วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สารพัดเข้าใจผิด โรค...พิษสุนัขบ้า

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา

“ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า” เป็นอีกประเด็นสำคัญที่มองข้ามไม่ได้

ศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ โรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย บอกว่า มีพี่ๆน้องๆทางจังหวัดต่างๆโทรศัพท์มาปรึกษาเรื่องคนไข้มีอาการโรคพิษสุนัขบ้าอยู่เรื่อยๆ ประชาชนในพื้นที่เอาเนื้อโค กระบือ สุนัขที่ติดเชื้อมากิน ต้องฉีดยาสำหรับคนฆ่า...ชำแหละ...ปรุงอาหาร...กินดิบ “สุนัข”...ต้องสงสัย เมื่อตรวจหาเชื้อในสมองพบว่ามีเชื้อเกือบทุกจังหวัดแล้วครับ

“สัตว์นำโรค...คิดว่าลูกสุนัขและแมวไม่มีเชื้อพิษสุนัขบ้า จริงๆแล้ว... สุนัขและแมวอายุเท่าใดก็ตามแพร่โรคได้ แม้จะมีอายุเพียงหนึ่งเดือน”

คิดว่าสุนัขและแมวเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้เฉพาะในหน้าร้อนเท่านั้น จริงๆแล้ว...เป็นได้ทุกฤดูกาล ฉะนั้นการฉีดวัคซีนในสัตว์ไม่จำเป็นต้องรอฤดูกาล และคนเมื่อถูกกัดไม่ว่าฤดูไหนก็ตามต้องได้รับการฉีดยาป้องกัน

คิดว่าหากถูกสุนัขหรือแมวกัดโดยอาการของสัตว์ปกติดีก็ไม่น่าจะเป็นบ้า จริงๆแล้ว...สุนัขและแมวสามารถแพร่เชื้อโรคได้ถึง 10 วัน...
ก่อนจะแสดงอาการ หากถูกสุนัขหรือแมวกัด ถ้าสัตว์ดูยังปกติอย่านิ่งนอนใจ ต้องได้รับการฉีดยาป้องกันและจับแยกและกักขังสุนัขและแมวนั้นๆ หากแสดงอาการผิดปกติ ต้องตัดหัวนำไปส่งตรวจทันที ถ้าผ่าน 10 วันไปแล้วไม่มีอาการผิดปกติแสดงว่าไม่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า

คิดว่าการฉีดวัคซีนในสุนัขหรือแมวจะป้องกันการเกิดโรค พิษสุนัขบ้าได้ 100% จริงๆแล้ว...หากสัตว์ติดเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าแล้วและอยู่ในระยะฟักตัว การฉีดวัคซีนจะไม่ได้ผล ดังนั้น การนำสุนัขและแมวมาเลี้ยงต้องรู้ประวัติพ่อแม่และการเลี้ยงดูที่ผ่านมาอย่างชัดเจน

คิดว่าสุนัขหรือแมวที่ได้รับวัคซีน 1 ครั้งจะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต ไม่มีโอกาสเป็นบ้า จริงๆแล้ว...ยังมีโอกาสเป็นบ้าได้ ดังนั้น สุนัขและแมวต้องได้รับวัคซีน 2 ครั้งในปีแรก และ 1 เข็มต่อปี มิฉะนั้นยังมีโอกาสเป็นบ้าได้เมื่อได้รับเชื้อ ทั้งนี้ อาจต่างจากบางประเทศที่เจริญแล้วที่สุนัขและแมวหลังจากที่ได้รับการฉีดครั้งแรกแล้ว ไม่ต้องฉีดประจำทุกปี ทั้งนี้เนื่องจากโอกาสที่สุนัขและแมวจะได้รับเชื้อมีน้อยมากเหลือเกิน

และจะทำการฉีดกระตุ้นต่อเมื่อมีการสัมผัสโรคจริงๆเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทยที่เป็นประเทศที่ชุกชุมด้วยโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัข และโอกาสที่สัตว์เลี้ยงจะได้รับเชื้อค่อนข้างมีสูงจึงต้องฉีดต่อทุกปี

ถัดมา...คิดว่าสุนัขและแมวที่เราเลี้ยงและเคยได้รับวัคซีนมาก่อนถูกสุนัขบ้ากัดก็ไม่เสี่ยงต่อการติดโรค จริงๆแล้ว...ต้องได้รับการฉีดวัคซีนซ้ำ และกักขังดูอาการอย่างน้อย 45 วัน แต่ถ้าสุนัขและแมวนั้นไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อนเมื่อถูกสุนัขบ้ากัด องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทำลายเพราะมีโอกาสติดเชื้อสูง แต่ถ้าไม่สามารถปฏิบัติตามได้ ให้ฉีดวัคซีนทันทีและกักขังดูอาการ 6 เดือน และฉีดวัคซีนซ้ำ 1 เดือนก่อนปล่อย

คิดว่าสุนัขและแมวเท่านั้นที่แพร่เชื้อสู่คนได้?

