วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โปรดเกล้า ‘วิรัช’ พ้น องคมนตรี

โปรดเกล้า ‘วิรัช’ พ้น องคมนตรี

  • Share:

พท.-ปชป.ทำสงครามสาดนํ้าลาย

พท.-ปชป.กลับมาเปิดศึก น้ำลาย “อนุดิษฐ์” เย้ย กปปส.กระแสตก ทำแกนนำแหยงไม่กล้าผละอกพรรคแม่ “ถาวร” สวนตูมไร้มารยาท ไล่ไปดูพรรคตัวเอง ดีก่อน “ชัยเกษม” เตือนนายกฯอย่าทำตัวไม้หลักปักขี้เลน โชว์ตัวกันชัดๆชาวบ้านเลือกง่าย “นิพิฏฐ์” มองคนแห่หนุน “บิ๊กตู่” แค่กระแส “ราเมศ” ฉุน คสช.ปล่อย พท.พูดบิดเบือน “เสี่ยตือ” ยินดีพรรคใหม่อื้อ ชม “ธราธร-ปิยบุตร” ตั้งพรรคทางเลือกของคนนิวเจนฯ “สมคิด” ขยับดึงนักวิชาการคลุกฝุ่นการเมือง บอกอย่าไปมองเป็นสิ่งสกปรก กกต.ยันกลุ่มหนุน “บิ๊กตู่” ไม่ผิด โพลชี้ 3 ปีครึ่งรัฐบาลแต้มหด มีพระราชโองการโปรดเกล้า “วิรัช ชินวินิจกุล” พ้นจากองคมนตรี

การเมืองคึกคักขึ้นมาทันตาเห็น แค่เปิดให้จดแจ้ง จัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ เมื่อวันที่ 2 มี.ค.เป็นวันแรก มีกลุ่มการเมืองยื่นความจำนงขอจดจัดตั้งพรรคการเมืองถึง 42 พรรค ขณะที่พรรคการเมืองหน้าเก่า ยังคงเล่นบทเดิม ชิงไหวชิงพริบ โจมตีห้ำหั่นกันทุกรูปแบบ

พท.ติง “บิ๊กตู่” ไม้หลักปักขี้เลน

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประกาศโรดแม็ปเลือกตั้งล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีการเลือกตั้งไม่เกินเดือน ก.พ.2562 ว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจพูดเพราะถูกสถานการณ์บีบ มีการเคลื่อนไหวของคนที่อยากเลือกตั้งมากขึ้น แต่คิดว่าสังคมไม่เชื่อหวังไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะพูดแล้วไม่ทำตามสัญญาหลายครั้ง ความน่าเชื่อถือลดลงไปเยอะ ไม่อยากรอแล้ว พูดแล้วเปลี่ยนแนวคิดได้ตลอดเวลา ถ้าเที่ยวนี้เปลี่ยนอีกจะไม่มีที่ยืนในสังคม หลังจากนี้อะไรยังเกิดขึ้นได้ เพราะคนที่มองตัวเองมีอำนาจสูงสูด เป็นรัฎฐาธิปัตย์ทำอะไรก็ได้ บางทีไม่ได้นึกถึงว่าใครจะคิดอย่างไรกับตนเอง ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยังไม้หลักปักขี้เลนอย่างนี้ ท่านจะเสียเอง

โชว์ตัวชัดชาวบ้านเลือกง่าย

นายชัยเกษมกล่าวว่า ส่วนที่เริ่มเปิดให้พรรค การเมืองใหม่จดแจ้งจัดตั้งพรรค บางพรรคประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯคนนอกนั้น เชื่อว่ามีปะปนกันไป เพราะเวลาปฏิวัติและเลือกตั้งใหม่ จะมี 2 อย่างเกิดขึ้น คือ พรรคที่สนับสนุนให้ผู้มีอำนาจอยู่ต่อ กับคนที่จริงใจต้องการเข้าสู่การเมืองจริงๆการประกาศชัดว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ คิดว่าดีประชาชน จะได้ตัดสินใจว่าควรเลือกพรรคไหน หากใครต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อก็เลือกไป เราไม่ว่าอะไร แม้จะได้เปรียบกันบ้างจากแนวทางที่วางไว้ก็ไม่ว่ากัน สู้กันไป

