วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ร้องนายกฯ ครั้งที่ 6 จัดการผู้บุกรุกถนน

ร้องนายกฯ ครั้งที่ 6 จัดการผู้บุกรุกถนน

  • Share:

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. เวลา 07.00 น. นางสาวิตรี อาชีพโกศล อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74/33 อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ได้เดินทางมาที่บริเวณมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน บริเวณหมู่บ้านมหาชัยเมืองทอง ม.3 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสที่เดินทางมาตรวจราชการที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อให้เร่งรัดกรมทางหลวงเร่งดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ให้รื้อถอนบ้านเรือน 40 หลังของชาวบ้านที่บุกรุกถนนหลวง ท้องที่หมู่ที่ 1 บ้านปรก ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ปิด เส้นทางสัญจรของชาวบ้าน แต่นายวิโรจน์ คำปทุม ผู้แทนสำนักงานเลขานายกฯ ได้ประสานไปทางศูนย์รับเรื่องของทุกข์ของรัฐบาล ที่ได้ลงพื้นที่วัดคลองครุ ม.8 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เป็นผู้ดำเนินการให้

จากนั้นนางสาวิตรี อาชีพโกศล จึงเดินทางไปที่วัดคลองครุ โดยได้ยื่นหนังสือต่อ พ.อ.คฑาวุธ ขจรกิตติยุทธ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี ใจความในหนังสือร้องเรียนโดยสรุปกล่าวถึงกรณีกรมทางหลวงและสำนักงานบำรุงทางสมุทรสงครามและราชบุรีส่วนที่ 2 ไม่ดำเนินการต่อผู้บุกรุกบนทางหลวง (แนวเดิม) สายบางแพ-ดำเนิน–สะดวก-สมุทรสงคราม ทั้งที่เป็นอำนาจหน้าที่ของอธิบดีกรมทางหลวงโดยตรง อีกทั้งศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้ว ได้ติดตามขอให้กรมทางหลวงดำเนินการตามหน้าที่มาโดยตลอด แต่ปรากฏว่าหาได้มีการดำเนินการใดๆ เพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าวอย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้จึงมาร้องขอความเป็นธรรมจากนายกรัฐมนตรี ได้โปรดให้ความเป็นธรรมแก่ตน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด

ด้าน พ.อ.คฑาวุธ ขจรกิตติยุทธ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นผู้แทนนายกฯในการรับเรื่องร้องทุกข์ เป็นผู้รับหนังสือร้องขอความเป็นธรรม กล่าวว่า ได้ให้ผู้ร้องทุกข์ไปลงเลขรับหนังสือไว้ทันที และจะนำเรื่องเสนอต่อไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการพิจารณาและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

นางสาวิตรีกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า การมาร้องทุกข์นายกรัฐมนตรีครั้งนี้ นับว่าเป็นครั้งที่ 6 เนื่องจากเคยร้องผ่านศูนย์ดำรงธรรมมาแล้ว 5 ครั้ง ผ่านจังหวัด 3 ครั้ง และที่ กทม. 2 ครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมได้แจ้งว่า ได้ส่งเรื่องไปให้กรมทางหลวงดำเนินการ แต่ไม่ได้รับแจ้งผลคืบหน้าแต่อย่างใด โดยปัจจุบันเจ้าหน้าที่แขวงการทางรื้อบ้านเพียงครึ่งเดียวเพื่อเปิดพื้นที่ทำถนน แต่บ้านยังรุกลงไปริมตลิ่งในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า ไม่ได้รื้อหมดตามคำสั่งศาล เมื่อทราบว่านายกรัฐมนตรีเดินทางมาตรวจเยี่ยม จ.สมุทรสาคร จึงได้มาร้องเรียนอีกครั้ง หวังจะได้ยื่นกับมือนายกรัฐมนตรีโดยตรง เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งว่าให้ยื่นตามขั้นตอนและยืนยันว่าถึงมือนายกรัฐมนตรี แน่นอน ตนก็พอใจและจะต่อสู้ต่อไปเพื่อทวงคืนถนนสายประวัติศาสตร์กลับมาเป็นของชาว จ.สมุทรสงคราม ซึ่งข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้