วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มนต์เสน่ห์ ไทเป-เกาสง บินไทยเบิกร่องแดนใต้ไต้หวัน โกยส่วนแบ่งตลาด 53%

เป็นอีกประเทศที่น่าท่องเที่ยวในราคาเบาๆ

ใครๆ ก็ว่าประเทศไต้หวัน คือ Little Japan แต่ถ้าใครยังไม่ได้สัมผัสด้วยตา ได้ก้าวเท้าลุยย่ำเที่ยวก็คงตอบได้ยากว่า จริงอย่างที่ปากว่าหรือไม่..

และเป็นโอกาสดี ที่ “อาสาม” แห่งทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้รับคำเชิญพิเศษจาก “การบินไทย” ในทริปโปรโมตเส้นทาง “ไทเป-เกาสง” พร้อมนั่งเครื่องบินใหญ่..ใหม่ล่าสุดโบอิ้ง B787-9 ที่เพิ่งรับมอบมาใช้เมื่อปลายปีที่แล้ว แล้วนำมาใช้เสิร์ฟผู้โดยสารบินตรงกรุงเทพ-ไทเป ให้ได้สัมผัสความสบาย และบริการที่เต็มอิ่มจากการบินไทย..

สำหรับการเดินทางในทริปนี้ เป็นเที่ยวบิน TG632 เมื่อได้ขึ้นเครื่องบินก็ได้รับความสะดวกสบายจากเทคโนโลยีที่ใส่ไว้ในเครื่อง โดยเฉพาะจอภาพระบบสัมผัสพร้อมหูฟัง หมอน-ผ้าห่มไว้อย่างดี เรียกว่าเพียงแค่นั่งลงและเลือกชมสิ่งที่ชอบเท่านั้น ทั้งหนัง เพลง ความบันเทิงอื่นๆ เพียง 3 ชั่วโมง ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วก็ถึงประเทศไต้หวัน ลงสนามบินไทเป เป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

เมื่อย่างก้าวเข้าสู่..ไทเป แน่นอนสิ่งที่เราสัมผัสได้คือ อากาศ ช่วงที่เราไป (กลางเดือนมีนาคม) อากาศไม่ร้อน มีลมเย็นๆ โชยรอบตัวเราตลอดเวลา

จุดหมายแรก..อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก (Chiag Kai-Sheck Memorial Hall)

อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมา เพราะเป็นสถานที่รวบรวมประวัติศาสตร์ชาติไต้หวัน กว่าจะหลอมรวมมาเป็นชาติ

สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงอดีตประธานาธิบดีวีรบุรุษของชาติ เป็นอาคารสีขาวทั้ง 4 ด้าน มีหลังคาทรง 8 เหลี่ยม โดยมีสถาปัตยกรรมแบบจีนตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลางจตุรัสเสรีภาพ มีบันไดด้านหน้า 89 ขั้น (เท่าอายุ อดีต ปธน.เจียงไคเชก)

ภายในจะมีห้องจัดแสดงประวัติ ภาพถ่าย ของใช้ส่วนตัวมากมาย แต่..ไฮไลต์ของที่นี่ คือ จะมีพิธีเปลี่ยนเวรทหาร ซึ่งจะมีทุกๆ ต้นชั่วโมง “อาสาม” ก็โชคดีที่ได้ไปดูเช่นกัน ซึ่งเป็นช่วงที่เชิญธงชาติลงจากเสาพอดี

สิ่งที่..สังเกตเห็นได้คือ ทำไมทหารแต่ละคนรู้สึกหล่อกันจัง..และก็ได้คำตอบจากคุณ Sarinee Cheng สาวสวยคนไทยที่เป็นกูรูไต้หวันที่ร่วมทริปไปกับเราด้วยบอกว่า “ประเทศไต้หวันจะคัดทหารที่หน้าตาดีมาทำพิธีเปลี่ยนเวร หรือเชิญธงชาติ เพราะมองว่านี่คือหน้าตาของชาติอย่างหนึ่ง..”

วัดหลงซาน...คือสถานที่ถัดมา ที่ได้มาเยือนขอพร ว่ากันว่า จริงๆ แล้วที่นี่น่าจะเป็นศาลเจ้ามากกว่า เพราะหากเป็นวัดก็ต้องมีพระจำวัดอยู่...จริงไหม? 