“อนุดิษฐ์” เย้ย กปปส.กระแสตก

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจประชาธิปไตยมากขึ้น อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ทำให้มีกลุ่มการเมืองหลากหลายอาชีพแสดงตัวขอจดตั้งพรรคการเมือง เพื่อตอบสนองและเป็นทางเลือกให้ประชาชน ถือเป็นความสวยงามของระบบประชาธิปไตย ที่ประชาชนสามารถเลือกตัวแทนตรง ความต้องการของเขาได้ เมื่อถามว่ากระแสข่าวที่กลุ่มกปปส.จะจดตั้งพรรค แต่แกนนำ กปปส.หลายคนยืนยันยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ น.อ.อนุดิษฐ์ตอบว่า ไม่ผิดคาด เพราะผู้ที่ขึ้นเวที กปปส. เคยบอกว่าต้องการเคลื่อนไหวเพื่อปฏิรูปประเทศแล้วจะไม่กลับไปเล่นการเมืองอีก แต่หลายคนแสดงความประสงค์จะเป็นนักการเมืองต่อ จึงกลับไปพรรคประชาธิปัตย์ พอกระแส กปปส.ตก จึงไม่แปลกใจที่คนเหล่านี้ยังคงอยู่กับพรรคที่มีโอกาสได้เป็น ส.ส.มากกว่า

ไล่รัฐบาลสำรวจตัวเองแต้มตก

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศจะให้มีการเลือกตั้งภายในเดือน ก.พ.2562 แต่ประชาชนยังไม่เชื่อมั่น เพราะเคยประกาศแล้วเลื่อนออกไปอย่างน้อย 4 ครั้ง การเชิญพรรคการเมืองทั้งหมดมาประชุมหารือกำหนดวันเลือกตั้ง อาจล่าช้าเกินไป ทางที่ดีควรเร่งกำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจนโดยเร็ว เพราะทั้งปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ค่าครองชีพพุ่งสูง ความกังวลการทุจริตคอร์รัปชันที่พัวพันกับบุคคล ระดับสูงของรัฐบาล และข้าราชการระดับสูงสะท้อนได้จากกรุงเทพโพลล์ ที่ประเมินผลงาน 3 ปี 6 เดือนรัฐบาล ประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจลดลง และครั้งนี้นายกฯได้คะแนนลดลงเกือบทุกด้าน ขอถามว่าเป็น 3 ปี 6 เดือนที่คุ้มค่าหรือไม่ รัฐบาลต้องพูดความจริงกับประชาชน และใช้ช่วงเวลาที่เหลือแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างจริงใจ และเร่งสำรวจว่าเหตุใดยิ่งรัฐบาลอยู่นาน คะแนนความพึงพอใจยิ่งลดลง

“ถาวร” ตอกกลับไร้มารยาท

ขณะที่นายถาวร เสนเนียม อดีต รมช.มหาดไทย และแกนนำ กปปส. กล่าวตอบโต้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ว่า น.อ.อนุดิษฐ์อย่ามาวุ่นวายเรื่องของผู้อื่น หรือพรรคอื่น หันไปดูแลพรรคที่ตัวเองสังกัดอยู่ให้ดีก่อน อย่าให้ทำสิ่งผิดกฎหมายใดๆอีก เพราะอาจถูกยุบพรรคได้ จากประเด็นการให้ผู้อื่นเข้ามาครอบงำ หรือก้าวก่ายในกิจการของพรรคการเมืองนั้น ฉะนั้นการที่ใครจะตัดสินใจสังกัดอยู่กับพรรคใด เป็นสิทธิของแต่ละคน ใครจะตกต่ำหรือเจริญรุ่งเรือง เป็นเรื่องที่ประชาชนตัดสินใจให้โอกาสในอนาคตเอง การจะรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน หรือรุ่งเรืองแบบชั่วคราวแบบพลุดอกไม้ไฟที่มีสมาชิกพรรคเดินเข้าคุกอย่างที่ปรากฏ ก็เป็นเรื่องของแต่ละพรรค ขอให้ทุกฝ่ายโปรดรักษามารยาททางการเมือง อย่าได้ก้าวก่าย หรือวุ่นวายในเรื่องที่ไม่ใช่กิจการของตัว

