วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ภารกิจท้าทายที่สุดในชีวิต!! เจียระไน “จิม ทอมป์สัน” เป็นแอร์เมสแห่งเอเชีย

ภารกิจท้าทายที่สุดในชีวิต!! เจียระไน “จิม ทอมป์สัน” เป็นแอร์เมสแห่งเอเชีย

  • Share:

หมายมั่นจะปลุกปั้นแบรนด์ผ้าไหมอันดับหนึ่งของไทย “จิม ทอมป์สัน” ให้ผงาดขึ้นเป็นลักชัวรี่แบรนด์ชั้นนำระดับโลก งานนี้จึงต้องพึ่งฝีมืออัศวินเก๋าอย่าง “ดร.เจอราลด์ เมซซาโลโว” ผู้คร่ำหวอดในวงการสินค้าแบรนด์เนมเวิลด์คลาสมาหลายต่อหลายทศวรรษ ทำหน้าที่วางกลยุทธ์ใหม่เจียระไนผ้าไหมทอมือจากภูมิปัญญาไทยให้เปล่งประกายเจิดจ้าสู่สายตาชาวโลก

ถือเป็นภารกิจหนักอึ้งทีเดียว เพราะแม้ “จิม ทอมป์สัน” จะมีชื่อเสียงมานานในฐานะเจ้าแห่งผ้าไหมไทย และเลื่องชื่อในเรื่องคุณภาพ แต่การรับมอบหมายหน้าที่สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แบรนด์เก่าแก่อายุถึง 66 ปี อย่าง “จิม ทอมป์สัน” ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายๆอย่างแน่นอน ในระหว่างเดินทางไปดูงานเทศกาลผ้าตกแต่งบ้านระดับโลก “Paris Déco Off 2018” ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อร่วมเปิดตัวผ้าตกแต่งบ้านคอลเลกชั่นใหม่ปี 2018 ของ “จิม ทอมป์สัน” ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐได้มีโอกาสพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับซีอีโอมือทอง “ดร.เจอราลด์ เมซซาโลโว” เป็นครั้งแรก ถึงทิศทางและความเป็นไปได้ในการนำแบรนด์ผ้าไหมอันดับหนึ่งของไทยก้าวไกลสู่ความเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมลักชัวรี่แบรนด์

ก่อนจะมารับหน้าที่ซีอีโอ “ดร.เจอราลด์” เคยได้ยินชื่อเสียง “จิม ทอมป์สัน” มาก่อนไหม

แน่นอนผมได้ยินชื่อเสียงแบรนด์นี้มานาน เพราะก่อนจะรีไทร์จากการเป็นผู้บริหารระดับสูงของโลเอเว่และซัลวาทอร์เร เฟอร์รากาโม ผมมีโอกาสเดินทางเยอะมาก รวมถึงการเดินทางมาเยือนประเทศไทยหลายครั้ง เมื่อมาศึกษาลึกซึ้งยิ่งทำให้ทึ่งในความเป็นตำนานของ “จิม ทอมป์สัน” แบรนด์นี้ก่อตั้งปี 2494 โดย “มร.จิม ทอมป์สัน” เปิดร้านแรกบนถนนสุรวงศ์ นั่นคือจุดเริ่มต้นในการนำเสนอความงดงามของผืนผ้าไหมไทยสู่สายตาชาวโลก แม้กาลเวลาจะผ่านมาหลายทศวรรษ แต่ทุกวันนี้ “จิม ทอมป์สัน” ก็ยังคงสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าไหมด้วยมือโดยกรรมวิธีดั้งเดิม ซึ่ง “มิสเตอร์จิม” มีส่วนสำคัญในการร่วมพัฒนานวัตกรรม เทคนิคและงานดีไซน์ เพื่อช่วยให้ชาวบ้านสามารถสร้างสรรค์ผลงานแบบใหม่ๆป้อนสู่ตลาดต่อเนื่อง และยังคงสืบสานอาชีพช่างทอผ้าไหมไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ด้วยวิสัยทัศน์ของ “มิสเตอร์จิม” เขาได้นำความงามของผ้าไหมไทยไปให้ชาวฮอลลีวูดได้สัมผัสด้วย นักออกแบบเครื่องแต่งกายชื่อดังหลายคน รวมถึง “ไอรีน ชาราฟฟ์” เลือกใช้ผ้าไหมไทยเป็นวัสดุตัดเย็บชุดทั้งหมดของนักแสดงในเรื่อง “The King and I” ทำให้ผ้าไหมไทยได้เผยตัวสู่สายตาผู้คนทั่วโลกและดึงดูดนักออกแบบจากนานาประเทศให้หันมาใช้ผ้าไหมของ “จิม ทอมป์สัน” น่าภูมิใจสุดๆยังรวมถึงเมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯเยือนอเมริกาอย่างเป็นทางการ ในปี 2502 ทรงปรากฏพระองค์ด้วยฉลองพระองค์ของ “ปิแอร์ บัลแมง” ซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าไหมจาก “จิม ทอมป์สัน” ทำให้ทั่วโลกประจักษ์ถึงความงามของผ้าไหมไทย

