วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไม่แคล้ว ม.44

ไม่แคล้ว ม.44

โดย เบี้ยหงาย
4 มี.ค. 2561 05:01 น.
  • Share:

สกล วรรณพงษ์

นับว่ามีพัฒนาการเกิดขึ้น กับเรื่องของผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือผู้ว่าการ กกท. อันเนื่องจาก “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ จะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ทำให้ต้องมีคนใหม่เข้ามารับไม้ต่อ

โดยต้องมีกระบวนการสรรหาเกิดขึ้น และจนถึงเวลานี้ก็ล่าช้าจากที่เคยมีกรอบการทำงานไว้จากทีมงานด้านกีฬาของรัฐบาลก่อนหน้านี้

แต่ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นเกิดขึ้นเป็น 2 แนวทาง ในเวลาไล่เลี่ยกัน!

เริ่มจากต้นสัปดาห์ รมต.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เจ้ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่เป็นรองประธานบอร์ดการกีฬาฯ มีการเปิดเผยออกมาในลักษณะว่า จะเสนอประธานบอร์ด กกท. “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พิจารณาให้คนเก่า คือผู้ว่าฯ สกล ทำงานต่อไปก่อน โดยหยิบยกเรื่อง “โมโตจีพี” ที่ได้เป็นแกนกลางจับงานมาแต่ต้น อยากให้ ประสานงานดูแลต่อจนการแข่งขันที่จะมีขึ้นในเดือน ต.ค. ผ่านพ้นไปก่อน

ถัดมาเมื่อวันศุกร์ มีการประชุมบอร์ดการกีฬาฯ ที่มี “บิ๊กป้อม” นั่งหัวโต๊ะ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการ กกท.คนใหม่ จำนวน 5 คน มี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นประธาน ซึ่ง “บิ๊กน้อย” พล.อ.วิชญ์ นั้นใครๆก็รู้ดีว่าเป็นคนสนิทของ พล.อ.ประวิตร นอกจากเป็น สนช. แล้ว ท่านยังเป็นเลขาธิการราชตฤณมัยสมาคมฯ คุมสนามม้านางเลิ้งอยู่ด้วย คงไม่ต้องสงสัยถึงศักยภาพและความสามารถ บวกกับเป็นคนตรงไปตรงมา ก็น่าจะเชื่อถือกันได้แน่ กรรมการอีก 4 ท่านมี พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ, ทวีศักดิ์ วาณิชย์เจริญ, อรรถฤทธิ์ ศฤงคไพบูลย์ และ อรรถ นานา

แต่แม้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ก็ไม่ได้มีการวางกรอบการทำงาน หรือกรอบเวลาแต่อย่างไร ซึ่งก็คงปล่อยให้คณะกรรมการไปว่ากันเอง ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า คณะกรรมการสรรหาชุดนี้จะประชุมกันเมื่อไหร่ และจะวางแนวทางการทำงานออกมาอย่างไร

ซึ่งก็ต้องมาวิเคราะห์กันว่า เมื่อบอร์ดการกีฬา โดยเฉพาะประธานบอร์ดฯ พล.อ.ประวิตร นั้น ไม่ได้วางกรอบอะไร นั่นอาจทำให้มองไปได้ว่า ไม่ได้มีความคิดที่จะรีบร้อนหรือเร่งรัดเพื่อให้ทันตามกำหนดเวลาที่ผู้ว่าการ สกล วรรณพงษ์ จะเกษียณอายุราชการ ในสิ้นเดือน มิ.ย.

มีแนวโน้มว่าจะทำ 2 เรื่องไปพร้อมกัน สรรหาก็ว่ากันไป ส่วนเมื่อคนปัจจุบันเกษียณอายุ ทางเลือกหนึ่งก็คือบอร์ด กกท. แต่งตั้งรองผู้ว่าการ คนใดคนหนึ่งขึ้นมารักษาการ ซึ่งตามระเบียบทำได้ไม่เกิน 1 ปี

ส่วนอีกทางที่น่าจะให้น้ำหนักมากที่สุด ก็คือ ให้คนเก่าทำหน้าที่ต่อ ซึ่งการจะทำตรงนี้ได้ คงไม่พ้นต้องใช้อำนาจ คสช. ผ่านทาง ม.44 อันศักดิ์สิทธิ์!

แต่ถ้าต่างไปจากนี้ ก็คงต้องเกิดคำถามเล็กๆ ในใจคนกีฬาว่า รองประธานบอร์ดฯ ที่เป็นเจ้ากระทรวงโดยตรง กับประธานบอร์ดฯ ที่เป็นประธานโอลิมปิกอยู่ด้วยนั้น

ต่างคนต่างคิด หรือแตะมือประสานใจทำงานให้รัฐบาลไปด้วยกัน...

“เบี้ยหงาย”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้