แห่หนุน “ประยุทธ์” แค่กระแส

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่มีคนไปจดขอตั้งพรรคถึง 42 พรรค มองว่าเป็นการแสดงออกหรือระบายความรู้สึก หากตั้งเป็นพรรคการเมืองจริงคงไม่ถึงครึ่งที่มาขอจด เพราะการตั้งพรรคตามกฎหมายใหม่มีหลายขั้นตอน ต้องมีทุนสำรองเบื้องต้นอย่างน้อยหนึ่งล้านบาท ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วนหลายกลุ่มการเมือง หลายพรรค ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกครั้ง มองว่าเป็นการพูดไปตามกระแส เพราะเป็นเรื่องง่าย หลายพรรคที่ขอตั้งยังไม่รู้ว่าจะเสนอใคร หากเอา แกนนำกลุ่ม หรือหัวหน้าพรรคของคนที่ริเริ่มก่อตั้งพรรคมาเทียบกับ พล.อ.ประยุทธ์ ฟังแล้วดูดีกว่าคงเป็นแค่กระแส

ฉุน คสช.ปล่อย พท.บิดเบือน

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตลอด 3 ปีกว่ารัฐบาล คสช.ไม่ได้อธิบายความจริงกับสังคม ปล่อยให้กลุ่มคนที่ทำร้ายประชาธิปไตย กลุ่มคนของพรรคเพื่อไทยบางส่วนบิดเบือนเกือบทุกวัน ปล่อยให้พูดได้อย่างไรว่านายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่คนหนีคดีเพราะไม่ได้กระทำผิด ทุกคดีถูกตัดสินโดยอำนาจตุลาการ อย่างคดีจำนำข้าวรัฐบาล คสช.ทำไมไม่อธิบาย ปล่อยให้หลอกลวงชาวบ้าน เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องปกป้องอำนาจตุลาการ ถ้าไม่มีความผิดแล้วที่ศาลตัดสินจำคุกคืออะไร อย่าลืมว่ากลุ่มคนเหล่านี้คือผู้ที่อ้างประชาธิปไตย แต่พฤติกรรมที่กระทำกลับทำลายประชาธิปไตย

ต้องรู้ไส้พวกแอบอ้าง ปชต.

นายราเมศกล่าวว่า รัฐบาล คสช.ต้องอธิบายต่อสังคม ว่าบ้านเมืองเราเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ต้องกล้าพูดกล้าชี้แจง ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ อย่าเกรงใจที่จะพูดความจริง อย่าให้เขาคิดว่าเวลาจะทำให้คนไทยลืมเรื่องเหล่านี้เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ระบอบเผด็จการเข้ามายึดอำนาจ ไม่ใช่สิ่งที่ควรเรียนรู้ แต่บทเรียนประชาธิปไตยที่เกิดจากคนบางกลุ่มที่ทำลายประชาธิปไตยยามเรืองอำนาจ เป็นสิ่งที่คนไทยต้องเรียนรู้และจดจำเช่นกัน รัฐบาล คสช.ทำอะไรอยู่ หรือจะอยู่เฉยเช่นนี้ต่อไป

ว่อนโซเชียลชื่อสาย “ธานี”

ต่อมาช่วงค่ำ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเผยแพร่รายชื่อกลุ่มคณะบุคคลเบื้องต้น 42 ชื่อในไลน์และสื่อโซเชียลของประชาชนใน จ.สุราษฎร์ธานี ระบุว่า เป็นรายชื่อสมาชิกแกนนำผู้ร่วมก่อตั้งพรรคมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย จากสายบ้านมะขาม ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นชื่อเรียกของบ้านนายธานี เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ฯ พรรคประชาธิปัตย์ น้องชาย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) สำหรับรายชื่อที่อยู่ในกลุ่มไลน์ดังกล่าว มีที่น่าสนใจ อาทิ นายธานี เทือกสุบรรณ นายบรรเจิด เหล่าปิยะสกุล เลขานุการส่วนตัวและเป็นเพื่อนสนิทนายสุเทพ นายวรภรณ์ คงอุดหนุน ว่าที่นายกฯเทศมนตรีวัดประดู่ และอดีตรองนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี นายยุทธวิธี ทองคำ เลขานุการส่วนตัวนายกเทศมนตรีเมืองสุราษฎร์ธานี นายสตางค์ วงรอด อดีตเลขานุการนายธานี เทือกสุบรรณ สมัยเป็นนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี และมีชื่อ พล.ต.อ.ก่อแก้ว วงศ์วรชาติ พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงษ์ และ พล.ต.ต.ภูวดล กระแสอินทร์ เป็นต้น

