วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เด็กเกี่ยวมั้ย! หนุ่มอุดรฯ เครียดเมียทิ้ง อุ้มลูกหวังโดดตึกตายคู่

เด็กเกี่ยวมั้ย! หนุ่มอุดรฯ เครียดเมียทิ้ง อุ้มลูกหวังโดดตึกตายคู่

  • Share:

หนุ่มอุดรฯ เครียดสุดๆ เมียทิ้ง! อุ้มลูกสาววัย 8 ขวบ นั่งห้อยขาบนตึกร้าง หวังกระโดดลงมาให้ตายทั้งคู่ โชคดีตร.ช่วยเกลี้ยกล่อมคืนสติได้ทันควัน เผยอีกเคยชวนลูกฆ่าตัวตาย จนลูกต้องกราบเท้าขอร้อง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 มี.ค.61 พ.ต.ท.เอกลักษณ์ บุญแสงเจริญ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง มีคนพาลูกจะกระโดดตึกร้าง 9 ชั้น ภายในถนนอดุลยเดช เขตเทศบาลนครอุดรธานี เพื่อฆ่าตัวตาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป้องกันสาธารณภัย จ.อุดรธานี กู้ชีพ รพ.ศูนย์อุดรธานี เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นที่รกร้าง ต้นไม้ขึ้นสูง ด้านในเป็นตึกร้างสูง 9 ชั้น พบชายทราบชื่อภายหลังว่า นายวิรัตน์ คำกอง อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 163 หมู่ 7 บ้านดอนกลอย ต.ดอนกลอย อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี สวมเสื้อยืดโปโลสีเขียว กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ นั่งกอด ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 8 ปี ลูกสาวอยู่ริมระเบียง ซึ่งไม่มีสิ่งใดกั้นไว้ ทำให้ชาวบ้านที่มุงดูถึงกับหวาดเสียว เกรงว่านายวิรัตน์ จะกระโดดลงมาพร้อมลูกสาว เจ้าหน้าที่ ปภ.ได้กางเบาะลมนิรภัย 2 เบาะรองรับอยู่ด้านล่าง

พ.ต.ท.เอกลักษณ์ ได้ขึ้นบันไดไปพูดกับนายวิรัตน์ ถามถึงเรื่องคับข้องใจ พร้อมกับขอให้นายวิรัตน์ ปล่อยลูกออกมา เพราะเกรงว่าจะตกลงไป แต่นายวิรัตน์ไม่ยอม ทำให้ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) ร้องไห้เพราะตกใจกลัว และแดดร้อนอบอ้าว ประมาณ 30 นาที นายวิรัตน์จึงปล่อย ด.ญ.เอ ออกมา ตำรวจจึงรีบนำตัวลงมาชั้นล่าง ท่ามกลางความโล่งใจของตำรวจและประชาชนที่มุงดูเหตุการณ์ จากนั้นตำรวจได้โทรศัพท์ติดต่อญาติให้มาเกลี้ยกล่อมนายวิรัตน์ให้ล้มเลิกฆ่าตัวตาย

ด.ญ.เอ (นามสมมติ) เล่าให้ตำรวจฟังว่า พ่อเป็นพ่อค้าขายหมึกย่าง มีลูก 3 คน พี่ 2 คน ไปอยู่กับญาติที่กรุงเทพฯ ต่อมาพ่อได้เลิกขายหมึกย่างหันมารับจ้างทั่วไป เมื่อต้นปีแม่ได้หนีทิ้งพ่อและตนไป ทำให้พ่อมีอาการเครียดและดื่มเหล้าตลอด ก่อนเกิดเหตุ วันที่ 1 มีนาคม พ่อได้ชวนตนขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาหาญาติที่บ้านหนองบัว เขตเทศบาลนครอุดรธานี ตกกลางคืนพ่อชวนไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตายที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม เมื่อไปถึงตนได้ก้มลงกราบเท้าพ่อขอร้องให้เลิกคิดฆ่าตัวตาย พ่อเลยใจอ่อนพากลับไปนอนบ้านญาติ

แต่เมื่อคืนนี้พ่อพาตนขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาที่ตึกร้างแห่งนี้ พร้อมกับซื้อเหล้า 1 แบน น้ำเปล่าขวด เพื่อกระโดดตึกฆ่าตัวตาย เมื่อมาถึงพ่อได้พาเดินขึ้นไปบนชั้นที่ 9 และนอนอยู่บนตึกจนกระทั่งรุ่งเช้า พอตื่นขึ้นมาตนก็เห็นพ่อนั่งห้อยเท้าอยู่ พร้อมกับเรียกตนไปนั่งด้วย พอตำรวจและเจ้าหน้าที่มา พร้อมกับขว้างโทรศัพท์ทิ้ง ตนกลัวมาก ตำรวจได้มาพูดเกลี้ยกล่อม ทำให้พ่อเปลี่ยนใจ ให้ตนลงมากับตำรวจ “เวลาพ่อดื่มเหล้า พ่อจะหาวิธีฆ่าตัวตายประจำ”

ต่อมาเวลา 10.00 น. ญาตินายวิรัตน์ ซึ่งเป็นน้องชาย และหลานสาวได้เดินทางมาเกลี้ยกล่อมให้เปลี่ยนใจ แต่นายวิรัตน์ยังนั่งอยู่ระเบียงห้อยเท้าไม่ยอมลงมา พร้อมกับดื่มเหล้า และยืนยันจะฆ่าตัวตาย เวลา 10.40 น. พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ได้เดินทางมาถึง และได้ขึ้นมาเกลี้ยกล่อมนายวิรัตน์ ให้กำลังใจ ให้ข้อคิด ให้เห็นแก่ลูกที่ยังเล็ก และให้กำลังใจสู้ชีวิตต่อไป ประมาณ 20 นาที นายวิรัตน์จึงมีท่าทีเปลี่ยนไป อ่อนระโหยเพราะแสงแดดร้อนอบอ้าว ตำรวจที่ดูลาดเลาได้เข้าไปดึงนายวิรัตน์เข้ามาได้สำเร็จ ท่ามกลางความโล่งใจของไทยมุง เจ้าหน้าที่รีบนำส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี

พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า นายวิรัตน์ มีปัญหาครอบครัว ภรรยาหนี จึงได้พูดปลอบใจ ให้กำลังใจ ไม่ให้ฆ่าตัวตาย ให้มีชีวิตอยู่เพื่อคนที่รักเรา เพื่อลูก ในบางครั้งคนที่เรารักอาจจะทำให้เราเสียใจ แต่คนที่รักเรายังมีอยู่ และคอยให้กำลังใจเราเสมอ จึงทำให้นายวิรัตน์เปลี่ยนใจไม่ฆ่าตัวตายและยอมลงมาแต่โดยดี ทำให้ไม่ต้องมีการสูญเสียเกิดขึ้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้