วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แฉอธิการบดีปกป้องอาจารย์ รังแก 'น้องแบม'

แฉอธิการบดีปกป้องอาจารย์ รังแก 'น้องแบม'

  • Share:

นักศึกษาสาวใจถึงเปิดโปงคดีฉาว-โกงเงินคนจน ปปท.พบมีงาบเพิ่ม 10 จังหวัด จัดเมียกํานันมาลงชื่อ

ป.ป.ท.เดินหน้าลากไส้ขบวนการโกงเงินช่วยเหลือคนจนพบเพิ่มอีก 10 จังหวัด รวมตรวจเจอทุจริตเงินศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งแล้ว 24 จังหวัดจากศูนย์ฯเป้าหมายเร่งด่วน 37 จังหวัดเหลืออีก 13 จังหวัด อยู่ระหว่างลงพื้นที่รวบรวมข้อมูล แฉกลโกงรูปแบบใหม่เอาชื่อญาติๆ ข้าราชการท้องถิ่นทั้งเมียกำนันผู้ใหญ่บ้านมาเบิกงบจากศูนย์ฯ รมช.ศึกษาธิการ สั่งอธิการบดี มมส.ปกป้องนิสิตสาวคนเปิดโปงทุจริตศูนย์ฯขอนแก่น รอผลสอบอาจารย์ที่ไม่ดูแลลูกศิษย์หากทำผิดหน้าที่ต้องถูกลงโทษ ด้านคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง 2 บิ๊ก พม.เอี่ยวโกงเงินคนจนถกนัดแรกวางกรอบทำงาน ไล่เช็กปัญหาเพิ่มทุกศูนย์ฯสังกัด พส.ทั้งศูนย์พัฒนาชาวเขาและนิคมสร้างตนเอง

ขบวนการโกงเงินคนจนลุกลามบานปลายขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ หลังจากเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท.เดินหน้าตรวจสอบการทุจริตเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดต่างๆ พบพิรุธการเบิกจ่ายเงินในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งอนุกรรมการไต่สวนแล้ว 2 จังหวัดคือขอนแก่นกับเชียงใหม่ เตรียมตั้งอนุกรรมการไต่สวนอีก 2 จังหวัดคือบึงกาฬกับหนองคาย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารหลักฐานและข้อมูลจากชาวบ้านที่มีรายชื่อในบัญชีเบิกจ่ายเงินจากศูนย์ฯ แต่ไม่ได้รับเงินหรือได้รับไม่เต็มจำนวน

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 มี.ค. พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. เผยว่า ป.ป.ท.ต้องตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั้งหมด 76 จังหวัด เป้าหมายเร่งด่วน 37 จังหวัดที่มีงบประมาณมากกว่าจังหวัดละ 1 ล้านบาท ขณะนี้พบการทุจริตศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเพิ่มอีก 10 จังหวัด คือ จ.ยะลา จ.สงขลา จ.นราธิวาส จ.พัทลุง จ.ชุมพร จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ จ.อ่างทอง จ.พิษณุโลก และ จ.ชัยภูมิ ขณะที่ของเดิมที่พบการทุจริตแล้ว 14 จังหวัด คือ จ.ขอนแก่น จ.เชียงใหม่ จ.บึงกาฬ จ.หนองคาย จ.สระบุรี จ.อุดรธานี จ.สุราษฎร์ธานี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.น่าน จ.กระบี่ จ.ตราด จ.ตรัง จ.สระแก้ว และ จ.ร้อยเอ็ด รวมที่พบการทุจริตแล้ว 24 จังหวัด ส่วนที่เหลือ 13 จังหวัดอยู่ระหว่างลงพื้นที่หาข้อมูล

ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท.เผยต่อไปว่า พฤติกรรมการทุจริตของศูนย์ฯ 10 จังหวัดที่พบล่าสุดจะเป็นรูปแบบใหม่ คือมีการนำชื่อบรรดาญาติๆ ของข้าราชการส่วนท้องถิ่น อาทิ นำชื่อภรรยาผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันมาเบิกงบจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ทั้งที่คุณสมบัติไม่ได้เข้าเกณฑ์ เช่น ไม่ได้ยากไร้หรือเจ็บป่วยเป็นโรคเอดส์ แต่กลับมีชื่อได้รับเงินดังกล่าวด้วย เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.อยู่ระหว่างตรวจสอบและรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆเพื่อนำมาเข้าบอร์ดขออนุมัติการไต่สวน ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ท.มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนแล้ว 2 จังหวัดคือ จ.ขอนแก่น กับ จ.เชียงใหม่ และวันที่ 6 มี.ค.เวลา 10.00 น. จะประชุมเพื่อมีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวน จ.บึงกาฬ กับ จ.หนองคาย ส่วนที่เหลือจะทยอยขอตั้งอนุกรรมการไต่สวนต่อไป

ส่วนกรณี น.ส.ปณิดา ยศปัญญา หรือน้องแบม นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ผู้ออกมาเปิดโปงขบวนการทุจริตเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น จุดประเด็นให้มีการตรวจสอบศูนย์ฯอื่นๆทั่วประเทศ ออกมาเปิดเผยว่า อาจารย์ไม่ใส่ใจรับฟังข้อมูล หาว่าเป็นเด็กเลี้ยงแกะ หนำซ้ำยังสั่งให้กราบขอโทษเจ้าหน้าที่ศูนย์ นอกจากนี้ ยังถูกอาจารย์ทุบหลัง 2 ครั้ง รวมทั้งสั่งให้เปลี่ยนหัวข้อทำวิจัยใหม่ทำให้จบการศึกษาช้ากว่าเพื่อนๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ติดตามข่าวของนิสิตคนนี้มาตลอดจากสื่อมวลชน ต้องการทราบรายละเอียดอย่างรอบด้าน จึงสั่งการให้นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ประสานกับนายสัมพันธ์ ฤทธิเดช อธิการบดี มมส. เพื่อให้อธิการบดี มมส.ลงไปดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด รวมทั้งปกป้องคุ้มครองนิสิตที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วยเพราะถือว่าเด็กกลุ่มนี้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นผู้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติที่สมควรได้รับการยกย่อง ส่วนอาจารย์ที่ถูกกล่าวถึงขอดูรายละเอียดก่อน เพราะอาจารย์มีหน้าที่ปกป้องลูกศิษย์ หากไม่ทำหน้าที่อาจารย์ที่ถูกต้องก็ต้องถูกลงโทษ ซึ่งอธิการบดีมมส.รับปากแล้วว่าจะดูแลเรื่องนี้เองและรายงานให้ตนทราบต่อไป

นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวว่า จากการหารือกับนายสัมพันธ์ ฤทธิเดช อธิการบดี มมส. ทราบว่า มมส.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจะสรุปผลการสอบสวนได้ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ เรื่องนี้เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ ส่วนกรณีที่เด็กระบุว่า อาจารย์ทุบหลัง 2 ครั้ง และสั่งให้เปลี่ยนหัวข้อทำวิจัยใหม่ ทำให้จบการศึกษาช้ากว่าเพื่อนๆนั้น เรื่องนี้ต้องรอผลการสอบสวนก่อน แต่เบื้องต้นอธิการบดี มมส.ชี้แจงว่า อาจารย์ไม่น่าจะกลั่นแกล้งเด็ก ที่อาจารย์ว่ากล่าวเด็กก็เป็นการว่ากล่าวตักเตือนและหวังดีอยากให้เด็กระมัดระวังในการพูดให้ดี เพราะเกรงว่าจะผิดกฎหมายได้ อยากให้รอผลการสอบสวนก่อน