เจ้าตัวแบ่งรับแบ่งสู้ไม่รู้ว่าหลุด

ผู้สื่อข่าวจึงต่อโทรศัพท์ไปยังนายธานี ซึ่งกล่าวแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า รายชื่อดังกล่าวไม่ทราบว่าสื่อได้มาจากไหน แต่ยืนยันว่าไม่ได้มาจากตัวแน่นอน และตนไม่รู้เรื่องนี้ แต่คาดว่าคงเป็นการรวมรายชื่อของประชาชนที่สนใจจะร่วมเป็นผู้ก่อตั้ง 500 คนแรก ที่จะจดแจ้งตั้งพรรคการเมืองตามที่กฎหมายใหม่กำหนด ส่วนที่มีการระบุว่ามาจากสายบ้านมะขามของตนนั้น ไม่รู้เรื่อง เมื่อถามว่าจะมาจองชื่อเพื่อตั้งพรรควันไหน นายธานีปฏิเสธว่าไม่ทราบ ก่อนจะวางสายไป

“สมศักดิ์” ยินดีพรรคเกิดใหม่อื้อ

ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า บรรยากาศการจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองวันแรกที่มีมากถึง 42 พรรค สะท้อนถึงความโหยหาต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยเฉพาะระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม อาจทำให้พรรคเล็กพรรคน้อยมีโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ในสภาได้ จึงทำให้เพียงวันแรกของการเปิดให้จัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ จึงคึกคักเกิดพรรคใหม่มากมาย ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีประชาชนจะได้มีตัวเลือกมากขึ้น อีกทั้งยังมีนักธุรกิจ นักวิชาการหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่น เสนอตัวเป็นทางเลือกให้ประชาชนด้วย ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่คนเหล่านี้ต้องการนำความรู้ทางวิชาการ รวมถึงความสำเร็จทางธุรกิจของตนเองมาพัฒนาการเมืองไทย

ชม “ธราธร–ปิยบุตร” นิวเจนฯ

เมื่อถามถึงการเตรียมจัดตั้งพรรคใหม่ที่นำโดยนายธราธร จึงรุ่งเรืองกิจ นักธุรกิจหนุ่ม กับนายปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ นายสมศักดิ์ตอบว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ผ่านมาการเมืองไทยมีคนรุ่นใหม่หมุนเวียนเข้ามา การเลือกตั้งแต่ละครั้งจะมีคนรุ่นใหม่ เลือดใหม่ อย่างพรรคชาติไทยพัฒนา ที่เสนอตัวเป็นตัวแทนทำหน้าที่ในสภาอยู่ตลอด เพียงแต่ไม่เคยมีคนรุ่นใหม่เข้ามาการเมืองในฐานะผู้ก่อตั้งพรรค หรือถือธงนำในฐานะคนรุ่นใหม่มาก่อน เมื่อคนเหล่านี้ตัดสินใจมาเล่นการเมือง คงไม่ต้องหวาดกลัวอะไร เขาคงทราบดีอยู่แล้วว่าการเมืองไทยไม่ใช่การเมืองโดยทฤษฎี ไม่ใช่การเมืองในฝัน แต่เป็นการเมืองที่เกิดจากชีวิตจริงเป็นการเมืองที่ไร้รูปแบบ อะไรก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การตัดสินใจลงเล่นการเมืองอย่างแน่วแน่ แสดงว่าได้ศึกษา และเตรียมตัวเตรียมใจเผชิญกับสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว

“นิกร” มองพรรคเก่าได้เปรียบ

นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทย พัฒนา ในฐานะคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าดีใจ แค่วันแรกก็มีผู้มาจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองถึง 42 พรรค รวมกับพรรคเดิมที่มีอยู่กว่า 70 พรรค ก็มากกว่า 100 พรรค แต่สังเกตให้ดีพรรคที่มาจดใหม่ยังคาบเกี่ยวกับพรรคเดิมอยู่บ้าง เป็นการกระจายตัวออกมา เชื่อว่าสุดท้านพรรคเก่าๆยังได้เปรียบอยู่ดี เวลานี้จึงเป็นเพียงสีสันเท่านั้นขั้นตอนยังมีอีกมากโดยเฉพาะการขออนุญาต คสช.ประชุมพรรค ยังอยู่ในจุดอับระหว่างภาวะทหาร กับการเมืองแบบระบอบประชาธิปไตย ทำให้หลายพรรควางตัวอยู่ตรงกลาง ยังไม่ชัดเจน เพราะสถานการณ์ทางเมืองยังอึมครึม ยังต้องแบ่งรับแบ่งสู้

