วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไหม้ระทึก ม.5 สำลักควันดับสยอง! (คลิป)

ไหม้ระทึก ม.5 สำลักควันดับสยอง! (คลิป)

  • Share:
อาคารสูง 14 ชั้น! หนีกันอลหม่าน ไปตายรพ. 2 ราย

ระทึกไฟไหม้กลางดึก “ราชเทวี อพาร์ตเมนต์” ซอยเพชรบุรี 18 กลุ่มควันกระจายไปทั่วอาคาร ผู้พักอาศัยกว่า 200 คน ผวาตื่นหนีตายอลหม่าน ชุดผจญเพลิงพบนักเรียนชาย ม.5 โรงเรียนชื่อดัง สำลักควันดับสยองคาห้องพักชั้น 12 นำผู้บาดเจ็บสำลักควันส่งโรงพยาบาลกว่าครึ่งร้อย ต่อมาดับอีก 2 รวม 3 ศพ สาหัสอยู่ในห้องไอซียู 4 ราย ตัวแทนเจ้าของยันที่เกิดเหตุมีมาตรฐานตามกฎหมายพร้อมช่วยเหลือคนเจ็บคนตายเต็มท่ี “พฐ.-วสท.” รุดตรวจ คาดไฟฟ้าลัดวงจรต้นเพลิงเกิดที่ช่องชาร์ปเก็บรวบรวมสายไฟชั้น 5 ด้านผู้ว่าฯ กทม. สั่งปิดอาคารพร้อมตั้งศูนย์ช่วยเหลือ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบระบบป้องกันภัยภายในอาคารทั่วกรุง

เพลิงพิโรธไหม้อพาร์ตเมนต์หรูกลางกรุงผู้พักอาศัยสำลักควันไฟดับอนาถ 3 ศพ บาดเจ็บกว่าครึ่งร้อย เผยขึ้นเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 3 เม.ย. ร.ต.อ.วรธน อื่มวิทยา รอง สว. (สอบสวน) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุพบกลุ่มควันออกจากราชเทวี อพาร์ตเมนต์ เลขที่ 488/18 ซอยเพชรบุรี 18 แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม. รุดตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิง ผกก.สน.พญาไท พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมประสานรถน้ำ ดับเพลิง 10 คัน จากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ชุดผจญเพลิง หน่วยกู้ชีพ รพ.รามาธิบดี กู้ชีพ รพ.ราชวิถี และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพักอาศัยสูง 14 ชั้น พบกลุ่มควันออกมาจากชั้น 5 จำนวนมาก แต่ไม่พบแสงเพลิง ผู้พักอาศัยกว่าสองร้อยชีวิตวิ่งออกจากห้องพักหนีตายกันอลหม่าน บางส่วนติดค้างอยู่ตามชั้นต่างๆออกมายืนริมระเบียงส่องไฟฉายเป็นสัญญาณร้องขอความช่วยเหลือ และบางส่วนหนีขึ้นไปอยู่บนชั้นดาดฟ้า เจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบอาคารเข้าไปช่วยเหลือผู้ติดค้างภายในอย่างเร่งด่วน ในเวลาเดียวกันมีชาย อายุ 25-35 ปี นำผ้ามาผูกต่อกันเป็นเชือกโหนตัวลงมาจากชั้น 6 แต่พลัดตกลงมาบาดเจ็บบริเวณสะโพกซ้าย นำส่ง รพ.พญาไท พร้อมช่วยเหลือผู้หมดสติสำลักควันไฟต้องปั๊มหัวใจ 3 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กหญิง 1 ราย รวมอยู่ด้วย ก่อนนำผู้บาดเจ็บทั้งหมด 55 ราย ส่งตามโรงพยาบาลต่างๆรักษา อาทิ รพ.รามาธิบดี รพ.ราชวิถี รพ.จุฬาฯ และ รพ.กลาง

ขณะที่เจ้าหน้าที่บางส่วนยังค้นหาช่วยเหลือผู้ติดค้าง พร้อมใช้เครื่องระบายควันออกนอกตัวอาคารจนหมดใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง

นายวรุต พูลผล อายุ 29 ปี ผู้พักอาศัยอยู่ห้องพักชั้น 4 ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเล่นเกมออนไลน์กับเพื่อนได้ยินเสียงเหมือนประกายไฟดังขึ้นบริเวณตรงข้ามห้อง เดินออกไปดูพบว่ามีประกายไฟเกิดขึ้นที่ห้องควบคุมไฟ รีบเดินลงไปข้างล่างแจ้ง รปภ.ให้ทราบ ขณะเดินขึ้นไปบนห้อง บริเวณทางเดินพบมีควันไฟจำนวนมาก รีบเข้าห้องบอกเพื่อนเก็บของหนีลงมาได้ ส่วน น.ส.พลอยรุ้ง เพ็ญพรรณศิริ กล่าวด้วยความตกใจว่า ติดอยู่ในห้อง 743 ชั้น 7 ขณะนอนหลับมีเสียงคนโวยวายดังมากและไฟดับ เปิดประตูออกมาเห็นควันจำนวนมากลอยเต็มทางเดิน ผู้พักอาศัยคนอื่นวิ่งหนีกัน ตนรีบหยิบหน้ากากอนามัยและผ้าเปียกชุบน้ำปิดจมูกวิ่งออกมาหาอากาศหายใจนอกระเบียง นานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือลงมาอย่างปลอดภัย

