วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปูมกระทงข้าวเทพา ผวารง.ไฟฟ้าถ่านหิน

รถไฟไทยเมื่อผ่านเทพา รู้ได้จากชาวบ้านนำข้าวใส่กระทงใบตองมาขาย และขาดไม่ได้เลยก็คือไก่ทอด ไก่ทอดเทพานั้นลือกันว่าเลิศรส ไม่ว่าใครผ่านไปเป็นต้องชิม

ความเป็นมาของไก่ทอดเทพา บนรถไฟสายใต้นั้น อาจารย์ดิเรก เหมนคร ชาวบ้านเทพาให้ข้อมูลว่า เนื่องมาจากในปี พ.ศ.2452 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการให้สร้างทางรถไฟจากเพชรบุรีจดจังหวัดชายแดนภาคใต้ การสร้างทางรถไฟสายใต้ผ่านเมืองเทพา ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ทำให้สถานีเทพาเป็นจุดจอดเพื่อเติมเชื้อเพลิงคือไม้ฟืน เพราะสมัยนั้นยังเป็นรถจักรไอน้ำ ทำให้รถไฟต้องจอดเป็นเวลานาน

ดังนั้น ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในตลาดเทพาจึงมีอาชีพใหม่คือ ขายอาหารให้กับผู้โดยสารบนรถไฟ โดยทำเป็นกระทงใบตองใส่แกงชนิดต่างๆ อย่างแกงเขียวหวาน และที่ขาดไม่ได้คือไก่ทอด นั่นคือปฐมบทของไก่ทอดเทพาที่มีชื่อเสียงสืบมาจนปัจจุบัน

สูตรดั้งเดิมของไก่เทพา อาจารย์ดิเรกให้ข้อมูลว่า เดิมเรียกว่าไก่ทอดถอดเสื้อ เพราะต้องนำไก่มาถลกหนังแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ คลุกเคล้าเครื่องปรุงสูตรเทพา มีน้ำเกลือ กระเทียมสับ รากผักชี ซีอิ๊วขาว แล้วลงกระทะทอด ส่งกลิ่นหอมชวนรับประทาน

บ้านเทพา อ.เทพา จังหวัดสงขลา หลังจากผู้โดยสารรถไฟรับรู้ถึงรสชาติอาหารมานานปี สืบมาชาวไทยทั้งประเทศและชาวโลกต่างรับรู้อีกครั้ง เมื่อมีโครงการสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหินผุดขึ้น ชาวบ้านต่างรวมตัวกันเพื่อต่อต้าน ด้วยตระหนักนึกว่า ความอุดมสมบูรณ์ในท้องถิ่นอาจต้องเสียไป เมื่อโรงงานไฟฟ้าถ่านหินเข้ามา

ความอุดมสมบูรณ์ของเทพา เช่น มีทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้ อีกทั้งมีความได้เปรียบในการเดินทาง เนื่องจากมีแม่น้ำเทพา ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาสันกาลาคีรี ที่เป็นพรมแดนกั้นระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซีย ไหลผ่านและลงอ่าวไทยที่ปากน้ำเทพา ทำให้ในอดีต เทพามีอู่ต่อเรือมากมาย ทั้งเรือสินค้าและเรือรบ ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่กึ่งกลางพอดีระหว่างเมืองสงขลากับเมืองปัตตานีซึ่งทำสงครามกันตลอด นอกจากนี้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารญี่ปุ่นยังได้ตั้งทัพใหญ่ที่เมืองเทพา ดังปรากฏร่องรอยอยู่ในปัจจุบัน