ให้ คสช.มาสางปมที่ผูกไว้เอง

นายนิกรกล่าวอีกว่า วันที่ 28 มี.ค. ที่ กกต.จะเชิญพรรคการเมืองเก่าไปชี้แจงทำความเข้าใจการดำเนินการทางธุรการเบื้องต้น เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ขณะที่พรรคการเมืองทำอะไรต้องขออนุญาต คสช. ที่เงื่อนไขรกรุงรังไปหมด เคยสอบถาม กกต.ไปมากมาย หลังมีคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ออกมา แต่คำตอบก็ยังไม่ชัดเจน อยู่ที่เจตนารมณ์ของ คสช. ไม่ได้อยู่ที่กกต. ดังนั้นจึงอยากเสนอให้วันที่ 28 มี.ค. กกต.ควรเชิญคสช.มาร่วมประชุมด้วย เพื่อตอบข้อสงสัย เพราะคนที่ผูกก็ต้องเป็นคนแก้เอง ไม่ต้องรอไปจนถึงเดือน มิ.ย. ปัญหาจะได้คลี่คลายไป

“สมคิด” เชื่อมวิชาการ–การเมือง

ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างบรรยาย “ประเทศไทยกับเส้นทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืน” ในงานมหกรรมอุดมศึกษา : อุดมศึกษา-พลังขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 ว่า เคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมาก่อน เป็นเวลา 15 ปี และก้าวเข้าสู่วงการเมือง พบว่า แวดวงการเมืองกับวิชาการไม่มีความเชื่อมโยงกัน ทั้งที่พรรคการเมืองต้องวางนโยบายพรรค และนโยบายชาติ จึงใช้วิธีเชิญผู้รู้ที่สนใจการเมืองเข้ามาเป็นกรรมการพรรคการเมือง เพื่อช่วยวางนโยบายชาติ เพราะอาจารย์มหาวิทยาลัยคือมันสมองของชาติ มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งรวมของคนที่มีสมอง ถ้าสมองถูกแยกออกจากการเมืองเลย จะได้การเมืองที่ไม่ค่อยมีสมอง อยากเห็นภาพมหาวิทยาลัยเชื่อมต่อกับการเมือง ไม่ใช่เชื่อมเพื่อความขัดแย้งแบบที่ผ่านมา เชื่อมต่อในลักษณะของวิชาการ เอาองค์ความรู้ไปเป็นนโยบาย ใครสนใจพรรคไหนไปเป็นสมาชิกเลย

อย่าไปมองการเมืองสกปรก

“เพราะการเมืองไม่ใช่สิ่งสกปรก มันสกปรกเพราะคน ต้องเอาคนสะอาดเข้าไปล้าง ถ้าเอาคนในมหาวิทยาลัยซึ่งมีคนเก่งอยู่มากเข้าไป พรรคการเมืองจะดี ไม่มีกฎหมายข้อไหนห้าม ถ้าเราได้คนดีเข้าไปการเมืองก็ดี ประชาธิปไตยพรรคการเมืองต้องเข้มแข็ง อาจารย์ต้องเข้าไปอยู่ เอาวิชาการเข้าไปช่วย ทุกพรรคมีอาจารย์อยู่ มีนโยบายที่ดี แข่งขันกันด้วยนโยบายของพรรคที่มีความรู้ ประเทศไทยจึงเจริญ ดังนั้นอยากให้เปลี่ยนทัศนคติใหม่ อย่าไปคิดว่าการเมืองย่ำแย่ คิดอย่างนี้ไม่ได้ เพราะอาจารย์เป็นชนชั้นสมองของประเทศ ที่พูดอย่างนี้เพราะในอีก 1 ปี จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งสำคัญมากในภาวะที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่าน ดังนั้นอาจารย์ทุกคนต้องมีบทบาท เพื่อทำให้บ้านเมืองเจริญ” นายสมคิดกล่าว

