วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ความต้องการซื้อเพิ่ม เงินเฟ้อ ก.พ.61 โต 0.42% ต่อเนื่องเดือนที่ 8

ความต้องการซื้อเพิ่ม เงินเฟ้อ ก.พ.61 โต 0.42% ต่อเนื่องเดือนที่ 8

  • Share:

พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อ ก.พ.61 โต 0.42% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 หลังความต้องการซื้อเพิ่ม ไม่ใช่ขึ้นจากต้นทุนผลิตพุ่ง พร้อมคาดไตรมาส 2 ขยับขึ้นเล็กน้อย เพราะมีสงกรานต์ และขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทั้งปีคาดโตตามเป้า 0.7-1.7%

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือน ก.พ.61 ว่า เท่ากับ 101.21 ลดลง 0.23% เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.61 แต่เพิ่มขึ้น 0.42% เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.60 ถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 นับจากเดือน ก.ค.60 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.) ของปี 61 สูงขึ้น 0.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนว่าเงินเฟ้อเข้าสู่เป้าหมายนโยบายการเงินสำหรับระยะปานกลางที่รัฐบาลกำหนดไว้ 2.5% บวกหรือลบ 1.5% มากขึ้น

สาเหตุสำคัญที่เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.42% จากปีก่อน เป็นผลมาจากการปรับขึ้นของดัชนีราคาหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม 0.74% โดยเฉพาะราคาสินค้าหมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้น 5.95% ตามอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้น, หมวดเคหสถาน เพิ่มขึ้น 1.34%, หมวดบันเทิงและการอ่าน เพิ่มขึ้น 0.57%, หมวดตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล เพิ่มขึ้น 0.53% ส่วนหมวดพาหนะการขนส่งและการสื่อสาร เพิ่มขึ้น 0.06%

ขณะที่หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลง 0.16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 8 เดือน โดยสินค้าที่ปรับราคาลง ได้แก่ ข้าวแป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง, เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ, ไข่ และผลิตภัณฑ์นม, ผักและผลไม้ และเครื่องประกอบอาหาร ซึ่งปรับตัวลงตามราคาน้ำตาลทรายที่ปล่อยลอยตัวตามราคาตลาดโลก

โดยหากคำนวณเฉพาะราคาน้ำตาลทรายปรับลดลง 1.75% ส่วนสินค้าในหมวดนี้ที่ปรับราคาขึ้น คือ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์, อาหารบริโภคนอกบ้าน-ในบ้าน แต่ปรับขึ้นในอัตราที่ไม่สูงมากนัก

“เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นผลจากความต้องการการบริโภคที่เพิ่มขึ้น และการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ถือเป็น demand pull ไม่ได้เป็นผลจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น (cost push) สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ส่วนในเศรษฐกิจระดับฐานราก รัฐต้องคงมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ไว้ โดยเฉพาะโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้ดีขึ้นต่อไป”

นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวต่อว่า สำหรับไตรมาส 2 คาดว่า เงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสแรก เพราะมีช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนจะจับจ่ายใช้สอย และเดินทางท่องเที่ยว ประกอบกับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ สนค.ยังคงคาดการณ์เป้าหมายเงินเฟ้อทั้งปี 61 อยู่ที่ 0.7-1.7% หรือมีค่ากลาง 1.2% ภายใต้สมมติฐานการขยายตัวเศรษฐกิจทั้งปี 61 อยู่ที่ 3.6-4.6% ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย 55-65 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และค่าเงินบาท 32-34 บาทต่อเหรียญฯ

ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (ที่ตัดหมวดอาหารสด และพลังงานออกจากการคำนวณ) เดือน ก.พ.61 เท่ากับ 101.71 เพิ่มขึ้น 0.07% จากเดือน ม.ค.61 และเพิ่มขึ้น 0.63% จากเดือน ก.พ.60 ส่งผลให้เงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยเดือน ม.ค.-ก.พ.61 เพิ่มขึ้น 0.61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้