ด้าน พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 เผยว่า ต้นเพลิงเกิดจากห้องสำหรับเดินสายไฟภายในอาคาร (ช่องชาร์ป) ขนาดประมาณ 2×3 เมตร ที่ชั้น 5 และลุกลามไปตามช่องชาร์ปตามชั้นต่างๆ อาคารที่เกิดเหตุเปิดเป็นที่พักอาศัย 14 ชั้น รวมชั้นดาดฟ้า มี 13 ชั้นเป็นที่พัก ชั้นละ 12 ห้อง รวม 156 ห้อง มีผู้พักอาศัยกว่า 200 คน มีทั้งชาวไทยและต่างชาติ ในที่เกิดเหตุพบศพนายพีรณัฐ อินวกูล อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ถนนพญาไท นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตในห้องพักเลขที่ 1239 ชั้น 12 จากการสำลักควันไฟขาดอากาศหายใจ มีผู้บาดเจ็บสำลักควันไฟถูกนำส่งโรงพยาบาลต่างๆรวม 55 ราย ต่อมานายเมทิพย์ รอดทิม อายุ 46 ปี เสียชีวิตที่ รพ.กลาง และชายอายุ 35-45 ปี ไม่มีเอกสารแสดงตนเสียชีวิต รพ.ราชวิถี รอให้ญาติติดต่อนำหลักฐานตรวจดีเอ็นเอยืนยันอัตลักษณ์บุคคล รวมมีผู้เสียชีวิต 3 คน และนอนรักษาตัวห้องไอซียู 4 ราย สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 3 นำส่ง รพ.รามาธิบดี ชันสูตรหาสาเหตุการตาย ที่แท้จริงต่อไป

ต่อมาเวลา 08.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.มาตรวจที่เกิดเหตุเผยว่า อุปสรรคการดับไฟ ทางเข้าอาคารกว้างเพียง 4 เมตร รถดับเพลิงขนาดใหญ่เข้าไม่ได้ ต้องใช้รถดับเพลิงขนาดเล็กเข้าไปก็เข้าไม่ถึงตัวอาคาร เพราะมีรถของผู้พักอาศัยจอดขวางอยู่ เจ้าหน้าที่ต้องใช้สายยางดับเพลิงจากรถดับเพลิงขนาดใหญ่ต่อมายังรถเล็ก ทั้งนี้เหตุเพลิงไหม้ไม่ได้เกิดเพลิงมากนัก ส่วนใหญ่เป็นควันทำให้ผู้อาศัยสำลักควัน เจ้าหน้าที่ชุดผจญเพลิงจะพกเครื่องช่วยหายใจ 2 ตัว สำหรับเจ้าหน้าที่และช่วยเหลือคนต่อคน ต้นเพลิงเกิดจากห้องไฟฟ้า หรือช่องชาร์ป ที่เก็บรวบรวมสายไฟในอาคาร ชั้น 5 ก่อนลุกลามสายไฟฟ้าขึ้นไปยังชั้นบน เนื่องจากสายไฟเก่าอาจเกิดการลัดวงจร แต่ต้องรอผลเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอย่างละเอียด

พล.ต.อ.อัศวินเผยอีกว่า จากนี้จะปิดอาคารชั่วคราวให้สำนักงานโยธาตรวจสอบ พร้อมให้นายธีรยุทธ ภูมิภักดิ์ ผอ.เขตราชเทวี ตั้งศูนย์ดูแลผู้ประสบเหตุชั่วคราวที่กรมพลังงาน ตั้งอยู่หน้าปากซอยที่เกิดเหตุ สำหรับอาคารที่เกิดเหตุขอสร้างเมื่อปี 2530 และสร้างเสร็จช่วงปี 2531-2532 อายุอาคาร 30 ปี ไม่มีสปริงเกอร์และระบบป้องกันอัคคีภัยเป็นแบบเก่า ไม่ใช่ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ปี 2535 มีบันไดหนีไฟแต่เป็นแบบเก่า (บันไดลิง) และไม่มีสัญญาณเตือนภัย ทั้งนี้หลังลงพื้นที่จะเชิญปลัด กทม. สำนักการโยธา สำนักงาน สปภ. มากำชับให้ตรวจสอบอาคารอื่นๆอย่างละเอียด แม้ว่าอาคารเก่าจะขออนุญาตถูกต้อง แต่ต้องมีพร้อมด้านความปลอดภัย

