วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตร.บุกจับแขกเชื้อสายอินเดีย โยงค้ายาข้ามชาติ ยึดทรัพย์ได้กว่า 130 ล้าน

ตร.บุกจับแขกเชื้อสายอินเดีย โยงค้ายาข้ามชาติ ยึดทรัพย์ได้กว่า 130 ล้าน

  • Share:

ตำรวจ ปส.บุกค้นบ้านพัก ภายในซอยสุขุมวิท 39 ได้ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติด จากการขยายผลคดียาไอซ์​ 400 กก.โดยเป็นชาวไทยเชื้อสายอินเดีย พร้อมพวก คาดสามารถยึดทรัพย์ได้มากกว่า 130 ล้าน...

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 6 มี.ค.2561 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส.นำกำลังชุดสยบไพรี บช.ปส.เจ้าหน้าที่กองปราบ และหน่วยงานอื่นๆ ร่วมปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/4 โดยมีการเข้าตรวจค้นเครือข่ายค้ายาเสพติดทั่วประเทศ จำนวน 30 จุด โดยจะมีจุดสำคัญ 3 จุด ซึ่งเป็นจุดที่เกี่ยวข้องกับนายทุน ผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเครือข่ายค้ายาเสพติดทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากการตรวจค้นบ้านพัก ภายในซอยสุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา พบนายฮาร์ปรีท ซิงห์ ชาวไทยเชื้อสายอินเดีย ผู้ต้องหาตามหมายจับที่เกี่ยวข้องยาเสพติด


พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาคนนี้มีความเชื่อมโยงจากเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่เคยถูกจับมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะการจับผู้ต้องหาค้า ยึดของกลางเป็นไอซ์ 400 กิโลกรัม เมื่อเดือนกรกฎาคม รวมถึง ไอซ์ 282 กิโลกรัม ที่ลักลอบลำเลียงทางรถไฟเมื่อปีที่แล้ว หลักฐานสำคัญคือหลักฐานการโอนเงินไปกว่า 3 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ต้องหาไปซื้อรถยนต์มาดัดแปลง เพื่อลำเลียงยาเสพติด

ขณะที่พลตำรวจโทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า การตรวจสอบเบื้องต้น ยังพบผู้ต้องหาทำธุรกิจบังหน้าหลายอย่าง ทั้งธุรกิจค้าขายเสื้อผ้า ห้องเช่า ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ตำรวจได้เข้าไปตรวจค้นหาพยานหลักฐานมาประกอบสำนวนคดีจนนำไปสู่การเชื่อมโยงถึงกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด และขอศาลออกหมายจับได้ซึ่งก็ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมค้ายาเสพติดรายใหญ่คนหนึ่งในไทย แม้ผู้ต้องหาจะยังให้การปฏิเสธ แต่ยืนยันว่ามีหลักฐานชัดเจน ว่าเชื่อมโยงกับนักค้ายาเสพติด ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้

ผบช.ปส. กล่าวต่อว่า นายฮาร์ปรีท ซิงห์ สนับสนุนช่วยเหลือธุรกิจค้ายาเสพติด เช่น คดีการจับกุมไอซ์ 400 กก. ผู้ต้องหา 12 ราย ให้ความร่วมมือดี จึงได้เอกสารเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน เราจึงนำเอกสารดังกล่าวมาสืบสวน ขยายผลการจับกุมเพิ่มเติม จนทราบว่านายฮาร์ปรีท ซิงห์ เป็นผู้โอนเงิน ให้กับผู้ค้า เพื่อไปซื้อรถสำหรับใช้ในการขนย้ายยาเสพติด จึงเห็นได้ชัดว่า มีการเกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งตอนนี้ยังคงให้การปฏิเสธเป็นเรื่องปกติของผู้ต้องหาจะปฏิเสธ เพราะหากรับสารภาพเลยคงจะง่ายเกินไป เนื่องจากผู้ต้องหาฝังตัวอยู่ในประเทศไทยมานานแล้ว

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวอีกว่า การจับกุมผู้ต้องหาในลักษณะที่ไม่ครอบครองยาเสพติด ถือว่าเป็นเรื่องยากจะต้องอธิบายและชี้แจงต่อศาลให้ชัดเจนและต้องมีหลักฐานที่หนาแน่นพอที่จะสามารถออกหมายจับได้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ หลักฐานสำคัญ บ่งบอกเส้นทางการเงินของ นายฮาร์ปรีท ซิงห์ จึงสามารถออกหมายจับได้ ผู้ต้องหารายนี้ หากเปรียบได้ ก็เป็น พ่อของเอกอ้วน พ่อจะสั่งให้ลูกทำ อย่างน้อยตอนนี้สามารถจับรายใหญ่ได้แล้ว ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการขยายผลการจับกุม ว่า ผู้ต้องหารายนี้เพิ่งกลับจากประเทศสิงคโปร์ เหตุที่ผู้ต้องหาเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง ไปทำอะไร ที่ไหน และไปหาใคร เบื้องต้นนำตัวนายฮาร์ปรีท ซิงห์ ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ บช.ปส. เพื่อขยายผลการจับกุมต่อไป

ตำรวจจะได้คุมตัวนายฮาร์ปรีท ออกจากบ้านพักภายในซอยพร้อมมิตร และนำตัวไปสอบสวนต่อที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ซึ่งตลอดการสอบสวน นายฮาร์ปรีท มีสีหน้าที่เคร่งเครียดตลอดเวลา และจากการตรวจสอบการทำธุรกิจว่าประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องหรือไม่ และเบื้องต้นได้เตรียมอายัดทรัพย์ทรัพย์สิน และบ้านพัก อาคารพาณิชย์ ไว้ตรวจสอบมูลค่ารวมกว่า 130 ล้านบาท

ขณะที่จากการสอบถามเพื่อนบ้าน ระบุว่านายฮาร์ปรีท และครอบครัว ได้พักอาศัยที่บ้านหลังดังกล่าวมากว่า 15 ปี และเป็นคนชอบทำบุญ จึงเชื่อว่าเรื่องนี้ อาจจะมีการใส่ร้ายกลั่นแกล้งกันหรือไม่.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้