วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชักเดือด ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีรถยุโรป หลังEU สวนกลับจ่อขึ้นภาษีลีวายส์

ชักเดือด ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีรถยุโรป หลังEU สวนกลับจ่อขึ้นภาษีลีวายส์

  • Share:

สงครามการค้าสหรัฐฯ กับอียูชักระอุ! ทรัมป์ ขู่อีกจะขึ้นภาษีรถนำเข้าจากยุโรป หลังอียูตอบโต้แผนรีดภาษีเหล็กและอลูมิเนียมนำเข้าของทรัมป์ ด้วยการเตรียมขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ รวมทั้ง ลีวายส์ และฮาร์เลย์ เดวิดสัน

เมื่อ 4 มี.ค. 61 สำนักข่าวต่างประเทศ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยกระดับสงครามน้ำลาย สวนกลับ สหภาพยุโรป (อียู) หลังนายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปออกมาตอบโต้กรณีรัฐบาลสหรัฐฯ มีแผนขึ้นภาษีเหล็กและอลูมิเนียมนำเข้า ด้วยการที่อียูจะเตรียมเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ 25% รวมทั้งจักรยานยนต์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน และยีนส์ ลีวายส์ สินค้าดังจากสหรัฐฯ จนทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวิตเตอร์ ขู่อียูกลับเมื่อวันเสาร์ท่ีผ่านมาว่า ถ้าอียูต้องการขึ้นภาษี และเพิ่มกำแพงภาษีกับบริษัทต่างๆ ของสหรัฐฯ ที่กำลังธุรกิจอยู่ในอียู เราก็จะขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ที่หลั่งไหลอย่างเสรีจากอียูเข้ามาในสหรัฐฯ

รัฐบาลทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากต่างประเทศ

‘เขาทั้งหลายทำให้การขายรถยนต์ของเราที่นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เป็นการค้าที่ไม่เป็นธรรมอย่างใหญ่หลวง’ ประธานาธิบดีทรัมป์ ทวีตข้อความตอบโต้อียู ก่อนจะทวีตข้อความที่สองตามมาว่า ‘ขาดดุลการค้าปีละ 8 แสนล้านดอลลาร์ เป็นเพราะเรามีนโยบายและข้อตกลงทางการค้าที่โง่มาก’ ประธานาธิบดีทรัมป์ชี้เหตุผลที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากต่างชาติ

ทั้งนี้ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาประกาศเมื่อ 1 มี.ค.ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีแผนจะขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และอลูมิเนียม 10% โดยจะมีผลในสัปดาห์หน้า ส่งผลให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และองค์การการค้าโลก(WTO) ออกแถลงการณ์เตือนทันที โดยไอเอ็มเอฟเตือนว่าการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมของรัฐบาลทรัมป์ จะทำร้ายผู้ประกอบการเหล็กและอลูมิเนียมของสหรัฐฯ เหมือนกับที่ทำร้ายผู้ประกอบการของหลายประเทศ นอกจากนั้น ยังเกิดความกังวลว่าอาจเกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับหลายประเทศด้วย

สำหรับประเทศที่สหรัฐฯ นำเข้าเหล็กมากที่สุดในอันดับต้นๆ จากสถิติเมื่อเดือนมกราคม 2561 ได้แก่ ประเทศแคนาดา และสหภาพยุโรป มูลค่าอยู่ที่ประมาณรายละ 500 ล้านดอลลาร์ รองลงมา ได้แก่ เกาหลีใต้ ตามด้วยเม็กซิโก บราซิล ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน รัสเซีย และตุรกี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้