็นเยอะแยะมากมาย

แล้วผมตอบรับผู้ใหญ่ไปแล้วว่าผมจะไปตอบวันที่ 4 เท่านั้น แต่ก็โอเค ผมก็บอกเขาว่าขอพูดเกี่ยวกับเรื่องเดินแบบเท่านั้น

แต่พอผมพูดเรื่องเดินแบบจบแล้ว ทุกอย่างตัดจบเรียบร้อยแล้ว แต่ก็มีคนเรียกผมไปสัมภาษณ์ต่อ ผมก็บอกว่าผมไม่ขอสัมภาษณ์เรื่องนี้ เพราะเราไม่ได้ดีลกันแบบนี้ อันนี้ผมคุยกับนักข่าวครับ แล้วผมก็บอกว่าถ้ายังไงก็กรุณาให้ผมกลับแล้วกัน แต่กลายเป็นว่าในระหว่างที่ผมกำลังพูด ผมเห็นไฟแดงติดอยู่ในกล้อง ผมรู้ว่ามีการเรคคอร์ด

ผมเลยเดินไปหาช่างกล้องว่าผมไม่โอเคนะครับถ้าจะให้ออกในขณะที่พี่ไม่ได้ขอผมเลยว่าจะถ่าย ผมสาบานได้ว่าผมพูดแบบนี้จริงๆ แต่ผมไม่รู้ว่าข่าวออกมาแบบนี้ได้ไงที่บอกว่าสั่งให้ลบคลิป”

ข่าวว่าทีมงานเข้าไปที่ห้องแล้วบอกว่าให้ลบคลิปเมื่อกี้ด้วย?
“ใช่ครับ แต่ผมยืนยันเลยครับว่าเขาไม่ได้พูดว่าลบคลิปด้วยนะครับ แต่เขาพูดว่าถ้ายังไงกรุณาด้วยนะครับ อย่าออกอากาศนะครับ เพราะว่าอันนั้นคือไม่ได้ถ่าย (แปลว่าเขาแอบถ่าย?) ไม่หรอกครับ ไม่รู้เหมือนกัน

ผมแค่เซฟตัวเองไว้ก่อน ผมไม่ชัวร์ว่าแอบหรือไม่แอบ แต่อย่าออกตรงนั้นดีกว่าเพราะมันก็ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผม เพราะมันเคลียร์ถึงเรื่องผมปฏิเสธสื่อ แต่จริงๆ ผมไม่ได้ปฏิเสธ”

เห็นว่าช่างภาพนิ่งขอถ่ายรูปแต่เราไม่ให้ถ่าย?
“(ยกมือไหว้) ผมมือใหม่มากครับ ผมเป็นนักกีฬา ไม่เคยจะต้องมาให้สัมภาษณ์เยอะขนาดนี้ พูดตามตรงผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นตากล้องของสื่อมวลชน จริงๆ ผมคิดว่าน่าจะมีป้ายเขียนว่าผู้สื่อข่าว ผมไม่เห็นจริงๆ ครับ

ถ้ายังไงก็ต้องขอโทษพี่ๆ สื่อมวลชนทุกคนด้วยนะครับ ผมอาจมีกิริยาท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ก็ต้องขอโทษแล้วกันนะครับ (ยกมือไหว้)”

จากตรงนี้เราได้บทเรียนยังไงบ้าง?
“ก็ได้รับบทเรียนเยอะครับ ต่อไปจะโพสต์อะไรต้องคิดครับ ผมคิดว่าผมไม่ได้เป็นใครเลยครับ เป็นคนธรรมดาคนนึงด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าการโพสต์ขำๆ ของผมเนี่ยมันจะกลายเป็นเรื่องราวที่ผูกโยงหลายอย่างและเป็นเรื่องราวใหญ่โตทำให้คนคนนึงเสียหายได้ ผมอยากให้ทุกคนเสพข่าวอย่างมีสติก่อน

ลองคิดดีๆ ว่าใครเป็นคนจุดชนวนเรื่องนี้ มันใช่ผมร้อยเปอร์เซ็นต์จริงรึเปล่า ที่ทำให้เรื่องนี้มันบานปลายจนถึงขนาดนี้ ลองสืบหาต้นเหตุว่าทำไมถึงเกิดเรื่องนี้ขึ้น ผมอยากให้ผมเป็น case study ดีกว่าครับว่าการที่คนคนนึงโพสต์ทวิตเตอร์ อาจจะเป็นคำพูดที่ไม่ใช่แค่ผมหรอกครับที่โพสต์แบบนี้”

เราคิดจะรับงานในวงการบันเทิงไหม?
“ตอนนี้ผมโฟกัสเรื่องกีฬาฟันดาบมาก เพราะว่าปีนี้จะมีการคัดเอเชียนเกมส์ ผมก็ตั้งใจไว้ว่าผมอยากเป็นคนนึงที่ได้ไปแข่งกับเขาเหมือนกัน คือผมเป็นทีมชาติ แต่มันต้องมีการเก็บ ranking ใหม่

เพราะฉะนั้นผมค่อนข้างโฟกัสเรื่องนี้เป็นพิเศษจริงๆ ส่วนเรื่องงานในวงการ ผมมองว่ามันเป็นโอกาสที่เข้ามาในชีวิตของผม ถ้ามันมีโอกาสที่ดี คุ้มค่าที่จะทำ ผมยินดีอยู่แล้วครับ โอกาสเข้ามาในชีวิตเรา ใครๆ ก็อยากได้ครับ”

เรารับได้ใช่ไหมที่มีชื่อเราแล้วพ่วงกับญาญ่าห้อยท้าย?
“ผมตอบไปแล้วว่าผมไม่ได้เกาะกระแสครับ แต่รับได้ครับเพราะว่าเราไม่สามารถทำให้ใครถูกใจเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วครับ คนเรามีทั้งคนไม่ชอบและชอบเราเป็นเรื่องธรรมดา

ผมเข้าใจในชีวิตมากกว่า มันเป็นสัจธรรม เพราะฉะนั้นใครจะคิดอะไร มันเป็นความคิดเห็นที่เป็นเรื่องของเขา เราทำอะไรไม่ได้ เรามีหน้าที่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด”

ถ้าเราเข้าวงการจะต้องปรับทัศนคติใหม่ไหม เพราะเราจะต้องเป็นบุคคลสาธารณะมากขึ้น?
“ต้องปรับมากครับ แต่อย่างนึงคือผมว่าผมปรับในระดับที่พอสมควรนะ เพราะว่ามีคนเข้ามาคอมเมนต์ในอินสตาแกรมเยอะมาก ล้วนแล้วแต่เป็นคำพูดไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ผมไม่ได้ตอบหรือปฏิเสธอะไรเขาเลย

ผมยินดีที่จะรับฟัง และผมเข้าใจว่าตอนนี้ผมกลายเป็นคนนึงที่เป็นสาธารณะไปแล้วมั้ง ตรงนั้นผมเข้าใจและผมไม่จำเป็นต้องปรับตัวอะไรมากครับ”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้