ศาลเจ้าหลงซาน ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1738 เดิมถูกสร้างขึ้นเพื่อสักการะเจ้าแม่กวนอิม แต่ปัจจุบันได้มีพระพุทธรูป และเทพองค์อื่นๆ มาประดิษฐานนับร้อยองค์ ตามหลักความเชื่อพุทธ เต๋า และ ขงจื้อ

ทั้งนี้คุณไกด์ของเรา นาม “อาเหลียง” บอกว่า คนไต้หวันนั้นมีความเชื่อเรื่องเทพที่หลากหลายมาก แต่หากให้บอกว่าเทพองค์ไหนที่คนไต้หวันนับถือมากที่สุด ก็คือ “เจ้าแม่ทับทิม” เหตุเพราะคนที่นี่มีอาชีพส่วนใหญ่ คือ อาชีพประมง เจ้าแม่ทับทิม คือ เทพธิดาแห่งท้องทะเล ช่วยคุ้มครองผู้เดินทางทางเรือ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนไต้หวันให้การนับถือเป็นอย่างมาก..เรียกว่า ถ้ามีงานเกี่ยวกับเจ้าแม่ทับทิม คนไต้หวันก็พร้อมจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ กลับกันหากนักการเมืองจะทำกิจกรรม หรือ ปิดถนน ก็โดนด่าแล้ว!

และที่โชคดีไปกว่านั้น ตอนที่เรามาจะเป็นช่วงเทศกาลโคมพอดี ภาพศาลเจ้าหลงซาน จึงถูกประดับด้วยโคมอย่างสวยงาม...

ของล้ำค่าควรเมือง กับ พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติกู้กง..

หลังจากไหว้พระเจ้าขอพรกันแล้ว..คราวนี้ก็มาศึกษาสมบัติชาติของไต้หวันกันบ้าง ใน พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติกู้กง (National Palace Museum) ในนี้ใครที่ชอบศึกษาประวัติศาสตร์ ศิลปะ โบราณวัตถุ คงใช้เวลาเป็นวันๆ ก็ไม่พอ เพราะในนี้จะอุดมไปด้วยหนังสือหายาก สิ่งของหายาก ผลงานทองสำริด อาวุธ เครื่องประดับโบราณมากมาย โดยเฉพาะ หยกผักกาดขาว หินรูปหมูสามชั้น และ กระถางสัมฤทธิ์เหมากง

หลังจากผ่านหมวดประวัติศาสตร์ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว..จากนั้นก็ขึ้นจุดชมวิวของไทเป ได้แก่ตึก 101 ชมทิวทัศน์รอบทิศ..แล้วก็ตามต่อด้วยตลาดผลาญเงิน

ตอนนี้ก็ถึงคิวเดินตลาด ซึ่งเราก็ได้เดินตลาดย่านซีเหมินติง ซึ่งเป็นเหมือนฮาราจูกุแห่งไทเป ซึ่งก็มีสินค้ามากมายให้เลือกสรรค์ นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้เดิน ตลาดกลางคืนซื่นหลินด้วย ใครเตรียมเงินไต้หวันมาก็เตรียมมาละลายได้ใน 2 ตลาดนี้..

มุ่งหน้าสู่เกาสง โดยรถไฟความเร็วสูง สะดวก สบาย รวดเร็ว..

หลังจากเดินทางทัศนาจรในไทเปจนหนำใจแล้ว.. ก็ถึงคิวเกาสง เราได้นั่งรถไฟความเร็วสูงมุ่งสู่เมืองเกาสง แค่อึดใจ ชั่วโมงกว่าๆ ก็พาพวกเรามาจากไทเป ตอนเหนือลงภาคใต้ที่เกาสง

เมื่อไปถึง...เรามีโอกาสได้เข้าพักในอาณาจักร E-DA world ซึ่งภายในประกอบไปด้วยโรงเรียน โรงแรม โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย สวนสนุก Outlet สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และได้รับการต้อนรับจาก Ms. Tseng Tzu Wen Director-General of Kaohsiung City Government Tourism Bureau มากล่าวต้อนรับ และแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเมืองเกาสงมากมาย

Ms.Tseng Tzu Wen Director-General of Kaohsiung City Government Tourism Bureau กล่าวว่า เมืองเกาสง ถือเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของไต้หวัน เดิมเป็นเมืองอุตสาหกรรม โดยมีโรงงานเหล็กจำนวนมาก แต่ต่อมามีการปรับสภาพเมืองให้เหมาะสมกับการท่องเที่ยว โดยมีการก่อสร้างสถานที่พักผ่อนอย่างครบวงจร มีสนามบิน สวนสนุก โรงแรม ภูเขา ทะเล และลำธารสวยงาม ของกินอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งบรรยากาศของเมืองเกาสงนั้น ก็ไม่หนาวเกินไปนัก หน้าหนาวจะอยู่ประมาณ 23 องศา มีประชากร 2.3 ล้านคน

ลักษณะนิสัยของชาวเมืองนั้น เป็นคนที่อัธยาศัยดี แลนด์มาร์กที่สำคัญคือ ที่บริเวณ แม่น้ำอ้ายเหอ (แม่น้ำแห่งความรัก) ซึ่งบรรยากาศยามค่ำคืนสวยงาม ซึ่งตรงนี้จะเป็นจุดที่ชาวไต้หวันมักมาแสดงความรักต่อกัน นอกจากนี้ ยังมีสะพานจุดชมวิวที่เพิ่งสร้างเสร็จไปเมื่อเร็วๆ นี้ (Kaosiung Sky walk park)

Ms. Tseng Tzu Wen กล่าวอีกว่า ที่สำคัญคือ เมืองเกาสง และประเทศไต้หวันนั้น มีเทศกาลบ่อยๆ อาทิ ช่วงตรุษจีน จะมีการปล่อยโคมลอยที่สวยงาม พุทธอุทยานพระใหญ่ โฝ กวง ซาน ที่ยิ่งใหญ่ สวยงาม เทียบเท่าพุทธมณฑล ส่วนเรื่องอาหารนั้น เชื่อว่าอาหารที่นี่มีรสชาติถูกปากคนไทยเป็นอย่างยิ่ง คนเมืองไทเปอาจจะกินจืด แต่สำหรับอาหารในเกาสงจะมีรสชาติจัดจ้านกว่า ส่วนอาหารหวาน ผลไม้ ที่จัดว่าเด็ดคือ ชานมไข่มุก ฝรั่ง สับปะรด มะม่วง ซึ่งมีให้กินทั้งปีเหมือนกับเมืองไทย

“หลังจากไต้หวันใช้นโยบายอำนวยความสะดวกให้คนไทยไม่ต้องทำวีซ่าเข้าประเทศ ก็ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาประเทศไต้หวันมากขึ้นเรื่อยๆ เมืองเกาสงเอง ถือว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ น่าท่องเที่ยว ในทุกรูปแบบ คนที่นี่อัธยาศัยดี มีความปลอดภัยมาก สถิติอาชญากรรมต่ำมาก ผู้หญิงคนเดียวสามารถแบ็กแพ็กมาเที่ยวได้ โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ เนื่องจากประเทศไต้หวันเองถือเป็นประเทศที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศที่มีอิสระในการแสดงความคิดเห็นและแสดงออก แม้แต่เพศที่ 3 หรือ LGBT (กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ) ไต้หวันยังเปิดโอกาสให้แต่งงานกันได้ ซึ่งที่ผ่านมา เคยมีผู้ชายแต่งงานกันมาแล้ว”

ดังนั้น หากจะให้สรุปสั้นๆ ว่า ทำไมคนไทยควรมาเที่ยวเกาสงนั้น ขอบอกเลยว่า เกาสง มีธรรมชาติที่สวยงาม คมนาคมสะดวก (นั่งรถไฟความเร็วสูงจากไทเป-มาเกาสง ไม่ถึง 2 ชม.) ผู้คนอัธยาศัยดีเป็นมิตร อาหารอร่อย ราคาไม่แพง มีสวนสนุก เป็นเมืองที่มีการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง..

หลังจากพูดคุยกันเสร็จสิ้นแล้ว เราได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ในเมืองเกาสง นำโดย เกาะฉีจิน เกาะท่องเที่ยวเล็กๆ ห่างจากฝั่งเมืองเกาสงเล็กน้อย หากเดินทางด้วยเรือใช้ระยะเวลาแค่เพียง 5 นาทีเท่านั้น (อารมณ์เหมือนนั่งเรือข้ามฟากไม่ไกลนัก แต่หากนั่งรถก็จะอ้อมโลกเลยทีเดียว สถานที่แห่งนี้มีจุดชมวิวที่งดงามนัก งามแค่ไหนดูภาพกันเอาเองเลย...)

