วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กตู่' นำถก ครม.สัญจร เพชรบุรี สั่งจับตาเลือกตั้ง ส.ว.ในเขมร

'บิ๊กตู่' นำถก ครม.สัญจร เพชรบุรี สั่งจับตาเลือกตั้ง ส.ว.ในเขมร

  • Share:

นายกฯ นำประชุม ครม.สัญจร จ.เพชรบุรี ถกพัฒนาเศรษฐกิจภาคกลางตอนล่าง ด้าน เลขาฯ สมช.เผย นายกฯสั่งจับตาเลือกตั้งกัมพูชา ส่งผลกระทบไทยหรือไม่ เหตุหากเปลี่ยน รบ.จะมีผลต่อนโยบายประเทศ

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.61 ที่โรงแรมดุสิตธานี จ.เพชรบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง 2 ซึ่งประกอบด้วย 4 จังหวัด คือ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และประจวบคีรีขันธ์ โดยมี ครม.ผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มภาคกลางตอนล่าง 2 หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชนเข้าร่วม โดยก่อนการประชุม นายกฯ ได้ร่วมถ่ายภาพหมู่กับ ครม.และภายหลังการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจฯ แล้ว นายกฯ จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 2/2561 และครั้งที่ 10 ของรัฐบาลต่อทันที

ขณะที่ก่อนเร่ิมการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะเป็นการหารือการพัฒนางานด้านการเกษตร การประมง การปศุสัตว์ การท่องเที่ยว การค้าส่ง-ค้าปลีก การเพิ่มมูลค่าทางการค้า การขนส่งจากอ่าวไทยไปทะเลอันดามัน เพราะจะต้องทำให้การเจริญเติบโตเกิดขึ้นทั้ง 2 ฝั่ง คำนึงถึง 6 ภาคที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ บริหารจัดการต่อเนื่องในการใช้จ่ายงบประมาณ แบ่งแก้ปัญหาตามความเร่งด่วน รับฟังปัญหาประชาชน โดยเฉพาะปัญหาราคาสินค้าเกษตรกรรม และขอให้ติดตามการเลือกตั้ง ส.ว.ของประเทศกัมพูชาที่จะมีขึ้นด้วย เพราะเราไม่อยากให้ใครมีปัญหาทั้งสิ้น

ขณะที่ในการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ภาคกลางตอนล่าง 2 เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญเป็นยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคและของประเทศ เป็นจุดเชื่อมโยงการค้าที่สำคัญ โดยเฉพาะด้านประมงกับประเทศเพื่อนบ้าน การลงพื้นที่ที่ทำให้ได้รับฟังและทราบปัญหา ความต้องการของประชาชน รวมถึงได้มีโอกาสเยี่ยมเยียนพบปะกับประชาชนและแรงงานคนไทยและแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ยังมีการลงพื้นที่ของรองนายกรัฐมนตรี เพื่อพบปะกับประชาชนอย่างทั่วถึง ในการสร้างความรู้ความเข้าใจ โดยเฉพาะการทำความเข้าใจต่อโครงการไทยนิยมยั่งยืน ซึ่งต่อไปการเสนอขอรับงบประมาณดำเนินโครงการของประชาชน ต้องดูตามความเหมาะสม คำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุดต่อการใช้งบประมาณ และให้สอดคล้องกับรายได้ของประเทศด้วย

จากนั้น นายกฯ รับฟังข้อเสนอการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 จำนวน 4 ด้าน ดังนี้ 1. ด้านการบริหารจัดการน้ำ ประกอบด้วย โครงการบรรเทาอุทกภัยและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เพชรบุรีตอนล่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเพชรบุรี ระยะที่ 3 ฝั่งซ้ายตั้งแต่สะพานวัดจันทราวาส อ.เมือง จ.เพชรบุรี ความยาว 250 เมตร โดยนายกฯ สั่งการให้ทบทวนโครงการให้เกิดความเชื่อมโยงกับแผนบริหารจัดการน้ำในภาพรวมของประเทศ

2. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยโครงการสนับสนุนการปลูกและบำรุงป่าชายเลนทดแทนให้แก่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โครงการฟื้นฟูป่าชายเลนงอกใหม่ ในท้องที่ จ.เพชรบุรี โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันตก โครงการบริหารจัดการขยะจังหวัดสมุทรสาคร โดยนายกฯ เห็นชอบในหลักการ และมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพหลักประสานงานกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไป

3. ด้านการท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวชุมชน และ Long stay นายกรัฐมนตรีเห็นควรให้สร้างจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่แล้วให้ขยายสู่กลุ่มจังหวัด สร้างจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวอย่างเชื่อมโยงในกลุ่มจังหวัดต่อไป และ 4. ด้านการค้า การลงทุน และการค้าชายแดน ประกอบด้วย โครงการนครแห่งครัวโลก โครงการยกระดับจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขรเป็นจุดผ่านแดนถาวร นายกฯ มีข้อสั่งการเรื่องโครงการนครแห่งครัวโลก โดยกำหนดความหมายให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร เป้าหมายคืออะไร รวมทั้งคำนึงถึงความต้องการของตลาดด้วย ส่วนจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขรเป็นจุดผ่านแดนถาวร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเรื่องดังกล่าวประเทศเพื่อนบ้านต้องเห็นชอบด้วย จึงจะสามารถดำเนินการได้ ซึ่งตอนนี้ยังมีปัญหาเรื่องการปักปันเขตแดนอยู่ จึงขอให้เป็นไปตามขั้นตอนต่อไป

ในตอนท้าย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าใจดีว่าทุกคนล้วนหวังดีต่อพื้นที่ของตนเอง แต่ขอให้เข้าใจถึงการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลด้วย ซึ่งการใช้จ่ายงบประมาณต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมกล่าวยืนยันว่า รัฐบาลจะดูแลให้มากที่สุด เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และเพื่อพัฒนาประเทศให้เดินหน้าต่อไป

ขณะที่ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวถึงกรณี พล.ประยุทธ์ สั่งจับตาการเลือกตั้งของประเทศกัมพูชา ในเดือน ก.ค.นี้ ว่า ต้องดูว่าการเลือกตั้งกัมพูชาจะเป็นอย่างไร เพราะโดยปกติเวลาประเทศเพื่อนบ้านจัดการเลือกตั้ง เราจะต้องจับตาดูว่าจะมีผลกระทบอะไรกับประเทศเราหรือไม่ และการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยหรือไม่ รวมถึงเมื่อเลือกตั้งแล้วจะได้รัฐบาลอย่างไร ผลเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องนำมาพิจารณา เนื่องจากเวลามีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล จะมีผลต่อนโยบายของประเทศนั้น หากเป็นรัฐบาลเดิมก็อาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้