หนักใจไหมคะ เมื่อต้องรับภารกิจใหญ่ พลิกโฉม “จิม ทอมป์สัน” เป็นแบรนด์เนมโลก

ผมเข้ามารับภารกิจนี้ เมื่อ 3 ปีก่อน ตอนอายุ 68 ปี ตอนนั้นผมรีไทร์จากวงการอุตสาหกรรมแฟชั่นแบรนด์เนมแล้ว จึงเหลือแต่งานสอนหนังสือและเขียนหนังสือ การได้รับข้อเสนอให้มาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของแบรนด์ “จิม ทอมป์สัน” จึงเป็นอะไรที่ตื่นเต้นท้าทายมาก มันทำให้อะดรีนาลินในตัวผมพุ่งพล่าน

ตอนนั้นทาง “จิม ทอมป์สัน” วาดฝันไว้อย่างไร

ผมได้รับการติดต่อจาก “จิม ทอมป์สัน” เมื่อปี 2015 ว่าอยากให้มาช่วยกันพัฒนาธุรกิจให้แข็งแกร่งขึ้น และเป็นที่รู้จักของชาวโลกมากขึ้น สามารถส่งออกสินค้าไปขายในต่างประเทศได้มากขึ้น ผมจึงวางแผนพัฒนาธุรกิจ 5 ปี ให้กับ “จิม ทอมป์สัน” เมื่อได้รับการอนุมัติจากบอร์ดบริหาร ก็เริ่มลงมือทำตามแผนที่วางไว้ทีละก้าว
เมื่อเดินทางมาเมืองไทย ได้ทำงานกับทีมงาน “จิม ทอมป์สัน” รู้สึกเคมีเข้ากันไหม

ก็เหมือนคู่แต่งงานใหม่ ผมต้องทำความรู้จักกับ “จิม ทอมป์สัน” ในทุกแง่มุม สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องค้นหาไอเดนติตี้ของแบรนด์ให้เจอ

อะไรคือเสน่ห์ที่เป็นจุดขายสำคัญของ “จิม ทอมป์สัน”

“จิม ทอมป์สัน” มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์, ตำนาน, วัฒนธรรม, คุณค่า, จิตวิญญาณและเรื่องราวน่าค้นหา ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของแบรนด์เนมระดับโลก ผมโชคดีมากที่ “จิม ทอมป์สัน” มีสตอรี่มากมายให้นำมาเล่าขานได้ไม่รู้จบ ตรงกันข้ามถ้าต้องปลุกปั้นแบรนด์ที่ไร้จิตวิญญาณ ไม่มีตำนานใดๆ อันนี้จะเป็นเรื่องยากสาหัสทีเดียว

ตั้งแต่เข้ามากุมบังเหียนในปี 2015 สร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรให้ฮือฮาบ้าง

