วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ป้าทุบรถยอมรับ ทําให้เสียทรัพย์

ป้าทุบรถยอมรับ ทําให้เสียทรัพย์

  • Share:

กทม.สอบวินัย อดีตขรก.เอี่ยว 5ตลาดต้นเหตุ

5 ตลาดรอบบ้าน “ป้านักสู้” ผิดกฎหมายทั้งหมด คณะตรวจสอบข้อเท็จจริงชี้ อดีต 2 ผอ.โยธา-4 ผอ.เขตประเวศ และ จนท.กว่า 6 รายมีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะที่ผู้ว่าฯอัศวินสั่งด่วนให้ปลัดตั้งคณะ กก.สอบวินัย พร้อมนำผลรายงานต่อศาล ด้าน 2 พี่น้อง “แสงหยกตระการ” ยืดอกรับข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ลั่นแจ้งกลับเจ้าของรถจอดขวางมาตรา 397 ชวนประชาชนบิ๊กคลีนนิ่ง กทม.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 มี.ค. น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ อายุ 65 ปี และนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความนำ น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี น.ส.ราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี สองพี่น้อง ผู้ต้องหาใช้ขวานและเสียมเหล็กทุบรถกระบะยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวารา สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎค 9297 กรุงเทพมหานครที่จอดรถขวางหน้าบ้านเลขที่ 37/208 ซอยศรีนครินทร์ 55 แขวงหนองบอน เขตประเวศ เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับ พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ รวม 3 ข้อหา ประกอบด้วย ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ พกพาอาวุธเข้าไปในเมือง หมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตและข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว นำตัวไปสอบปากคำและพิมพ์ลายนิ้วมือ

น.ส.รัตนฉัตรกล่าวว่า การที่หยิบขวานและเสียมออกไป เราไม่ได้มีเจตนาไปกระทำร้าย แต่ต้องการความชอบธรรมที่มาปิดกั้นทางเข้าออกจึงต้องหาวิธีการออกไป เรื่องทั้งหมดนี้ผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือ ผู้ว่าฯ กทม. และ ผอ.เขตประเวศ ต้นเหตุของปัญหา ต้องหาที่ให้พ่อค้าแม่ค้าทำมาหากินอย่างถูกต้อง อยากให้ประชาชนร่วมมือกันบิ๊กคลีนนิ่ง กทม. และคืนความสงบสุขให้กับหมู่บ้านตามใบอนุญาตบอกว่าเป็นบ้านเดี่ยว 289 แปลง ไม่มีอาคารพาณิชย์ เราต้องรักษาสิทธิอันชอบธรรมของเราและได้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.รชนิกร เลิศวาสนา อายุ 37 ปี คนขับรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวารา สีขาว ทะเบียน ฎค 9297 กรุงเทพมหานคร ที่จอดขวางหน้าบ้าน ข้อหากระทำการข่มเหงคุกคาม ทำให้เดือดร้อนรำคาญใจ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 397 ส่วนคู่กรณีถ้าจะมาประนีประนอมจะอโหสิให้หรือไม่ ต้องให้เจ้าตัวมาที่โรงพักก่อน

นายอนันต์ชัยกล่าวว่า น.ส.ราณีและ น.ส.รัตนฉัตร เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ส่วน น.ส.บุญศรี เป็นเพียงผู้บีบแตรอยู่ในรถ ในข้อกล่าวหาเรื่องทำให้เสียทรัพย์ ก็ปรากฏอยู่ในคลิป ไม่ได้ปฏิเสธ แต่เนื่องจากป้ามีปัญหากับทางเขตมา 10 กว่าปี ซึ่งศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครอง ห้ามตลาดกระทำการรบกวน ดังนั้น การจอดรถขวางทางเข้าออกถือเป็นการละเมิดอำนาจศาล การที่ป้าใช้สิทธิ์ในการปกป้องก็มีความผิด ส่วนในข้อหาพกพาอาวุธเข้าไปในเมือง ในทางกฎหมาย มาตรา 1 (5) ระบุว่า อาวุธที่ไม่ได้เป็นอาวุธโดยสภาพ อย่างเช่น เสียม พลั่ว ถ้าไม่ได้นำไปใช้ประทุษร้ายร่างกายจนถึงแก่สาหัสแล้ว สิ่งนั้นไม่ถือเป็นอาวุธ จึงขาดองค์ประกอบความผิด ส่วนเรื่องข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวนั้น ในข้อดังกล่าวก็ไม่เข้าฐานความผิด