จริงๆแล้ว...สัตว์ป่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดเป็นโรค...แพร่โรคได้เช่นกัน แม้แต่ลิง หนู กระต่าย อย่างไรก็ดี ในกรณีของหนู...กระต่าย เมื่อติดเชื้อและเกิดโรค ความสามารถในการแพร่โรคกระจายในหมู่พวกเดียวกันเองต่ำมาก และไม่ถือว่าเป็นตัวการสำคัญในการแพร่โรค แต่ถ้าคนถูกหนู หรือกระต่ายกัดให้พิจารณาเป็นรายๆไป

“การตรวจหาเชื้อในสมองสัตว์จะช่วยตัดสินได้เด็ดขาดว่าควรต้องให้การรักษาแก่คนที่ถูกกัดหรือไม่ อนึ่งระยะเวลา 10 วัน ที่ใช้ในการจับแยกและกักขังเพื่อดูอาการว่าเป็นบ้าหรือไม่ใช้ได้กับสุนัขและแมวเท่านั้น”

สำหรับการติดเชื้อในคนและการป้องกันโรค คิดว่าการกัดคนทั้งๆที่ไม่ได้ถูกแหย่เป็นเครื่องแสดงว่าสุนัข แมวนั้นๆเป็นบ้า จริงๆแล้ว...สุนัข แมวที่เป็นบ้ากัดคนโดยที่แหย่หรือไม่ได้แหย่ก็ได้ เมื่อถูกกัด ต้องไปรับการรักษาเช่นกัน หรือ...คิดว่าการข่วนจากสุนัขหรือแมวไม่น่าจะติดโรคพิษสุนัขบ้าได้

จริงๆแล้ว...การข่วนด้วยเล็บก็ทำให้ติดโรคและตายได้

เนื่องจากสุนัข...แมวเลียอุ้งตีนและเล็บ อาจมีไวรัสจากน้ำลายติดค้างอยู่ที่เล็บ...แพร่เชื้อได้หากแผลมีเลือดออกแม้เพียงซิบๆ...อีกอย่างเมื่อถูกสุนัขกัด คิดว่าเอารองเท้าตบหรือราดด้วยน้ำปลาจะช่วยฆ่าเชื้อได้

จริงๆแล้ว...เมื่อถูกกัดต้องล้างแผลด้วยน้ำกับสบู่เป็นเวลา 10-15 นาที หรือตามความเหมาะสม ถ้าอยากถูฟอกจนกระทั่งแผลถลอกมากขึ้นอาจจะทำให้ไวรัสเข้าเส้นประสาทโดยตรง

จากนั้นพบแพทย์ทันที เพื่อล้างแผลอีกครั้ง และฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาไอโอดีน ควรหลีกเลี่ยงการเย็บแผล ถ้าจำเป็นเย็บได้หลวมๆ หลังจากที่ได้ฉีดเซรุ่มแล้ว การเย็บปิดแผลจะส่งเสริมให้เชื้อเข้าเส้นประสาทได้ไวและเร็วขึ้น ที่สำคัญ...การปฏิบัติตามความเชื่อผิดๆเหล่านี้ทำให้มีคนเสียชีวิตมานักต่อนัก

“เมื่อถูกสุนัขหรือแมวที่มีเชื้อกัด คิดว่ามีโอกาสรอดแม้ไม่ได้รับการรักษา จริงๆแล้ว...ถ้าคนถูกกัดแล้วมีอาการจะเสียชีวิตทุกรายภายใน 5-11 วัน แต่คนที่รอด ไม่ได้หมายความว่าคาถาดี ทั้งนี้ เพราะ ไม่มีไวรัสในน้ำลายตลอดเวลา โดยที่ไวรัสจะถูกปล่อยมาในน้ำลายเป็นครั้งคราว ดังนั้น แม้ถูกหมาบ้ากัดจริงๆพบได้ 30-80% หรือ...เฉลี่ยครึ่งต่อครึ่งที่ไม่ตายได้”