กกต.ยันกลุ่มหนุน “บิ๊กตู่” ไม่ผิด

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการยื่นคำขอแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง ว่า มีกลุ่มการเมืองแสดงความจำนงขอจดจองชื่อพรรคถึง 42 ชื่อ กกต.จะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 30 วัน กลุ่มการเมืองไหนต้องการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งที่จะถึง ต้องยื่นจดแจ้งภายในเดือน มี.ค.นี้ เพราะกระบวนการต้องทำอยู่ เกรงว่าจะดำเนินการไม่ทันการเลือกตั้งที่จะถึง เมื่อถามว่ามีกลุ่มการเมืองประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ นายสมชัยตอบว่า เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ไม่ผิดกติกา วันที่ 28 มี.ค. กกต.จะเชิญพรรคการเมืองเดิม 69 พรรคมาประชุม เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจแนวทางปฏิบัติ ก่อนจะเริ่มดำเนินการเรื่องสมาชิกพรรคในวันที่ 1 เม.ย. ตามคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560

โอดคนในเตะสกัดนั่งแม่บ้าน

วันเดียวกันนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า หลังลงสมัครตำแหน่งเลขาธิการ กกต. ก็ได้เรื่อง มีแหล่งข่าวชั้นดีในสำนักงาน กกต. ส่งข่าวถึงสื่อระบุว่า ตนส่อแววขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเคยเป็นแค่รองอธิการบดี ไม่เข้าข่ายคุณสมบัติที่ต้องเป็นนักบริหารระดับต้น อีกข้อคือ ส่อขัดหลักจริยธรรม เนื่องจากเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการกำหนดคุณสมบัติเอง ช่างหาข้อกล่าวหาได้ลึกซึ้ง เพราะเป็นคนกำหนดคุณสมบัติแล้วให้ตัวเองขัดคุณสมบัติ รู้ว่าขัดคุณสมบัติ ยังมาสมัครให้เป็นข่าวอีก คงต้องตั้งคำถามว่าการเป็นกรรมการ กกต. เป็นตำแหน่งที่สูงกว่าเลขาธิการฯ อย่ากลัวเกินไปเลย ตนแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่เคยเข้าข้างผู้มีอำนาจ และแสดงความเห็นตรงไปตรงมาในทุกเรื่อง เลยขัดใจใครต่อใครเขาไปทั่ว

โพลชี้ 3 ปีครึ่งรัฐบาลแต้มหด

ขณะที่กรุงเทพโพล เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “ประเมินผลงาน 3 ปี 6 เดือน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จากประชาชนอายุ 18ปีขึ้นไปจำนวน 1,165 คนทั่วประเทศ พบว่า คะแนนความพึงพอใจในการบริหารงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ช่วง 3 ปี 6 เดือน เฉลี่ย 5.64 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน เพิ่มขึ้นจากการประเมินรอบ 3 ปี ที่ได้ 5.27 คะแนน และยังพบว่าได้คะแนนเพิ่มขึ้นทุกด้าน ด้านที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ การต่างประเทศ รองลงมาคือ ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต และด้านเศรษฐกิจ สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้คะแนนความพึงพอใจเฉลี่ย 6.82 คะแนน ลดลงจากการประเมินรอบ 3 ปี ที่ได้ 7.00 คะแนน และครั้งนี้ได้คะแนนลดลงเกือบทุกด้าน มีเพียงด้านความสามารถสร้างสรรค์ผลงานหรือโครงการใหม่ๆ ที่มีคะแนนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 45.2 ยังเห็นว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ประเทศพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น มีร้อยละ 30.9 เห็นว่าเหมือนเดิม และร้อยละ 23.9 ที่เห็นว่าแย่ลง ส่วนสิ่งที่บั่นทอนทำลายภาพลักษณ์รัฐบาลมากที่สุดคือ เรื่องเศรษฐกิจยังไม่ดีเท่าที่ควร รองลงมาคือ ข่าวความไม่โปร่งใสของบุคคลร่วมรัฐบาล และคนรอบข้างนายกฯ และยังไม่เด็ดขาดเรื่องแก้ปัญหาคอร์รัปชัน

ให้ “วิรัช” พ้นจากองคมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศเรื่อง ให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทร เทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่านายวิรัช ชินวินิจกุล องคมนตรี พ้นจากตำแหน่งองคมนตรี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 และมาตรา 14 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2561 เป็นปีที่ 3 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี

“ดอน” เดินสายเยือนชาติอียู

อีกเรื่อง นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวหลังหารือกับนายอันเจลิโน อัลฟาโน รมต.ต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของอิตาลี ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ว่า เป็นการเดินทางเยือนประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ครั้งแรกของตน ฝ่ายอิตาลียังย้ำถึงความต้องการเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) และหวังว่าไทยจะนำเสนอโครงการดังกล่าวต่อภาคส่วนต่างๆในอิตาลี เมื่อถามว่าฝ่ายอิตาลีได้สอบถามถึงพัฒนาการทางการเมืองของไทยหรือไม่ นายดอนตอบว่า อิตาลีรับทราบพัฒนาการทางการเมืองที่เกิดขึ้นในไทย และสอบถามข่าวว่าจะมีการเลือกตั้งไม่เกินเดือน ก.พ.เป็นข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่ จึงยืนยันในคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ไป ฝ่ายอิตาลีไม่ได้ติดใจหรือกังวลอะไร

“จ้อน” ดันแผนพัฒนา ครม.สัญจร

สำหรับการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) จ.เพชรบุรี วันที่ 6 มี.ค.นั้น นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีต ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายกฯ เชิญผู้นำท้องถิ่น อดีต ส.ว. และอดีต ส.ส. เน้นในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคกลางตอนล่าง คือ กลุ่มจังหวัดเพชรสมุทรคีรี ได้แก่ จ.เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และประจวบคีรีขันธ์ มีประเด็นสำคัญพูดคุย เช่น การพัฒนาชายฝั่งทะเล ยุทธศาสตร์ประตูสู่ภาคใต้เน้นเรื่องโลจิสติกส์ ยุทธศาสตร์การพัฒนาชายฝั่งทะเลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร ยุทธศาสตร์การพัฒนา การท่องเที่ยว เตรียมเสนอนายกฯ ให้มีโครงการสร้างฟลัดเวย์ จากแม่น้ำเพชรบุรี ออกสู่ทะเลอ่าวไทย เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมยั่งยืน จะไม่มีการพูดถึงเรื่องการเมือง

สองสมุทรขอเอาสายไฟลงดิน

น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์ จะร่วมพูดคุยกับนายกฯ และคณะ ยืนยันไม่มีการพูดเรื่องการเมือง เกรงจะถูกนายกฯ ตำหนิ แต่ถ้านายกฯ จะให้พูดเราก็พูด และจะเสนอแนวทางแก้ปัญหาในพื้นที่ อย่าง จ.สมุทรสงคราม หรือ จ.สมุทรสาคร ที่เน้นเรื่องการท่องเที่ยว มีปัญหาเรื่องสายไฟฟ้า ทำให้ทัศนียภาพไม่สวยงาม อยากให้นายกฯจัดระเบียบนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ให้เกิดความสวยงาม และจะขอให้นายกฯแก้ปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง

รัฐบาลเปิดปฏิบัติการฝนหลวง

อีกเรื่อง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้งปี 61 เพื่อรับมือปัญหาน้ำในช่วงฤดูแล้งแล้ว โดยคำนึงถึงความต้องการของเกษตรกรและผู้ใช้น้ำทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ 1 มี.ค.-31 ต.ค. จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการ 7 แห่งใน 5 ภูมิภาค ได้แก่ จ.เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น นครสวรรค์ กาญจนบุรี จันทบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ส่วนอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศยังมีปริมาณน้ำเพียงพอ แต่อยากให้เกษตรกรวางแผนการเพาะปลูกและใช้น้ำอย่างระวัง น้ำมากแต่อาจเสี่ยงขาดแคลนได้ และขอความร่วมมือไม่ปลูกพืชนอกฤดูกาลมาก เช่น ข้าว ที่ขณะนี้ได้ราคาดี แต่หากมีผลผลิตมากราคาก็ตก

คนเพชรฯโอดถูกเบรกห้ามร้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจรของนายกฯครั้งนี้ มีประชาชนบางกลุ่มใน จ.เพชรบุรี แจ้งประสานไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี เพื่อเตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนความเดือดร้อนต่อนายกฯระหว่างการลงพื้นที่ อาทิ การคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะ การทำประมงชายฝั่ง แต่มีการขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ โดยอ้างข้อสั่งการของผู้บริหารระดับสูงในจังหวัด ว่าระหว่างการลงพื้นที่ของนายกฯ ขอให้งดการยื่นข้อร้องเรียนใดๆ รวมทั้งกำชับหากมีการชุมนุมหรือก่อให้เกิดความวุ่นวาย จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้