วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เงินซื้อได้ทุกอย่าง! เจ้เล้ง จ่าย700ล้านให้ผัว เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม

เงินซื้อได้ทุกอย่าง! เจ้เล้ง จ่าย700ล้านให้ผัว เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม

  • Share:

เป็นอีกหนึ่งผู้หญิงแกร่งที่ยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง สำหรับนักธุรกิจหมื่นล้าน เจ้เล้ง ดอนเมือง หรือ อารียฉัตร อภิสิทธิ์อมรกุล ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เปิดร้านและเปิดบ้านให้รายการ ตีท้ายครัว ทางช่อง 3HD ได้ไปเยี่ยมชม พร้อมกับเล่าถึงชีวิตหลังเลิกรากับสามี โดยยอมจ่ายเงินให้ 700 ล้าน เพื่อจะได้จบๆ ซึ่งเจ้เล้งบอกว่า ชีวิตทุกวันนี้มีความสุขมากกว่าตอนที่ยังมีสามี เพราะตลอด 30 ปีกว่าที่ผ่านมา ต้องอยู่บนความทุกข์ทน มีเงินแต่ไม่มีความสุขกับชีวิตเลย 

"เมื่อก่อนเราขายของหนีภาษี เราเป็นผู้หญิง เวลามีเรื่องอะไรเราก็เคลียร์เองหมด เลยต้องมีปืนเก็บไว้ เราเคยจน ชนิดที่ว่าอายุ 14 ต้องออกจากโรงเรียนแล้วมาขายของ ฝันว่าอยากมีบ้านแบบนี้ มีโคมไฟแบบนี้ พ่อกับแม่เป็นครูสอนหนังสือจีน ไม่มีอาชีพ เรียนเสร็จต้องออกแล้วนะ ออกมาขายของ ในใจเราก็คิดว่า ต้องรวยให้ได้ วันหนึ่งเราต้องมีคนชื่นชม ต้องมีคนยกย่องนับถือเรา ต้องมีคนยกมือไหว้เราให้ได้

ถามว่ามีเงินเข้าทุกนาทีมั้ย ก็ไม่ค่ะ เพราะเราทำธุรกิจ มีเงินเข้าหลายทาง ทั้งอพาร์ตเมนต์ ทำธุรกิจต่างๆ ปกติไม่ได้ใช้เงินเลย เป็นคนไม่ชอบแต่งบ้าน ไม่ชอบใช้เงิน แต่เป็นคนชอบหาเงิน เป็นคนไม่ชอบกิน กินต่อเมื่อที่จำเป็นจริงๆ บางวันนั่งกินข้าว 10 อย่างเลย กินอย่างละคำ วันนี้รวยสมใจแล้ว มีเงินอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ จริงๆ ปู่ย่าตายายรวย แต่พ่อแม่มาอยู่ไทยไม่รวย ตอนนี้รวยสมใจแล้ว เป็นคนหาเงินได้ คำว่ารวยคือไม่มีที่สิ้นสุด หาเงินได้อย่างที่ตั้งใจ 

ตอนสาวๆ คนจีบเยอะ แต่ไม่เอา ตอนแรกเลยจะไม่แต่งงาน แต่มาคิดว่าถ้าแก่ตัวแล้วจะอยู่กับใคร งั้นแต่งก็ได้ เลยบอกลูกๆ แต่งงานอย่าไปจดทะเบียน ไม่งั้นจะเป็นแบบแม่ เพราะแม่จดทะเบียน ก็ต้องมีการสกรีนผู้ชายให้ลูกนะ เพราะมีประสบการณ์ แต่ไม่ให้จดทะเบียนสมรส เราสอนลูกว่า ไม่ต้องอยากได้ของใครเพราะเราก็มี เราก็กันในส่วนของเราไม่ให้ใคร

ตอนนี้เราจบสิ้นกับสามี ให้เงินไปทั้งหมดเกือบ 700 ล้าน จะได้จบ ไม่งั้นต้องกลับมาเลี้ยงใหม่ อยู่คนเดียวก็โล่ง (ร้องไห้) ทำงานหนักกลับมาจะนอนก็ไม่ได้ทะเลาะกัน หน้าชื่นอกตรม เราต้องนอนคนละฝั่ง หันหลังให้กัน เวลาเค้าอารมณ์ไม่ดี เค้าก็เอาขาทุบเตียง เราทำงานหนักกลับมา ขึ้นมานอน บางทีก็ไม่ได้นอน ทะเลาะกันหนัก ตื่นเช้ามาก็ต้องลงไปทำงาน บางวันทำงาน 9 โมงเช้าถึงตี 2 ก็ต้องทำอารมณ์ปกติให้ได้ บางครั้งตู้คอนเทนเนอร์เข้ามา เราก็ต้องไปเช็กสินค้าเอง รับสินค้าเอง คือมันเหนื่อยมาก กลับมาก็ต้องมาทะเลาะกัน แต่ใช้ความแกร่งสยบความในใจ ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่พอให้เค้าไปแล้ว มันสบาย มันหลุดพ้น ลูกก็บอกให้รอเวลา แก่แล้วเค้าจะดีขึ้น แต่มันกลับทวีความรุนแรงขึ้น

ลูกทั้ง 4 คน ไม่มีลูกแท้ๆ แต่เราเลี้ยงเหมือนลูก แรกๆ เด็กๆ ทั้ง 4 ไม่รู้เลย เพิ่งมารู้ตอนที่สามีฟ้องในศาล เราไม่เคยพูดเรื่องนี้กันเลย เหมือนเค้ามาแฉเรา แล้วตอนลูกเด็กๆ ประมาณ ม.3 เค้าเคยมาถามว่าเค้าไม่ใช่ลูกเราจริงเหรอ เราก็ถามกลับว่า จะถามทำไม แม่มีอะไรที่ไม่ดีพร้อมเหรอ เราให้เรียนโรงเรียนที่ดีที่สุด พอเข้ามหาวิทยาลัย เราก็ส่งไปเมืองนอกให้เรียนมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด เราไม่เคยทำหน้าที่แม่ขาดตกบกพร่อง ดูแลเค้าทั้ง 4 คนอย่างดีที่สุด พอวันที่เค้ามารู้ความจริงเมื่อปีที่แล้ว เด็กทุกคนที่เราเลี้ยง ลึกๆ อาจจะรู้ แต่เราไม่พูด เค้าก็ไม่พูด พอเราพูดมาเค้าก็เงียบ กลัวเราเสียใจ

เสียเงินไป 700 กว่าล้าน รู้สึกโล่ง เบา ตัดใจให้เค้าไปเถอะ เราต้องสตรอง มาวันนี้มันก็ดีขึ้นกว่าเดิมมาก มีความสุข จะหนักแค่ไหน แต่รุ่งเช้าก็ลงไปขายของเหมือนเดิม ต้องสู้ ต้องสตรองให้ได้".

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้