นอกจากนี้ คิดว่ารอให้สุนัข...แมวที่กัดแสดงอาการหรือตายก่อนจึงค่อยพาคนที่ถูกกัดไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีน จริงๆแล้ว...การฉีดยาป้องกันที่ได้ผลสูงสุด อยู่ในช่วงเร็วที่สุดถ้าเป็นไปได้โดยเฉพาะใน 72 ชั่วโมงหลังถูกกัด และถ้าแผลมีเลือดออกไม่ว่าตำแหน่งใดของร่างกายต้องได้เซรุ่ม (อิมมูโนโกลบูลิน) ชนิดสกัดบริสุทธิ์ ฉีดที่แผล

เน้นย้ำ...เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ “โรคพิษสุนัขบ้า” จากการประชุมองค์การอนามัยโลก ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญนานาชาติจัดที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในเดือนเมษายน 2560 ตอกย้ำการประชุมก่อนหน้านั้นที่เจนีวาในปี 2556 มีหลักฐานชัดเจนว่าถึงแม้จะรักษาทันท่วงทีเมื่อมีอาการแล้วก็อาจเสียชีวิตได้แม้ว่าจะเกิดได้น้อยมากๆก็ตาม

ในประเทศไทย ข้อมูลศูนย์ฯ ในปี 2542 รายงานผู้ป่วยตาย 2 ราย และในปี 2552 รายงานผู้ป่วย 1 ราย แม้ได้รับการรักษาด้วยวัคซีนและเซรุ่ม... ด้วยเหตุผลนี้จึงต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมสัตว์นำโรค โดยเฉพาะ “สุนัข” “แมว” และ “คน” ที่มีโอกาสถูกสุนัขหรือแมวกัดบ่อยๆ ควรได้รับการ “ฉีดวัคซีน” ป้องกันล่วงหน้า

“ฉีดเพียงสองครั้งในวันที่ศูนย์ (วันที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรก) และวันที่สามโดยฉีดเข้าชั้นผิวหนังครั้งละสองจุด โดยที่แม้ว่าจะถูกกัดในอนาคต 10–20 ปีก็ตาม เพียงได้รับวัคซีนกระตุ้น 2 เข็ม หรือฉีดเข้าชั้นผิวหนังสี่จุดในวันเดียวโดยไม่ต้องฉีดเซรุ่มก็ปลอดภัยแล้ว”

“โรคพิษสุนัขบ้า”...ในคนมีอาการซับซ้อนและไม่จำเป็นต้องมีอาการกลัวน้ำ กลัวลม หรือมีน้ำลายมาก แต่มีอาการคล้ายโรคทางสมองทั่วไป หรืออาการอัมพาต แขนขาอ่อนแรง และ 10% ของผู้ป่วยไม่มีประวัติถูกสัตว์กัด หรือถูกกัดบ่อยมากจนคิดว่าไม่สำคัญ ศูนย์ฯได้พัฒนาวิธีการวินิจฉัยโดยใช้รูปแบบที่ปรากฏในคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กไฟฟ้าของสมอง และวิธีทางอณูชีววิทยา โดยตรวจหา RNA ของไวรัสในน้ำลาย น้ำไขสันหลัง ปมรากผม ปัสสาวะ...วิธีการทั้งหมดได้รับการบรรจุในคู่มือขององค์การอนามัยโลก

น่าสนใจว่า...ถึงแม้ “ผู้ป่วย” จะเสียชีวิตทุกราย แต่การวินิจฉัยยืนยันที่ถูกต้องจะนำไปสู่การค้นหาต้นตอของโรค โดยพุ่งเป้าไปยังกลุ่มสุนัขที่กัดผู้ป่วย ศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ทิ้งท้ายว่า

“สุนัขตัวการนอกจากจะแพร่โรคให้ผู้ป่วยแล้วยังมีโอกาสแพร่โรคไปยังสุนัขใกล้เคียง...เท่ากับเป็นระเบิดเวลาเคลื่อนที่พร้อมที่จะแพร่โรคต่อไปในอนาคต และ...ต้องไม่ลืมว่าคนที่สัมผัสผู้ป่วยก็มีโอกาสติดเชื้อได้จึงต้องได้รับการฉีดวัคซีนที่เหมาะสม”.

คิดว่าสุนัขและแมวเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้เฉพาะในหน้าร้อนเท่านั้น จริงๆแล้ว...เป็นได้ทุกฤดูกาล ฉะนั้นการฉีดวัคซีนในสัตว์ไม่จำเป็นต้องรอฤดูกาล และคนเมื่อถูกกัดไม่ว่าฤดูไหนก็ตามต้องได้รับการฉีดยา 20 มี.ค. 2561 11:41 20 มี.ค. 2561 11:42 ไทยรัฐ