ด้าน พ.ต.ท.เธียรรัตน์ วิเชียรสรรค์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และนายณรงค์ คงคำ รองปลัด พม. กรณีถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง เปิดเผยว่า ได้ประชุมคณะกรรมการนัดแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมาที่ พม. เป็นการทำความเข้าใจถึงการสืบสวนว่าจะต้องทำอย่างไร ตั้งแต่ดูเรื่องนโยบาย การสั่งการที่เกี่ยวข้อง ขอบเขตการสืบสวนจะต้องดูทั้งหมด ไม่เพียงแต่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง แต่ยังรวมไปถึงศูนย์พัฒนาชาวเขาและนิคมสร้างตนเอง ในสังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ทั้งหมด ก่อนรวบรวมข้อมูลเสนอไปยัง พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม. ภายใน 30 วัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องเรียกผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่ พ.ต.ท.เธียรรัตน์กล่าวว่า ขณะนี้ขั้นตอนเป็นเพียงการรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อเสนอ รมว.พม. ก่อน ยังไม่ใช่การกล่าวหา ฉะนั้นอาจไม่ต้องเรียกมาชี้แจงก็ได้ จะดูความจำเป็นอีกที แต่ได้ประสาน พส.เพื่อขอข้อมูลทั้งหมดแล้ว ไม่รู้สึกหนักใจในการมาทำหน้าที่นี้เพราะเป็นการสอบข้อเท็จจริงตามข้อมูลที่ได้รวบรวม คงว่ากันไปตามหลักฐาน ขณะนี้ยังไม่เกี่ยวข้องกับการกล่าวหาว่าทุจริตใดๆ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสืบสวนนี้แต่งตั้งขึ้นมาตามคำสั่งลับของ รมว.พม. ดังนั้นข้อมูลต่างๆในกระบวนการสืบสวนจะนำเสนอผู้สั่งแต่งตั้งเท่านั้น ตนทำงานด้านข้อมูลข่าวสารราชการมาตลอด ยืนยันว่าข้อมูลการสืบสวนนี้จะไม่มีการหลุดรั่วแน่นอน จึงขอให้ข้าราชการ พม.สามารถให้ข้อมูลได้เต็มที่

ที่ท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น ช่วงเย็นวันเดียวกัน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.เผยถึงการตรวจพบมูลความผิดการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดต่างๆว่า แนะนำให้ผู้ที่มีรายชื่อปรากฏตามเอกสารของศูนย์ฯตรวจสอบสิทธิ์และตรวจสอบรายชื่ออีกครั้งกับศูนย์ฯในพื้นที่ของตนเอง เพื่อยืนยันตัวบุคคลและที่สำคัญคือการร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงในการเอาคนผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย หากพบว่าตนเองมีรายชื่อในการเบิกจ่ายทั้งที่ได้รับเงินหรือไม่ได้รับเงิน หรือได้รับเงินไม่ตรงตามจำนวน ขอให้มาแจ้งความกับตำรวจในพื้นที่อำเภอและตำบลของแต่ละคน เพื่อแสดงออกถึงความโปร่งใสและความถูกต้องในการบริหารจัดการงบประมาณตามโครงการดังกล่าว

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อไปว่า เมื่อตำรวจรับแจ้งความแล้วจะสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง จากพฤติกรรมที่ปรากฏผู้ที่เกี่ยวข้องจะถูกดำเนินคดี 3 ข้อกล่าวหาหนัก ประกอบด้วย ม.157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.264 ปลอมแปลงเอกสารราชการ และ ม.352 ยักยอกทรัพย์ หากไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจะถูกจัดให้เป็นผู้ร่วมให้การสนับสนุนซึ่งจะมีความผิดเช่นเดียวกัน การสืบสวนสอบสวนของ ป.ป.ท.มีความคืบหน้าไปมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการส่งพนักงานสอบสวนหรือชุดสืบสวนเข้าไปร่วมดำเนินงานทันทีที่ ป.ป.ท.ร้องขอ เพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีให้หมดทุกคน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้