ผมสามารถปั้น “จิม ทอมป์สัน” ให้เป็นแบรนด์เนมแบรนด์แรกของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีครบทั้งในแง่ของคุณภาพ, ประวัติของแบรนด์,จิตวิญญาณ, วัฒนธรรมและความแข็งแกร่งของธุรกิจ เป้าหมายต่อไปคือ ปลุกปั้นแบรนด์ของเราให้เป็นแบรนด์เนมชั้นนำระดับโลก เป็นที่รู้จักของทุกคน

ภาพลักษณ์ใหม่ของ “จิม ทอมป์สัน” จะต้องโดดเด่นสะดุดตาขนาดไหน

จะต้องเป็นแบรนด์เนมที่มีความร่วมสมัย ซึ่งรุ่มรวยด้วยอารยธรรม!! หน้าที่ของผมคือการนำวัฒนธรรมที่สวยงามของประเทศไทย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ “จิม ทอมป์สัน” ไปสู่สายตาชาวโลก ลูกค้าของเราจะเป็นใครก็ได้ คนอเมริกัน, ฝรั่งเศส, อิตาเลียน, ยุโรป, ญี่ปุ่น, จีน หรือไทย ใครก็ตามที่มีรสนิยมสุนทรีย์และมองหาสิ่งที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ผมโชคดีมากที่ “จิม ทอมป์สัน” มีรากฐานแข็งแกร่งอยู่แล้วเป็นทุนเดิม โดยเฉพาะมรดกการทอผ้าไหมของช่างฝีมือทั้งหลาย ซึ่งถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่หาใครแข่งได้ยากในโลกยุคปัจจุบัน คนไทยมีความเป็นศิลปินสูงมาก และมีฝีมือพิถีพิถันไม่แพ้ใครในโลก ทำให้ไม่ต้องสร้างสตอรี่ใหม่

ยุคใหม่ของ “จิม ทอมป์สัน” จะมีอะไรเด็ดๆออกมาอีก

ผมไม่ได้ขายว่าเราคือแบรนด์แห่งไลฟ์สไตล์ หรือพยายามโน้มน้าวชาวโลกให้คล้อยตามว่าไลฟ์สไตล์แบบไทยๆคือสุดยอด แต่สิ่งที่ผมนำเสนอสู่ชาวโลก คือเราต้องเป็นแบรนด์แห่งอารยธรรม ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับความรุ่มรวยด้านอารยธรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ว่าจะเป็น อาหาร, ผ้าไหม, กระเป๋าและแอคเซสเซอรี่

แล้วอะไรคือเป้าหมายสูงสุดจริงๆในใจซีอีโอ

ผมฝันว่าจะปลุกปั้น “จิม ทอมป์สัน” ให้เป็นแอร์เมสแห่งเอเชีย!! เรามีศักยภาพที่จะไปถึงจุดนั้นได้ (ยิ้มกว้าง) เราคือความหรูหรายุคใหม่ ความหรูหราที่มีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัว

ถ้า “มิสเตอร์จิม” ยังมีชีวิตอยู่ อยากถามอะไรท่านเป็นพิเศษไหม

ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ (ยิ้ม) แต่ถ้ามีโอกาสได้เจอจริงๆก็อยากคุยกับท่านหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการทำงาน ไอเดียสร้างสรรค์ที่มีอย่างไม่รู้จบ เรื่องความคิดทางการเมือง เรื่องคนดังๆที่ท่านพบเจอ เรื่องสนุกๆที่เจอระหว่างการเดินทาง เพราะท่านเป็นคนเดินทางเยอะมาก

จนถึงขณะนี้ อะไรคือความท้าทายที่สุดในการทำงานกับ “จิม ทอมป์สัน”

มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะเปลี่ยนอะไรภายในชั่วข้ามคืน ผมต้องพยายามสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจตรงกันถึงเป้าหมายที่เรากำลังมุ่งหน้าเดินไป การจะไปสู่การเป็น “โกลบอล ลักชัวรี่ เซาท์อีสต์ เอเชีย แบรนด์” ต้องใช้เวลามากกว่า 5 ปีแน่นอน แต่ผมก็มั่นใจว่าจะทำได้อย่างดีที่สุด และเรามาถูกทางแล้ว.

ทีมข่าวหน้าสตรี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้