ที่ศาลาว่าการ กทม. วันเดียวกัน นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล รอง ปธ.สภา กทม. (ส.ก.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เชิญคณะกรรมการฯและผู้เกี่ยวข้องประชุมพิจารณาสรุปข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการจัดตั้งตลาดทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วย ตลาดสวนหลวง ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต ตลาดรุ่งวาณิชย์ ตลาดยิ่งนราและตลาดร่มเหลือง ใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมง

นายนิรันดร์กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบลงบันทึกรายงานที่ 010/2561 มีความเห็นร่วมกันว่า ตลาดทั้ง 5 แห่งไม่ได้ขออนุญาตจัดตั้งตลาด สร้างโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย บริเวณรอบบ้านผู้ร้องเดิมเป็นลานออกกำลังกาย ต่อมาปี 2551 เปิดเป็นตลาดสวนหลวง ปี 53 ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต ตลาดยิ่งนรา ตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง เข้ามาตั้งตลาด ส่วนข้าราชการที่เกี่ยวข้องแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 มีสำนักการโยธา มีอำนาจหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มีผู้เกี่ยวข้องคือ นายจุมพล สำเภาพล และนายวินัย ลิ้มสกุล อดีตผู้อำนวยการสำนักการโยธา

นายนิรันดร์กล่าวอีกว่า ส่วนที่ 2 สำนักงานเขต มีอำนาจการอนุญาตจัดตั้งตลาดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุขฯ ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องปรากฏตามเอกสารตั้งแต่ปี 2551 คือ นายสมชาย ฉัตรสกุลเพ็ญ อดีต ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม และนางอัจฉรา ห่อสมบัติ อดีต ผอ.สำนักจราจรและขนส่ง นายณรงค์ จงแจ่มฟ้า อดีต ผอ.เขตประเวศ และนายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผอ.คนปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อม ฝ่ายโยธา และฝ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้องมากกว่า 6 ราย การดำเนินการแม้จะพ้นตำแหน่งไปแล้ว ตามระเบียบราชการสามารถดำเนินการกับผู้นั้นได้ แบ่งเป็น 1.โทษทางอาญา หากมีผู้ร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ให้สอบสวนกรณีดังกล่าว ชี้มูลและส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด เพื่อยื่นฟ้องต่อศาล 2.โทษทางวินัย หากผู้บังคับบัญชาเห็นว่ามีหลักฐานสมควรตั้งคณะกรรมการสอบวินัย ซึ่งมีกำหนดไว้ตามระเบียบราชการ และ 3.โทษทางแพ่ง “หากพิจารณาตามผังเมืองรวมฉบับ พ.ศ.2556 บริเวณนั้นสามารถก่อสร้างอาคารพาณิชย์ได้ แต่คณะกรรมการมีความเห็นให้สำนักงานเขตประเวศชะลอการพิจารณาอนุญาตก่อสร้างอาคารพาณิชย์และตลาดทั้ง 5 แห่งไว้ก่อนจนกว่าศาลจะพิพากษาตัดสินว่า พื้นที่ซึ่งเป็นที่ดินจัดสรรสามารถสร้างอย่างอื่น นอกจากที่อยู่อาศัยได้หรือไม่” นายนิรันดร์กล่าว

ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า จะนำรายงานของคณะกรรมการไปให้ศาลปกครองกลาง และรอศาลตัดสินเกี่ยวกับเรื่องที่ดินจัดสรรสามารถสร้างตลาดได้หรือไม่ และจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดว่ามีเจ้าหน้าที่ของ กทม.คนใดละเลยบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ หากพบมีกระทำผิด ปลัด กทม.จะตั้งคณะกรรมการพิจารณาโทษทางวินัย คาดว่าใช้เวลา 1 สัปดาห์ ส่วนการพิจารณาของศาลปกครองกลาง ภายหลังได้เดินทางไปชี้แจงศาลในชั้นไต่สวนมูลฟ้องทราบว่า ศาลปกครองจะเชิญเจ้าหน้าที่กรมที่ดินมาชี้แจงว่าพื้นที่ดังกล่าวสร้างที่อยู่อาศัยได้อย่างเดียวหรือทำอย่างอื่นได้ด้วย สำหรับการตรวจสอบตลาดทั่วกรุงเทพฯขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มทยอยส่งผลสำรวจมาบ้างแล้ว

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้