นอกจากนี้ ยังได้เที่ยวชม พุทธอุทยานพระใหญ่ โฝ กวง ซาน (Fo Guang Shan Monastery) แลนด์มาร์กศาสนาพุทธ นิกายมหายาน มีพระพุทธองค์ใหญ่ตั้งตระหง่าน เรียกว่าเทียบเท่า หรือใหญ่กว่า พุทธมณฑลของไทย เลยก็เป็นได้

แต่ภายในนั้นจะออกแนวหรูหรา อลังการ โดยมีเทคโนโลยีผสมทำให้รู้สึกไปอีกแบบในการมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนพระเขี้ยวของพระพุทธเจ้า...แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถนำรูปมาฝากได้ เพราะเขาห้ามถ่ายรูป

นอกจากนี้ เรายังได้เที่ยวชม เจดีย์มังกรเสือ วัดฉือจี้ (Dragon Tiger Pagoda ) ซึ่งเป็นเจดีย์สูง 7 ชั้น โดยมีความเชื่อที่ว่า เดินเข้าปากมังกรแล้วออกจากปากเสือ จะเป็นการขจัดปัดเป่าเอาสิ่งไม่ดีออกจากตัว

และก่อนจะกลับ เรายังได้เที่ยวชม โดมแห่งแสง (MRT Formosa Boulevard Station) เป็นสถานีจุดเชื่อมระหว่างรถไฟใต้ดิน 2 สถานี ที่ตกแต่งด้วยประติมากรรมกระจกสีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีเส้นผ่าศูนย์กลางของโดมยาว 30 เมตร

การบินไทยรุกหนัก บินตรงไต้หวัน ไทเป-เกาสง

ทั้งนี้ นายวิชญ์ กิจจาทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท การบินไทย ประจำประเทศไต้หวัน พูดถึงภาพรวมทริปนี้ว่า ก่อนหน้านี้การท่องเที่ยวประเทศไต้หวันนั้น เป็นเรื่องที่ยากกว่านี้เพราะต้องทำวีซ่า ฉะนั้นทำให้คนไทยท่องเที่ยวไต้หวันไม่สูงนัก ประมาณปีละ 190,000 คน แต่พอประเทศไต้หวันมีการเปลี่ยนแปลงในการเรื่องการทำวีซ่า ทำให้ปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 50% คือ 290,000 คน/ปี

“หากใครได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลีแล้ว ผมคิดว่าลองมาเที่ยวไต้หวันดู เพราะข้อได้เปรียบคือ อัตราค่าเงินไต้หวันน่าจะถูกกว่า 2 ประเทศดังกล่าวมาก คือ ประมาณ 1.1 บาท (สูงกว่าไทยนิดหน่อย) ดังนั้น อาหารการกินจะถูกกว่า ทั้งนี้ประเทศไต้หวันถูกปกครองโดยญี่ปุ่นมาถึง 50 ปี ทำให้สังคมของเขาจะมีความคล้ายญี่ปุ่น ระบบคมนาคม น้ำประปา ไฟฟ้า ผังเมือง จะถูกออกแบบโดยญี่ปุ่นทั้งหมด”

ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวนั้น จะเน้นเรื่องกิน เที่ยวชมธรรมชาติ นักท่องเที่ยวหลายแนวทั้งแบ็กแพ็กเกอร์ สปอร์ต ก็สามารถท่องเที่ยวที่นี่ได้อย่างสบายกระเป๋า..

ผู้จัดการทั่วไป การบินไทยประจำประเทศไต้หวัน กล่าวว่า เมื่อเราเห็นโอกาสตรงนี้ จึงมีการปรับเปลี่ยนเครื่องบินในการให้บริการ จากเครื่องบินแอร์บัส A330 มาเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 777 ซึ่งเป็นเครื่องบินลำใหม่กว่า และใหญ่กว่า มาใช้แข่งขันในตลาดไต้หวัน โดยเปลี่ยนเครื่องบินทั้ง 2 เที่ยวบิน/วัน

ที่เราต้องทำเพราะ.. 1. ปัจจุบันมีการแข่งขันกับโลว์คอสต์แอร์ไลน์ถึง 3 สายการบิน นอกจากนี้ ยังมีฟูลเซอร์วิส อีก 2 สายการบิน (Eva Air, China Airlines) ซึ่งด้านราคานั้นเรามีการแข่งขันกับ 2 การบินนี้ เราจึงต้องเร่งพัฒนาด้านบริการของเรา เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนได้รับการบริการที่ดีที่สุดจากการบินไทย