อาจารย์ดิเรกให้ข้อมูลว่า เทพาไม่ใช่เป็นเมืองชายทะเลเท่านั้น หากแต่มีพื้นที่ส่วนหนึ่งติดกับภูเขาด้วย มีระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกันแบบ “เขา ป่า นา เล” เรียกได้ว่ามีทั้งคนชายเล ควน หมายถึง ภูเขาดิน หรือ เนินสูง มักใช้เป็นพื้นที่ทำสวน เช่น สวนยาง หรือสวนปาล์ม และคนปลูกข้าวในที่ราบ คนเหล่านี้มีการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันมาตั้งแต่ในอดีต โดยคนควนจะนำของป่าและข้าวสาร มาซื้อขายแลกเปลี่ยนกับคนเล โดยเฉพาะเกลือและอาหารทะเลแห้ง

และยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน การก่อตั้งเมืองเมื่อใดนั้น ไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ในแผนที่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปรากฏชื่อเมืองเทพาขึ้นตรงกับเมืองพัทลุง

จนเมื่อปี พ.ศ.2339 ในรัชสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดฯให้ขึ้นกับเมืองสงขลา ต่อมาในปี พ.ศ.2444 รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ได้แยกเมืองเทพาออกจากเมืองสงขลา ตั้งขึ้นเป็นอำเภอเทพา ขึ้นกับจังหวัดสงขลา และตั้งที่ว่าการอำเภอที่บ้านพระพุทธ ที่บริเวณปากแม่น้ำเทพาไหลออกอ่าวไทย

เนื่องจากการคมนาคมในสมัยนั้นอาศัยเรือเป็นส่วนใหญ่ ช่วงเวลานั้นรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จฯมาทอดพระเนตรธรรมชาติและมีหลักฐานเป็นชื่อถนน “ร.5” ในปี พ.ศ.2475 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาที่บ้านท่าพรุ หมู่ที่ 1 ตำบลเทพา ซึ่งใกล้กับสถานีรถไฟท่าม่วง ต่อมาการรถไฟแห่งประเทศไทยได้เปลี่ยนชื่อสถานีท่าม่วงเป็นสถานีรถไฟ เทพา เพื่อให้ตรงกับคำว่าอำเภอเทพา

เทพาเป็นประตูสู่เมืองปัตตานี และเป็นส่วนหนึ่งของ “ตือโละปาตานี” ซึ่งเป็นภาษามลายู “ตือโละ” แปลว่า อ่าว ส่วนคำว่า “ปาตา” หมายถึง ชายหาด หรือที่เรารู้จักกันในนาม “อ่าวปัตตานี” มีขอบเขตตั้งแต่ชายฝั่งทะเล อ.เทพา จ.สงขลา ผ่าน อ.หนองจิก อ.เมือง อ.ยะหริ่ง ไปจดแหลมตาชี จ.ปัตตานี ใต้ท้องทะเลของตือโละปาตานี มีกองหินธรรมชาติมากกว่าสิบกอง อาทิ กองหินตาแซะ กองหินตูวอกองหินบางน้ำผึ้ง ฯลฯ มีแนวปะการังยาวตลอดชายฝั่งจำนวนมาก ทั้งที่เป็นปะการังธรรมชาติและปะการังเทียม มีดอนสันทรายกลางทะเลชื่อดอนผีสิง

ตือโละปาตานีมีปากแม่น้ำจำนวนมาก ได้แก่ ปากน้ำสะกอม ปากน้ำเทพา ปากคลองเกาะแลหนัง ปากคลองบางราพา ปากคลองตันหยงเปาว์ ปากคลองสายหมอ ปากคลองบางตาวา ปากคลองบางปลาหมอ และปากแม่น้ำปัตตานี แม่น้ำลำคลองเหล่านี้มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาสันกาลาคีรี ไหลผ่านป่าชายเลนผืนใหญ่สองแปลง เนื้อที่รวมกันนับหมื่นไร่ คือ ป่าชายเลนคลองตูหยง และป่าชายเลนบางปู ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน

