วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โร่คืนเงิน ‘คนจน’ ปิดปากสาวทุจริต

โร่คืนเงิน ‘คนจน’ ปิดปากสาวทุจริต

  • Share:

ป.ป.ท.เร่งสางทุจริตเงินช่วยเหลือคนจน หลังส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจพบพิรุธการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหลายจังหวัด มีเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯบางแห่งกลัวโดนสาวไส้ โร่เอาเงินไปให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จนครบ แต่มีข้อแม้ห้ามไปให้การเป็นพยาน ป.ป.ท.ต้องย้อนไปสอบปากคำอีกรอบ ส่วนผลสอบของ พม.หากมีปลัดกระทรวงพัวพัน เตรียมชงเรื่องให้ ป.ป.ช.ลงดาบเชือด ด้าน “วัชระ เพชรทอง” อดีต ส.ส.ปชป. หวั่นหลักฐานโกงเงินคนจนถูกทำลาย วอนนายกฯสั่งให้เก็บในที่ปลอดภัย พร้อมจี้ตรวจสอบ “ศูนย์พัฒนาชาวเขา-นิคมสร้างตนเอง” หลายจังหวัดส่อทุจริตลักษณะเดียวกัน เก็บเงินทอนเข้ากระเป๋า 50-100 เปอร์เซ็นต์

ยิ่งสาวยิ่งเจอขบวนการโกงเงินคนจน หลังจากเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. เดินหน้าตรวจสอบการทุจริตเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดต่างๆ พบพิรุธการเบิกจ่ายเงินในหลาย จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งอนุกรรมการไต่สวนแล้ว 2 จังหวัด คือ ขอนแก่นกับเชียงใหม่ เตรียมตั้งอนุกรรมการไต่สวนอีก 2 จังหวัดคือ บึงกาฬกับหนองคาย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเอกสารหลักฐานและลงพื้นที่สอบสวนชาวบ้านที่มีรายชื่อในบัญชีเบิกจ่ายเงินจากศูนย์ฯ แต่ไม่ได้รับเงินหรือได้รับไม่เต็มจำนวน

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 มี.ค. พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. เปิดเผยว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่ได้กดดันอะไร นอกจากนี้ ได้รับรายงานว่าหลังจาก ป.ป.ท.ลงไปตรวจสอบ ในพื้นที่ มีเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งบางแห่งนำเงินที่ทุจริตไปให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จนครบ แต่มีเงื่อนไขว่าห้ามให้การเป็นพยาน ทำให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ต้อง ลงพื้นที่สอบปากคำอีกรอบ ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ออกมาเปิดเผยว่า ผลสอบของ พม.อาจมีผู้บริหารระดับปลัดกระทรวงเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ป.ป.ท.มีการหารือประเด็นนี้อีกครั้ง หากตรวจพบหลักฐานการกระทำผิดเชื่อมโยงระหว่างศูนย์ฯ กับผู้บริหาร พม. ทาง ป.ป.ท.จะรวบรวมพยานหลักฐานส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.เป็นผู้พิจารณาตามขั้นตอน

ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท.เผยต่อไปว่า ป.ป.ท.ต้องตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั้งหมด 76 จังหวัด เป้าหมายเร่งด่วนมี 37 จังหวัด ตรวจสอบไป 24 จังหวัด พบทุจริตแล้ว 14 จังหวัด คณะกรรมการ ป.ป.ท.มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนแล้ว 2 จังหวัดคือ ขอนแก่นกับเชียงใหม่ และวันที่ 6 มี.ค.นี้ จะขออนุมัติตั้งอนุกรรมการไต่สวนอีก 2 จังหวัดคือ บึงกาฬกับหนองคาย ส่วนอีก 10 จังหวัดคือ จ.สระบุรี จ.อุดรธานี จ.สุราษฎร์– ธานี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.น่าน จ.กระบี่ จ.ตราด จ.ตรัง จ.สระแก้ว และ จ.ร้อยเอ็ด จะทยอยขออนุมัติไต่สวนตามลำดับต่อไป

ที่หอการค้าจังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น นางปราณี ธีรภาณุ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าขอนแก่น นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธาน หอการค้าขอนแก่น นำคณะผู้บริหารและ 8 องค์กรธุรกิจขอนแก่น ร่วมมอบเกียรติบัตรเชิดชู น.ส.ปณิดา ยศปัญญา นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ น.ส.ณัฐกานต์ หมื่นพล อดีตเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่นจนมีการสืบสวนสอบสวนขยายผลตรวจสอบไปทั่วประเทศ

