วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สลากรวมเลขชุดดีกว่านั่งเฉยๆ


จากแผนการดำเนินงานของคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (บอร์ด) ในช่วงที่ผ่านมา ได้กำหนดเป้าหมาย (Road Map) เพื่อเป็นยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคาเอาไว้ทั้งหมด 3 ระยะ ซึ่งประกอบด้วย 1.การจัดระเบียบบังคับใช้กฎหมาย 2.การปรับแผนและกำหนดทิศทางการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล 3.คือการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม

โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารของสำนักงานสลากฯ ได้ดำเนินการตาม Road Map ผ่านพ้นไปแล้ว 2 ระยะ ทำให้ในท้องตลาดมีสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือลอตเตอรี่ ขายในราคาไม่เกินฉบับละ 80 บาททั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.2558 เป็นต้นมา ภายใต้มาตรการที่เข้มงวด เช่น การกำหนดบทลงโทษผู้ค้าสลากขายเกินราคา จะถูกจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับเป็นเงินไม่เกิน 10,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีการจัดชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจสอบ และจับกุมผู้ที่ขายสลากเกินราคาอย่างจริงจัง ส่งผลให้การร้องเรียนเรื่องจำหน่ายสลากเกินราคาตั้งแต่เดือน ต.ค.2560 ซึ่งมีสูงสุดถึง 1,105 ราย ก็ค่อยๆ ลดลงเหลือ 935 รายในเดือน พ.ย. และล่าสุดเดือน ก.พ.2561 มีเพียง 488 ราย

ขณะเดียวกัน ก็มีบทลงโทษที่เด็ดขาดกับผู้ค้าสลากเกินราคา ด้วยการยกเลิกสัญญาการเป็นตัวแทนจำหน่ายจำนวน 4,283 รายและยกเลิกการลงทะเบียนผู้มีสิทธิ์ในการจองซื้ออีก 1,063 ราย

นอกเหนือจากการตัดสินใจครั้งใหญ่ ยกเลิกรางวัลแจ็กพอต ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ที่ล่อใจมากที่สุดของสำนักงานสลากฯ ในการกระตุ้นยอดขายแต่ละงวด พร้อมกับปรับเปลี่ยนวิธีการกระจายสลากใหม่ จากเดิมจำหน่ายผ่านผู้ค้าสลากรายย่อย บริษัทนิติบุคคล คนพิการและองค์กรการกุศล ด้วยระบบโควตา โดยได้เพิ่มทางเลือกใหม่ด้วยการเปิดให้มีการจองซื้อล่วงหน้าผ่านเครื่อง ATM อินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง และที่หน้าเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย

และยังได้เพิ่มปริมาณสลากจากเดิมมียอดการพิมพ์ 37 ล้านฉบับต่องวด ขึ้นมาสูงสุดเป็นไม่เกิน 80 ล้านฉบับต่องวดตั้งแต่เดือน พ.ย.2560 ซึ่งได้สร้างความสมดุลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในท้องตลาดมากขึ้น เนื่องจากในแผงค้าสลากทุกแห่ง จะมีสลากราคาฉบับละ 80 บาทให้ประชาชนสามารถเลือกหาซื้อได้ ขณะเดียวกัน ก็มีสลากเกินราคา เพราะมีความต้องการของผู้ซื้อที่อยากได้เลขชุด 2 ใบ 5 ใบหรือ 20 ใบ

โดยพลเอก อภิรัตช์ คงสมพงษ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกในฐานะประธานบอร์ดฯ ประกาศว่าสามารถแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาได้ในระดับหนึ่ง โดยสลากที่วางขายปลีกในแผง จะมีราคาควบคุมไม่เกินฉบับละ 80 บาทอยู่ประมาณ 70% แสดงให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาของสำนักงานสลากฯ ในช่วงที่ผ่าน มีแนวโน้มดีขึ้น สามารถบรรเทาราคาสลากที่ขายแพงให้ลดลงมาได้

ซึ่งผลสำรวจพบว่า ราคาขายสลาก 1 ใบ มีราคาขายปลีกระหว่าง 80-100 บาท สลากชุด 2-3 ใบ ราคา 100-110 บาท สลากชุด 10 ใบ ราคาเฉลี่ย 110-150 บาท และชุด 20 ใบ ราคาขายสูงสุดไม่เกินใบละ 170 บาท ได้ปรับลดมาอยู่ที่ใบละ 150 บาทแล้วก็ตาม แต่ต้นตอของการจำหน่ายสลากเกินราคาก็ยังไม่หมดไป

ดังนั้น ในที่ประชุมบอร์ดสำนักงานสลากฯ เมื่อวันที่ 28 มี.ค. จึงมีมติให้ฝ่ายบริหารสำนักงานสลากฯ ไปดำเนินการประชาพิจารณ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น กรณีที่สำนักงานสลากฯ จะออกสลากเลขชุด โดยจะเริ่มต้นประชาพิจารณ์ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.จนถึงเดือน มิ.ย. หลังจากนั้นในเดือน ก.ค. บอร์ดสลากฯ จะพิจารณาว่า จะมีการออกสลากชุดหรือไม่ และสลากชุดที่ออก ควรจะชุดละกี่ใบ มีรูปแบบเป็นใบๆ เหมือนปัจจุบัน หรือรวมชุด 2 ใบ ขาย 160 บาท หรือ 5 ใบ ขาย 400 บาท เป็นต้น

โดยบอร์ดมองว่า โอกาสที่สำนักงานสลากฯ จะเป็นผู้รวมสลากเลขชุดด้วยตัวเอง มีความเป็นได้สูง เพราะนับตั้งแต่มีข่าวคนถูกรางวัล 180 ล้านบาท เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว และข่าวหวยอลเวงระหว่างครูปรีชากับหมวดจรูญได้สร้างกระแสความต้องการสลากชุดขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ราคาสลากที่กำลังจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แพงทะลุปล้องขึ้นมาอีกครั้ง

ดังนั้น สำนักงานสลากฯจึงต้องออกมาเป็นหัวขบวน ในการรวมเลขชุดแข่งกับผู้ค้าสลาก ดีกว่าปล่อยประชาชนผู้ซื้อสลาก ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ค้าอย่างไม่เป็นธรรม ถึงแม้วิธีการนี้ ไม่อาจจะแก้ไขปัญหาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่ก็ดีกว่านั่งนิ่งๆ ไม่ทำอะไรเลย.

วรรณกิจ ตันติฉันทะวงศ์

จากแผนการดำเนินงานของคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (บอร์ด) ในช่วงที่ผ่านมา ได้กำหนดเป้าหมาย (Road Map) 2 เม.ย. 2561 13:57 2 เม.ย. 2561 14:02 ไทยรัฐ