วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไม่มีมิตรแท้มีแต่ศัตรูถาวร

ไม่มีมิตรแท้มีแต่ศัตรูถาวร

โดย สายล่อฟ้า
6 มี.ค. 2561 05:01 น.
  • Share:

ฝุ่นการเมืองฟุ้ง ยังไม่รู้มุ้งใคร?

แค่เริ่มต้นวันแรกเพื่อเปิดให้จองชื่อพรรคการเมืองหลังจากปิดฉากการเมืองในระบบเลือกตั้งมา 4 ปี

คงจะสมใจอยากหลังจากที่รอมานาน ประเดิมไปแล้ว 42 พรรคกว่าจะครบกำหนดไม่รู้จะมากันอีกกี่พรรค

นี่ยังนับพรรคเก่าๆ ทั้งใหญ่ กลาง เล็ก ที่รอฤกษ์ปรากฏตัวนับแต่วันที่ 1 เม.ย. ปี 61 เป็นต้นไป รวมๆแล้วหลายร้อยพรรคแน่

ก็ดูดีครับ...ที่ตื่นตัวทางการเมืองของสังคมไทย

รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดช่องให้ตั้งพรรคได้ง่ายมีเงื่อนไขที่พอจะรับกันได้ แถมโอกาสที่จะได้ ส.ส.อย่างน้อยก็พรรคละ 1 คน ด้วยทุกคะแนนเสียงมีความหมายจากปาร์ตี้ลิสต์

ผมไม่รู้ว่าแนวคิดการเมืองยุคปฏิรูปนั้นจะไปรอดหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาการเมืองเฉพาะหน้ามากกว่าพัฒนาการเมืองอย่างยั่งยืน

เป็นประชาธิปไตยครึ่งใบเพื่อหวังสร้าง “อำนาจ” ให้คนบางคน บางหมู่ บางเหล่า ก็อย่าได้หวังผลอะไรให้มากนัก

เมื่อพรรคการเมือง นักการเมืองบางส่วนเต้นเร้าด้วยการใช้ประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือไปสู่อำนาจและทุจริตคดโกง

เลยต้องแก้เผ็ดด้วยการสร้างระบบการเมืองแบบที่เป็นอยู่อย่างน้อยก็ทำให้นักการเมืองได้ติดอะไรบ้าง มีความยุ่งยากในการเข้าสู่วิถีทาง ไม่ง่ายอย่างที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะเรื่องเลือกตั้ง การเข้าสู่การเมือง ระบบตรวจสอบ การไม่ทำให้พรรคการเมืองเบ่งบานเกินไปที่เรียกว่ารัฐบาลพรรคเดียว

ต้องลองดูกันต่อไปครับ...แนวคิดเก่าแบบ “ครึ่งใบ” นี้ มันจะเยียวยาการเมืองไทยได้มากน้อยแค่ไหน

ระบบการเมืองยังไม่มีวันสิ้นสุดก็ลองเปลี่ยนผ่านดูซิว่ามันจะมีอะไรดีขึ้นมาบ้าง เพราะต่างก็ไม่อยากให้การเมืองกลับไปสู่รอยเดิม

ในจำนวน 42 พรรคการเมืองที่มาแสดงตัวนั้น มีบางส่วนที่พอรู้พอเห็นกันมาบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วยังไม่รู้ตัวตนว่าใครมาจากไหนคงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะทำให้มีตัวเลือกมากขึ้น

พูดตรงๆว่าน่าจะเข้าข่าย “นอมินี” และตัวประกอบมากกว่า

จากนี้ไปก็ต้องรอดูว่าบรรดา “ของจริง” จะออกโรงกันเมื่อใด เมื่อนั้นคงจะได้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร ใครเป็นใคร พรรคไหนกลุ่มไหน

จะเป็นกองหนุน “ลุงตู่” หรือ “นักการเมือง”

ที่แน่ๆ พวกหนุนนักการเมืองด้วยกันนั้นมีแน่ส่วนหนึ่ง แต่ยังเป็นเพียงขั้นต้น เพราะผลการเลือกตั้งนั่นแหละจึงจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายได้

ฝ่ายหนุน “ลุงตู่” นั้นเชื่อว่ามีความแน่นอนระดับหนึ่ง เพราะการเมืองหลังเลือกตั้งนอกจากผลประโยชน์ทางการเมืองแล้วยังมีผลประโยชน์ในทางธุรกิจและอำนาจที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องลึก

การเมืองที่เป็นความจริงต้องไม่ลืมว่า “ทักษิณ” ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่มิอาจปฏิเสธได้หากชนะจนได้อำนาจกลับมาอีกครั้ง

อะไรจะเกิดขึ้น...นี่พูดถึงนักการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์

คสช.นั้นแม้จะมีอำนาจในปัจจุบัน แต่ถ้าไม่ชนะไม่ได้เป็นรัฐบาล นอกจากจะคุ้มครองตัวเองไม่ได้แล้วนับประสาอะไรจะไปคุ้มครองใครอื่น

แม้จะมีคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร” ในทางการเมือง แต่ 4 ปีที่ผ่านมาเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควร ใครเป็นใครใครทำอะไรไว้

มูลค่า “ความแค้น” เดิมพันมันสูงเกินกว่าที่จะลืมได้.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้