วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ร้อนจัด! ไฟป่าลามหนักทั่วขอนแก่น ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

ร้อนจัด! ไฟป่าลามหนักทั่วขอนแก่น ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

  • Share:

ไฟป่าโหมไหม้ป่าในหลายพื้นที่ของ จ.ขอนแก่น ผู้ว่าฯ สั่งตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าสกัด ควบคุมเพลิง หวั่นลุกลาม พร้อมกำชับ 26 อำเภอทำแนวกันไฟ และเฝ้าระวังการเกิดเพลิงไหม้ตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อเวลา 08.45 น. วันนี้ 2 มี.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดไฟป่าลุกไหม้ในพื้นที่ป่าชุมชนและพื้นที่เขตอุทยาน รอยต่อ อ.บ้านฝาง-หนองเรือและ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น โดยได้ขยายตัวเป็นวงกว้างมาก เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง รวมถึงมีใบไม้แห้งจำนวนมาก ซึ่งง่ายต่อการเป็นเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดี ทางจังหวัดขอนแก่นจึงได้มีการประกาศแจ้งเตือนให้ทุกอำเภอมีการเฝ้าระวังเหตุเพลิงไหม้อย่างต่อเนื่องในระยะนี้ รวมทั้งการเร่งทำแนวกันไฟเพื่อจำกัดสถานการณ์ให้อยู่ในแนวที่จำกัด

นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ได้กำชับและสั่งการไปยัง 26 อำเภอในการเฝ้าระวังการเกิดไฟป่าและกำชับเรื่องการเข้าควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้ป่าให้ได้โดยทันที แต่ปัญหาที่พบคือ พื้นที่บางจุดไม่มีเส้นทางที่สามารถส่งรถดับเพลิงไปได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ดับไฟฟ้าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของท้องถิ่นต่างๆ ไม่สามารถเข้าไประงับเหตุได้ในทันที จึงต้องมีการปรับแผนให้เดินเท้าเข้าไปทำการควบคุมเพลิงไว้ในวงที่จำกัดและตามแนวกันไฟแทน

“จะเห็นได้ว่าขณะนี้ทั้งจังหวัดมีสภาพอากาศแห้งแล้ง และมีอากาศร้อนมากในเวลากลางวัน เป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ป่าสาธารณะ ป่าชุมชน และพื้นที่ป่าในหลายจุด โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.น้ำพอง-บ้านฝาง-ภูเวียง-ชุมแพ-เขาสวนกวาง-อุบลรัตน์ และ อ.เวียงเก่า ซึ่งเป็นพื้นที่ต้องเฝ้าระวังการเกิดเหตุอย่างใกล้ชิด นอกจากการทำแนวกันไฟตามแผนงานที่ได้ดำเนินการไปแล้วนั้น ยังมีคำสั่งให้ทุกอำเภอจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ทำการสกัดและควบคุมเพลิงให้ได้หลังเกิดเหตุการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และลุกลามไปในพื้นที่พักอาศัยหรือพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชน” นายสมศักดิ์กล่าวและว่า

การจุดไฟเผาอ้อยในช่วงของการเก็บเกี่ยวในระยะนี้เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดเพลิงไหม้ป่า เนื่องจากลมพัดเอาสะเก็ดไฟและเปลวเพลิงจากการเผาอ้อยเข้าไปในพื้นที่ป่า ดังนั้นเกษตรกรควรจำกัดแนวกันไฟของการเผาอ้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ป่า ซึ่งในประเด็นนี้ทางจังหวัดได้ประสานงานไปยังอำเภอในการแจ้งเตือนประชาชนและเกษตรกรในการเพิ่มความระมัดระวังและความใส่ใจในให้มากอย่างขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงยืนยันที่ทุกฝ่ายจะสามารถควบคุมสถานการณ์และจำกัดวงของการเกิดเหตุไฟไหม้ป่า ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงหน้าแล้ง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้