นายสมศักดิ์กล่าวถึงการตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ที่มีพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนว่า คืบหน้าไปมาก คณะทำงานสอบสวนครอบคลุมทุกมิติ มีรายงานล่าสุดว่าพบมูลเหตุจูงใจที่กระทำแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด คณะกรรมการจะสรุปสำนวนให้จังหวัดรับทราบในสัปดาห์หน้า หากผลการ สอบสวนออกมาในรูปแบบใด สาวถึงใคร หรือเกี่ยวพันไปในหลายส่วน หรืองบประมาณในปี 59-60 และ 61 จะตรวจสอบทั้งหมดเพื่อนำคนผิดมาลงโทษให้ได้

ส่วนกรณี ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดมุกดาหาร นำเจ้าหน้าที่เข้าชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ป่วยโรคเอดส์ใน อ.หนองสูง หลังมีคนร้องเรียนว่าไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ ยืนยันว่ามีเอกสารจ่ายเงินถูกต้อง แต่มีเจ้าหน้าที่หักเงิน 600 บาทจากที่ชาวบ้านได้รับ 2,000 บาท ไปเพื่อเก็บไว้ใช้ทำกิจกรรมผู้ป่วยนั้น ต่อมาช่วงสายวันที่ 2 มี.ค. ผู้สื่อข่าวไปสอบถามนางน้อย (นามสมมติ) อายุ 55 ปี ชาวบ้านผู้ป่วยโรคเอดส์ใน ต.โนนยาง อ.หนองสูง เปิดเผยว่า เมื่อคืนนอนไม่หลับ เพราะคิดถึงแต่เรื่องเงินของสมาชิกกลุ่มผู้ป่วยโรคเอดส์ อ.หนองสูง อยากให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ระดับประเทศมาตรวจสอบหาความจริงเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความกระจ่าง ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. 3 คนมาสืบสวนข้อเท็จจริงกับผู้ป่วยโรคเอดส์ อ.หนองสูง ครั้งหนึ่งแล้ว และได้บอกกับตนว่าจะมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ชุดใหญ่มาเอาข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง

ที่ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง (หลังเก่า) น.ส. ณฐพร สิทธิชัย นักสืบสวนชำนาญการพิเศษ ป.ป.ท. นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดอ่างทอง ในพื้นที่ อ.เมืองอ่างทอง และ อ.ป่าโมก ตรวจเอกสารการเบิกจ่ายเงินให้ชาวบ้าน 45 ราย น.ส.ณฐพรกล่าวว่า ป.ป.ท.แบ่งคณะทำงานหลายชุด กระจายกันลงพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่เจตนาทุจริตหรือไม่ ถ้ามีมูลจะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ในส่วนของ จ.อ่างทอง ตรวจสอบวันนี้เป็นวันสุดท้าย คาดจะสรุปผลได้ภายใน 1 สัปดาห์ จากการสอบสวนผู้ยากไร้บางส่วนที่เป็นผู้สูง อายุยังให้การไม่ชัดเจนและจำไม่ได้ว่าลงลายมือชื่อ รับเงินไปหรือไม่ หลังจากนี้จะรวบรวมเอกสารทั้งหมด เพื่อสรุปและรายงานผลให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาขั้นสุดท้าย

ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และเครือข่ายประชาชน จัดเวทีเสวนาประชาชนกล่าวหา-ตรวจสอบการคอร์รัปชัน “กรณีโกงเงินคนจน” โดยนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า กรณีทุจริตเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง เกิดขึ้นระหว่างปีงบประมาณ 59-60 ต้องย้อนไปตั้งแต่ปี 58 ตอนชงเรื่องของบประมาณ ขณะนั้นนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ส่วนนายณรงค์ คงคำ รองปลัด พม. ดำรงตำแหน่ง รองอธิบดี พส. ได้เสนอของบช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย คนไร้ที่พึ่ง ขอทาน และผู้ป่วยเอดส์ ปีงบประมาณละ 600 ล้านบาท รวม 2 ปีได้ไป 1,200 ล้านบาท ก่อน กระจายงบไปยังหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ

นายวัชระกล่าวต่อไปว่า การจ่ายเงินสงเคราะห์ตามระเบียบ พส.ให้เบิกจ่ายได้ไม่เกินครั้งละ 3,000 บาทต่อครัวเรือน ครัวเรือนละไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี ปรากฏว่า ศูนย์บางแห่งอมเงินไว้ทั้งหมด บางแห่งอมไว้บางส่วน มีการทำบัญชีรายชื่อปลอม ลายเซ็นปลอม บางแห่งนำรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาตั้งเบิก บางคนเซ็นชื่อไม่ได้จะให้ปั๊มลายนิ้วมือแทน แต่เจ้าหน้าที่กลับเซ็นแทนให้เลย บางคนเซ็นรับปกติแต่ได้ไม่ครบ บางคนเซ็นรับเงินครั้งเดียวแต่ถูกปลอมลายเซ็นรับเงินอีก 2 ครั้ง ข้อมูลเป็นไปตามคำบอกเล่าจากนักศึกษาฝึกงานที่ถูกสั่งให้ทำและออกมาเปิดโปง ตนห่วงว่าเอกสารหลักฐานจะถูกเผาทำลาย จึงอยาก ให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้เก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปไว้ในที่ปลอดภัยก่อน

“เรื่องนี้เป็นการสั่งการจากผู้มีอำนาจไปยัง ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง หากใครทอนเงินกลับมาได้มากก็จะได้กลับไปมากโดยการปูนบำเหน็จจากข้าราชการระดับ 8 เป็นระดับ 9 ซึ่งการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการ พม.ขึ้นระดับ 9 ลอตที่ผ่านมา คนของ พส.กวาดหมด อย่างไรก็ตาม อยากให้ไปตรวจสอบการทุจริตที่ศูนย์พัฒนาชาวเขาจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แพร่ ที่มีงบแห่งละ 10-15 ล้านบาท รวมถึงที่นิคมสร้างตนเองห้วยหลวงและนิคมฯเชียงพิณ จ.อุดรธานี ที่มีงบรวม 50 ล้านบาท จากข้อมูลรับแจ้งพบว่ามีลักษณะการทุจริตที่คล้ายกัน และมีเงินทอนมากกว่าร้อยละ 50 หรือบางแห่งเงินทอน 100 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ” นายวัชระกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จัดการกับคดีโกงเงินคนจนให้เด็ดขาด อย่าทำเป็นมวยล้มต้มคนดู สมัยนี้การสื่อสารรวดเร็ว รัฐบาลอาจปิดบังการทุจริตบางเรื่องได้ แต่ไม่สามารถปิดได้ตลอดไป โดยเฉพาะเมื่อมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอาจเห็นทหารระดับนายพลถูกตรวจสอบทุจริตย้อนหลังก็เป็นได้

ด้านนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กล่าวว่า สตง.เคยตรวจพบว่าในปีงบประมาณ 60 เพียง 3 เดือนแรกใช้เงินไป 193 ล้านบาท กระจายไปยังศูนย์ต่างๆในลักษณะเลือกที่รักมักที่ชัง เพราะมีข้อมูลเข้ามาลักษณะว่าถ้าเป็นคนของตัวเองก็เอาไปเยอะๆหน่อย เพื่อสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยงกลับมา สตง.ต้องตรวจขยายผลออกไปจากหลักฐานที่พบความไม่ชอบมาพากล อาทิ หลักฐานที่สร้างขึ้นมา ครั้งแรกมุ่งไปที่ศูนย์ฯขอนแก่น เพราะมีข้อมูลที่ตรวจพบและบ่งบอกข้อผิดสังเกตต่างๆ ฉะนั้นเพื่อป้องกันระงับยับยั้งจึงรีบแจ้งไปที่ พส.ต้นสังกัด แต่ไร้ผล เนื่องจากขณะนั้นคนที่รับผิดชอบยังอยู่ในตำแหน่ง เมื่อไม่ได้ผล สตง.ต้องแจ้งเหนือขึ้นไปคือ รมว.พม.เพื่อหวังว่าจะระงับยับยั้งและวางมาตรการเชิงป้องกัน มาทราบภายหลังจาก ที่พ้นตำแหน่งว่ามีการตอบสนองกลับมาว่ามีมูลและมีการขยับขยายออกจากตำแหน่งนี้ จะช่วยให้การตรวจสอบทำได้คล่องตัวขึ้น คาดว่า สตง.จะเร่งขยายผลทำงานให้รวดเร็วขึ้น ตอบสังคมให้ได้ว่ามูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรัฐเท่าไหร่ ที่ไหนบ้าง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้