เป็นปลื้ม เกาสง ให้แลนดิ้งฟรี 1 ปี แค่ 6 เดือน ได้ส่วนแบ่งตลาด เกิน 50%

การปรับปรุงในครั้งนี้ได้ผลดีแค่ไหน นายวิชญ์ กล่าวว่า เพราะว่าเครื่อง 330 เป็นเครื่องที่ใช้มานานมากแล้ว เครื่องก็เป็นของเก่า แต่พอเราได้ โบอิ้ง 777 ทุกอย่างดีขึ้นทั้งหมด นอกจากนี้ ยังทำเลานจ์ใหม่ (เลานจ์ที่ใช้ร่วมกัน) เมื่อเปลี่ยนเครื่องบินก็เห็นผลทันที อัตราบรรทุกผู้โดยสาร (เคบิน แฟ็กเตอร์) ก็เพิ่มขึ้นเป็น 87 เปอร์เซ็นต์ แค่นี้ยังไม่พอ.. เราจึงคิดจะเพิ่มขึ้นมา โดยเราได้โปรดักส์ใหม่ คือ 787-900 เรียกว่าลำใหม่เอี่ยมเลย เราจึงดึงเข้ามาบินตรงไต้หวันได้

“อย่างที่ทราบกันว่า เครื่องบินรุ่นนี้เป็นเครื่องบินที่ใช้วัสดุพิเศษ ทำให้เครื่องบินมีน้ำหนักเบา หากเป็นบิสสิเนสคลาส ก็จะมีการจัดพื้นให้เป็นคอกเพื่อความสะดวกสบาย ที่สำคัญเครื่องลำนี้จะเงียบกว่า (ยืนยันว่าเงียบมาก นั่งมาแล้ว เสียงเครื่องบินเบามาก)

ส่วนการบริการ..เรามีการปรับปรุงเรื่องการเสิร์ฟอาหารในทุกชั้น ทั้งบิสสิเนสและอีโคโนมีคลาส โดยจะมีการนำเสนอเมนูใหม่ๆ ยกตัวอย่างเช่น ข้าวเหนียวมะม่วง ให้ถูกปากคนไทยและไต้หวัน อีกทั้งวงรอบของเมนูอาหารก็จะมีการปรับเปลี่ยนถึง 3 แบบ ทำให้ผู้โดยสารไม่รู้สึกเบื่อ ซึ่งจะไม่เหมือนกับสายการบินอื่นๆ

ส่วนเที่ยวบินสายอื่นๆ นั้น ตอนแรกเราคิดว่าจะเปิดบินตรงที่ ไทเป-เชียงใหม่ แต่เนื่องจากเรายังได้ช่วงเวลาที่ไม่ค่อยเหมาะสม เราจึงคิดว่ายังไม่ทำในตอนนี้ เราจะรอการเจรจาจนกว่าจะได้ช่วงเวลาที่ดีกว่านี้

กรุงเทพ-เกาสง เป็นอีก 1 เที่ยวบินใหม่ที่เราเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่ง เมืองเกาสง ถือเป็นเมืองใหญ่ทางใต้ของประเทศไต้หวัน ตอนนี้เราถือว่าเป็นผู้ริเริ่ม..เหมือนกับเส้นทาง กาฐมาณฑุ ที่เราเป็นผู้ริเริ่มบินเส้นทางนี้ก่อนจะบูมมากในปัจจุบัน

แต่สำหรับเกาสง ประเทศไต้หวันกำลังเดินหน้าโปรโมตการท่องเที่ยวพื้นที่ภาคใต้ การที่เราเข้ามาทำเส้นทางนี้ตั้งแต่เริ่มต้นนั้น จะทำให้นักท่องเที่ยวได้เริ่มสำรวจเมืองใหม่ ขณะเดียวกัน เมืองเกาสง เองก็ให้การรองรับการบินไทยเป็นอย่างดี โดยให้เราได้แลนดิ้งฟรี นอกจากนี้ ยังอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารต่างๆ เป็นอย่างดี

