หรือนี่จะกลายเป็นวิกฤติอย่างจริงจัง เมื่อเจ้าพ่อเฟซบุ๊กอย่าง 'มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก' ถูกศาลในอังกฤษเรียกให้มอบตัว หุ้นตก แถมในโซเชียลมีเดียยังมีการรณรงค์แคมเปญ #DeleteFacebook 

บางคนที่ยังงง หรือตามไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้นกับ 'มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก' ซีอีโอและผู้ก่อตั้งโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเฟซบุ๊ก ดังนั้นวันนี้ IT by Choice จะมาสรุปเป็นข้อๆ ให้คุณเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

1. อาจต้องเล่าย้อนไปก่อนว่ามีกระแสข่าวเกี่ยวกับบริษัท เคมบริดจ์ อนาลีติกา (Cambridge Analytica) ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลในอังกฤษ นำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เฟซบุ๊กนับ 50 ล้านรายชื่อไปใช้อย่างไม่เหมาะสม เพื่อช่วยเหลือ โดนัลด์ ทรัมป์ ในการหาเสียงชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ

2. บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลแห่งนี้สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กผ่านแบบทดสอบบุคลิกภาพออนไลน์ โดยมีผู้เข้าตอบคำถามราว 270,000 คน แต่ข้อมูลผู้ใช้กว่า 50 ล้านบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ ถูกเก็บเอาไปผ่านเครือข่ายเพื่อนในเฟซบุ๊ก ก่อนนำข้อมูลเหล่านี้ไปช่วยทรัมป์หาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2559

3. เมื่อเกิดกระแสข่าวดังว่า จึงทำให้ตอนนี้ราคาหุ้นของเฟซบุ๊ก ดิ่งลงเหว ถึงขั้นตกฮวบลงไปเกือบ 7 เปอร์เซ็นต์ สูญเสียมูลค่าหุ้นในตลาดภายในวันเดียวมากถึงเกือบ 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (1.33 ล้านล้านบาท)

4. หน่วยงานกำกับดูแลสิทธิส่วนบุคคลของอังกฤษได้ดำเนินการขอตรวจค้นฐานข้อมูล (ดาต้าเบส) และเซิร์ฟเวอร์ ของบริษัท เคมบริดจ์ อนาลีติกา 

หน้าเว็บไซน์ของ Cambridge Analytica
หน้าเว็บไซน์ของ Cambridge Analytica

...

5. บริษัท เคมบริดจ์ อนาลีติกา ยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง พร้อมเสริมว่าข้อมูลในระบบทุกอย่างคือข้อมูลที่ได้มา-และถูกใช้อย่างถูกต้องตามกระบวนการ

6. ขณะนี้ เฟซบุ๊กได้ระงับการเข้าถึงข้อมูลของบริษัทเคมบริดจ์ อนาลีติกา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

7. สื่อต่างประเทศยังขุดคุ้ยต่ออีกว่า Robert Mercer ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทเคมบริดจ์ อนาลีติกา เคยทำบทวิเคราะห์การหาเสียงให้แก่ โดนัลล์ ทรัมป์ นอกจากนี้ Christopher Wylie หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งยังเคยเข้าร่วมแคมเปญทางการเมืองอีกด้วย

8. มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ถูกคณะกรรมการดิจิตอลแห่งรัฐสภาสหราชอาณาจักร เรียกตัวเข้าให้ปากคำ

9. แม้จะเกิดวิกฤติครั้งใหญ่ขนาดนี้ ทางด้านซีอีโอของเฟซบุ๊กก็ยังไม่มีการแถลงข่าวความคืบหน้าใดๆ จนผู้ที่ซื้อสื่อโฆษณาบนเฟซบุ๊ก รวมถึงคนดังหลายคนยังออกมาติดแฮชแท็ก #DeleteFacebook และ #WheresZuck ผ่านทางโซเชียลมีเดียวอื่นๆ เพื่อเรียกร้องให้เฟซบุ๊กแสดงความรับผิดชอบ พร้อมกับเพิ่มนโยบายปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน

10. และเมื่อเร็วๆ นี้ Brian Acton ผู้ร่วมก่อตัง Whatsapp ยังเข้าร่วมติดแฮชแท็ก #DeleteFacebook จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโซเชียล

อย่างไรก็ตาม เราคงต้องคอยดูกันต่อไปว่าทางเฟซบุ๊กจะออกมาแถลงข่าว ไขข้อข้องใจให้ผู้คนเกี่ยวกับปัญหานี้หรือไม่.

ที่มา: CNN, The Verge