นายธีรยุทธ ภูมิภักดิ์ ผอ.เขตราชเทวี กล่าวว่า พ.ร.บ.ควบคุมอาคารปี 2535 มีสาระสำคัญคือให้ติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย มีกฎกระทรวงออกมากำกับเพื่อให้อาคารที่สร้างก่อน พ.ร.บ.ฉบับนี้จะต้องปรับปรุงเพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าพัก จากการตรวจสอบเมื่อเดือน พ.ย.ปี 60 พบว่าอาคารติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยและดูแลป้องกันอัคคีภัยไว้แล้ว เพียงแต่อาจจะไม่สมบูรณ์เท่านั้น คาดต้นเพลิงอยู่ที่ชั้น 5 ตรงช่องเดินสายไฟ ทำให้ควันแผ่พุ่งไปที่ชั้น 13 ทันที และควันได้ขยายวงกว้างทั่วชั้น 13 ก่อนจะกดตัวให้ต่ำไล่ชั้นลงมาด้านล่างทำให้ผู้ที่อยู่ชั้นล่างๆ สามารถหนีเอาตัวรอดได้ ส่วนผู้ที่อยู่ชั้น 9-11 ได้รับบาดเจ็บจากการสำลักควันกันมาก

ด้านตัวแทนของห้างหุ้นส่วนจำกัด ราชเทวี อพาร์ตเมนต์เผยว่า ผู้บริหารจะเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตให้ดีที่สุด ห้างหุ้นส่วนฯมีที่พักอยู่หลายแห่งจะถามความสมัครใจผู้พักอาศัยว่าประสงค์จะพักที่ใด อาคารที่เกิดเหตุมีมาตรฐานตามที่หน่วยงานราชการกำหนด และตรวจสอบเป็นประจำทุกปี

ขณะที่เจ้าหน้าที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศ ไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (วสท.) เดินทางมาตรวจสอบอาคารที่เกิดเหตุ นานกว่า 1 ชั่วโมง ดร.ธเนศ วีระศิริ นายก วสท. กล่าวว่า อาคารมีทั้งหมด 14 ชั้น ต้นเพลิงพบที่ช่องชาร์ป (ช่องเดินสายไฟ) ชั้น 5 และพบมีร่องรอยของควันจำนวนมากปรากฏที่พื้นช่องชาร์ปชั้น 6 และไฟไหม้อย่างรุนแรงที่พื้นตรงช่องชาร์ป ชั้น 8-11 ผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุอยู่ในห้องชั้น 12 อยู่ตรงกับช่องชาร์ปพอดี และพบใยมะพร้าวซึ่งเป็นเชื้อเพลิงบนเตียงนอนในชั้นเกิดเหตุ ต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าเตียงนอนอยู่ตรงไหนในช่วงก่อนเกิดเหตุ ส่วนชั้น 14 พบสายไฟละลายเป็นจำนวนมาก แต่โครงสร้างหลักของอาคารไม่เสียหาย สามารถซ่อมแซมและเปิดใช้งานต่อได้ แต่ต้องตรวจสอบโครงสร้างอีกที เพราะเหล็กบางส่วนโดนความร้อนอาจทำให้พื้นโก่งตัว ต้องให้วิศวกรมาตรวจอย่างละเอียด ใช้เวลา 1-2 เดือน หลังจากตรวจเสร็จเจ้าของอาคารต้องปรับปรุงให้แล้วเสร็จ ก่อนทำเรื่องไปยังเจ้าพนักงานท้องถิ่นอนุญาตจึงจะสามารถเปิดใช้งานได้ อุทาหรณ์ในคดีนี้คือ เรื่องช่องชาร์ป ต้องปิดช่องว่างให้หมด การมีรูหรือช่องว่างทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วเป็นลักษณะตัววีทำให้มีคนตาย เพราะพอควันไฟโผล่มาช่องชาร์ปของแต่ละชั้นทำให้ควันลามไปทั่ว อีกทั้งสายไฟที่ร้อนและเสื่อมทำให้เกิดประกายไฟในช่องชาร์ป หากมีช่องว่างในชั้น ทำให้ควบคุมเพลิงได้ยากขอให้ทุกอาคารตรวจสอบด้วย

ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเผยว่า ยังระบุสาเหตุไม่ได้ ต้นเพลิงน่าเกิดจากชั้นที่ 5 คงต้องรอให้กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง การดูแลผู้พักอาศัยที่ได้รับความเดือดร้อน ฝากให้ สน.พญาไท จัดสายตรวจดูแลป้องกันมิจฉาชีพฉวยโอกาสเข้าไปขโมยทรัพย์สินในอาคาร รวมถึงตรวจสอบผู้พักอาศัยเป็นเจ้าของห้องตัวจริงหรือไม่ ส่วนยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 53 คน และเสียชีวิต 3 ราย กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนช่วยเหลือประชาชน เมื่อเกิดเพลิงไหม้บนอาคารสูงต้องเร่งระงับเหตุเพลิงไหม้และอพยพประชาชนด้วยความรวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถเผชิญเหตุได้ในทันที

ที่ รพ.รามาธิบดี ครอบครัวและญาติพี่น้องของนายพีรณัฐ อินวกูล อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ถนนพญาไท หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้นำหลักฐานมาติดต่อแผนกนิติเวชฯ ขอรับศพแต่การชันสูตรศพยังไม่เสร็จสิ้นนัดหมายให้มารับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในวัน 4 เม.ย.นี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้