ทรัพยากรในพื้นที่เทพา ก่อให้เกิดอาชีพและเศรษฐกิจหลักคือการทำประมงและเกษตรกรรมแร่ธาตุ ซึ่งเป็นอาหารของสัตว์น้ำได้ไหลจากภูเขาลงสู่ทะเลผ่านปากน้ำต่างๆ ทำให้ตือโละปาตานีเป็นแหล่งประมงพื้นบ้านที่มีความสำคัญมากที่สุดของภาคใต้ตอนล่าง

ตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์อย่างหนึ่งคือ การที่ชาวบ้านสามารถจับปลาได้ด้วยมือเปล่า หรือแม้แต่การทอดแหหน้าหาดก็ได้ปลามาเป็นอาหารและนำไปขายสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนมาอย่างต่อเนื่อง

อาหารทะเลที่ได้จากตือโละปาตานี นอกจากกินในครัวเรือนแล้ว ยังแบ่งญาติ ขายให้แพปลาในหมู่บ้าน ขายให้สะพานปลาที่ปัตตานี ขายเป็นอาหารสดในตลาดนัด แปรรูปขาย ส่งโรงงานแปรรูปอาหารในนิคมอุตสาหกรรม ส่งตลาดมหาชัย ตลาดในกรุงเทพฯ มีพ่อค้าจากมาเลเซียมารับซื้อ ส่งไปไกลถึงอินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และบังกลาเทศ

ส่วนลำคลองในป่าชายเลน มีสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน สวนผัก ผลไม้ อาทิ แตงโม ฟักทอง ข้าวโพดหวาน คะน้า กล้วย มันทุกประเภท (เช่น สำปะหลัง มันเทศ ฯลฯ) ถั่วฝักยาว แตงกวา มะพร้าว แก้วมังกร มะละกอ มังคุด ลองกอง ทุเรียน ลางสาด สะตอ พริกไทย ดีปลี ผักเสี้ยน และทำนาข้าว

สินค้าจากชุมชน ชาวบ้านนำไปขายทั้งที่ตลาดนัดและประเทศ มาเลเซีย สินค้าสำคัญเช่น ปลาแห้ง กะปิ ปลาส้ม ปลาร้า ปลาเค็ม (กุเลา อินทรี) กุ้งแห้ง หอยเสียบดอง น้ำบูดู กุ้งหวาน กุ้งส้ม ปลาหมึกแห้ง ปลาหวาน ลูกชิ้น ข้าวเกรียบ โรงงานปลากระป๋อง มะม่วงดอง มะยมเชื่อม ไข่เค็ม ลูกหยี กล้วยฉาบ กล้วยตาก กล้วยทอด ถั่วลิสงทอด ไก่ เป็ด ไก่ชน แพะ วัว นกนางแอ่น นกกระทา นกกรงหัวจุก นกเขาชวา นกหงส์หยก นกเขาเล็ก การประมงของชาวบ้าน มีทั้งจับสัตว์น้ำในทะเล ลำคลอง ป่าชายเลน และชายหาด ทำบ่อกุ้ง ทำกระชังปลา แปรรูปอาหาร และเลี้ยงสัตว์

ความอุดมสมบูรณ์เหล่านี้ ชาวบ้านหวั่นว่า ถ้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเข้ามา เมื่อใช้น้ำคลองและทะเลระบายน้ำหล่อเย็นจากโครงการจะทำให้ความสมบูรณ์ทางธรรมชาติเสียไป และไหนจะต้องขนถ่ายถ่านหินทางเรืออีก

ด้วยเหตุนี้ ชาวเทพาจึงรวมตัวกันรักษาแหล่งทำมาหากินของตนเองไว้.

รถไฟไทยเมื่อผ่านเทพา รู้ได้จากชาวบ้านนำข้าวใส่กระทงใบตองมาขาย และขาดไม่ได้เลยก็คือไก่ทอด ไก่ทอดเทพานั้นลือกันว่าเลิศรส ไม่ว่าใครผ่านไปเป็นต้องชิม 2 เม.ย. 2561 11:08 2 เม.ย. 2561 11:08 ไทยรัฐ