“ทุกอย่างถูกรวมพลมาสนับสนุนทางใต้ ตั้งแต่เปิดเส้นทางนี้มา ผู้โดยสารก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนแบ่งการตลาดเราก็สามารถตีตลาดได้มากถึง 53% ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน ถือว่าเป็นการตอบสนองที่ดีมาก ถึงแม้ว่าบินตรงกรุงเทพ-เกาสงนั้น เราจะเลือกใช้ไทยสมายล์ แต่..อย่าลืมว่า ไทยสมายล์ กับ การบินไทย นั้นคือบริษัทเดียวกัน การวางตลาดแบบนี้เพราะเราต้องคำนวณตลาดในช่วงเริ่มต้น จึงเลือกเครื่องบินขนาดเล็กกว่ามาบินทดลองตลาด ราคาของเราก็อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ ขณะที่สายการบินคู่แข่งนั้น เขาบินมา 20 กว่าปีแล้ว แต่เราเปิดแค่ 6 เดือน เราตีคู่กับเขาได้เลย”

ออเจ้า..เข้าประเทศ หวังใช้ละคร บุพเพสันนิวาส ดึงชาวไต้หวันเที่ยวไทย

ช่วงท้าย นายวิชญ์ ได้กล่าวยอมรับว่า...ตั๋วของการบินไทยนั้น ไม่ใช่ราคาที่ถูกสุด แต่.. “ผมเชื่อว่าคนซื้อทุกคนจะรู้สึกคุ้มค่า ขณะที่คนไต้หวันเองก็จะไม่ได้ดูที่ราคาตั๋วอย่างเดียว เขาเลือกจากความคุ้มค่าด้วย เขาจะยอมจ่ายกับโปรดักส์ที่ดีกว่า ตรงนี้เองทำให้เราแย่งตลาดมาจากสายการบินเดิมที่เปิดมานานถึง 20 ปีได้..”

สิ่งที่จะทำหลังจากนี้ คือ การทำยังไงก็ได้เพื่อดึงคนไต้หวันมาเที่ยวไทยให้มากขึ้น... ที่ผ่านมาคนไต้หวันมาประเทศไทย เพียง 4% จากคนที่มีพาสปอร์ต 16 ล้านคน (ทั้งประเทศมี 23 ล้านคน) ซึ่งถือว่าน้อยมาก จะทำยังไงก็ได้ที่จะทำให้เขาเที่ยวบ้านเรามากกว่านี้..ตอนนี้เราจึงคิดว่าควรจะทำอะไรก็ได้ให้เกิดความต้องการ..

ทีแรกเรากะว่าจะทำละคร โดยวาง “น้องนาย ณภัทร เสียงสมบุญ” ไว้ แต่กว่าจะทำ แล้วมันต้องใช้เงินพอสมควร แต่เมื่อตอนนี้มีกระแส “บุพเพสันนิวาส” มาแล้ว ตอนนี้ไปจีน เวียดนาม และ ประเทศอื่นๆ แล้ว ก็เป็นโอกาสดีที่เราจะนำละครเรื่องนี้ไปจุดกระแสที่ไต้หวันให้ได้ ถึงจะมีคนที่ไปตามรอย..ตอนนี้กำลังเดินหน้าดำเนินการ และได้ไฟเขียวกับ ททท.แล้ว เราเพียงให้ตั๋วเขาอย่างเดียว จากนั้น ททท.จะเป็นผู้จัดการทุกอย่าง หากเราเลือกสื่อ หรือบล็อกเกอร์ ที่สามารถจุดไฟตรงนี้ได้ ก็จะกลายเป็นกระแส เรียกนักท่องเที่ยวไต้หวันกลับเข้าประเทศเราได้

สำหรับทริปใช้เวลาเดินทางไป-กลับ รวม 5 วัน 4 คืน ซึ่งขากลับนั้น ทีมข่าวฯ ได้โอกาสนั่งสายการบิน "ไทยสมายล์" เที่ยวบิน TG2689 และใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เครื่องบินก็ร่อนลงจอด ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อย่างนิ่มนวล...จบทริปอย่างสวยงามและมีความสุข หากใครที่สนใจอยากเที่ยวไต้หวัน ก็ลองหาข้อมูลกันดู รับรองไม่ยากอย่างที่คิด คนเดียวก็เที่ยวได้.. 

ใครๆ ก็ว่าประเทศไต้หวัน คือ Little Japan แต่ถ้าใครยังไม่ได้สัมผัสด้วยตา ได้ก้าวเท้าลุยย่ำเที่ยวก็คงตอบได้ยากว่า จริงอย่างที่ปากว่าหรือไม่.. 1 เม.ย. 2561 17:54 2 เม.ย. 2561 05:38 ไทยรัฐ