วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ขอรื้อมาตรการแก้ปัญหาข้าวโพด

ขอรื้อมาตรการแก้ปัญหาข้าวโพด

โดย สะ-เล-เต
6 มี.ค. 2561 05:01 น.
  • Share:

สินค้าเกษตรล้นตลาดแก้ไม่ได้ สินค้าเกษตรขาดตลาดแก้ไม่ตก... ไม่รู้ว่าปัญหาแบบนี้เป็นกรณีซ้ำซากครั้งที่เท่าไร ที่หน่วยราชการไทยยังแก้ไม่ได้

ขอย้ำว่า หน่วยราชการ...ไม่อยากจะโทษฝ่ายการเมือง ไม่ใช่เพราะศักยภาพความรู้มีไม่พอ แต่ด้วยกลไกการแก้ปัญหาทุกอย่างในประเทศนี้ล้วนอยู่ในมือข้าราชการ

ดูไปดูมาปัญหาทั้งมวลที่แก้กันไม่จบ ล้วนมาจากใช้วิธีคิดไม่ครบวงจร หรือพูดให้เข้าใจยาก “ขาดการบูรณาการ”...รูปแบบแก้ปัญหาเลยออกมาเหมือนปัญหาน้ำท่วม สักแต่แก้ไม่ให้น้ำท่วมหัวบันไดบ้านตัวเอง ส่วนที่กั้นกระสอบทราย สูบน้ำออกไปท่วมบ้านคนอื่นช่างหัวมัน

สมควรแล้วที่สมาคมปศุสัตว์ไทย, สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ, สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย, สมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ, สมาคมผู้เลี้ยงไก่พันธุ์, สมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ และสมาคมผู้เลี้ยงเป็ดเพื่อการค้าและการส่งออก พร้อมเกษตรกรภาคปศุสัตว์ เดินขบวนยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ขอให้ทบทวนมาตรการกระทรวงพาณิชย์ ที่ควบคุมการนำเข้า ข้าวสาลีในสัดส่วน 3 : 1 โรงงานอาหารสัตว์จะนำเข้าข้าวสาลี 1 ตัน ต้องซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ตัน ราคา กก.ละ 8 บาท

เป็นมาตรการที่มีเป้าหมายเพื่อมาแก้ปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำ...แต่ทำมาร่วมปีครึ่ง ไม่ได้ช่วยให้คนปลูกข้าวโพดขายได้ในราคาดีขึ้นแต่ประการใด

สถิติที่เกษตรกรขายได้ที่ไร่นาของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เห็นชัด มาตรการนี้ทำให้คนปลูกขายได้ราคาต่ำกว่าไม่มีมาตรการซะอีก

ปี 2559 (ม.ค.–ก.ย.) ก่อนมีมาตรการ เกษตรกรขายได้เฉลี่ย กก.ละ 7.33 บาท...มาปี 2560 ใช้มาตรการนี้มาทั้งปี เกษตรกรขายได้แค่ 6.10 บาท

ไม่ใช่แค่นั้น ยังทำให้ภาคปศุสัตว์เดือดร้อนหนัก เพราะมาตรการนี้ทำให้เกิดการกักตุนปั่นราคาข้าวโพดให้แพงหนักขึ้นไปถึง กก.ละ 10.15 บาท...อุ้มสมให้พ่อค้าคนกลางตุนข้าวโพดรวยอยู่ฝ่ายเดียว

คนปลูกไม่ได้ประโยชน์ คนเลี้ยงสัตว์ต้นทุนแพงขึ้น...สาเหตุเป็นเพราะอะไร มาว่ากันต่อพรุ่งนี้.

สะ–เล–เต

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้