วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เทคนิคผ่าตัด "ไทยรอยด์" ผ่านกล้อง...ทางช่องปาก

เทคนิคผ่าตัด "ไทยรอยด์" ผ่านกล้อง...ทางช่องปาก

  • Share:

ถ้าพูดถึงโรคของต่อมไร้ท่อที่พบบ่อยๆต่อมไทรอยด์ น่าจะเป็นอันดับต้นๆที่ระยะหลังมานี้พบว่าเป็นกันมาก ทั้งไทรอยด์เป็นพิษ หรือความผิดปกติที่เกิดจากการมีก้อนที่ต่อมไทรอยด์

นพ.ภาสกร ถาวรนันท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก รพ.กรุงเทพ อธิบายเรื่องต่อมไทรอยด์ให้ฟังว่า ต่อมไทรอยด์ (Thyroid gland) เป็นต่อมไร้ท่อที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายผีเสื้ออยู่ตรงส่วนล่างของกลางลำคอ ทำหน้าที่ผลิตและหลั่งไทรอยด์ฮอร์โมนเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อส่งไปยังอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายที่อยู่ภายใต้การควบคุมของต่อมใต้สมอง (Pituitary gland) และต่อมไฮโปธาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งโดยปกติร่างกายคนเราจะมีระบบการควบคุมการทำงานของต่อมไทรอยด์อย่างดี เพื่อรักษาระดับไทรอยด์ฮอร์โมนให้อยู่ในเกณฑ์ปกติตลอดเวลา

“85% ของโรคต่อมไทรอยด์เกิดขึ้นเองเฉพาะบุคคล มีเพียง 15% ที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือยีน และมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่รู้ตัวว่ามีความผิดปกติของต่อมไทรอยด์”

คุณหมอภาสกร บอกว่า อาการของโรคต่อมไทรอยด์มีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ ต่อมไทรอยด์โต แต่ยังทำหน้าที่ได้ปกติ โดยก้อนจะโตขึ้นและมองเห็นเป็นก้อนได้จากภายนอกบริเวณด้านหน้าของลำคอ ก้อนที่เกิดขึ้นบนต่อมไทรอยด์จะมีการขยับเคลื่อนที่ขึ้น-ลง ตามจังหวะที่เรากลืนน้ำลาย

ต่อมไทรอยด์โตที่เกิดจากขาดไอโอดีน ต่อมไทรอยด์ต้องทำงานมากขึ้น จึงมีการเพิ่มปริมาณเซลล์ เลยทำให้มีขนาดโตขึ้น นอกจากนี้ ต่อมไทรอยด์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นยังอาจเกิดจากมีการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมนสูงผิดปกติจึงเกิดภาวะไทรอยด์ทำงานเกินหรือไทรอยด์เป็นพิษ หรือถ้ามีไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ ก็จะทำให้เกิดภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน นอกจากนั้น อาจจะมีการคลำแล้วพบก้อนเดี่ยวๆหรือหลายๆก้อนที่ต่อมไทรอยด์ ซึ่งแพทย์จะต้องวินิจฉัยแยกโรค เพื่อวางแผนการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมตามภาวะอาการที่เกิดขึ้น

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก รพ.กรุงเทพ บอกว่า โรคไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) เป็นภาวะที่ต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป การรักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษ ทำได้โดยการกินยาต้านไทรอยด์ ซึ่งมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ โพรพิลไทโอยูราซิล (PTU) และเมทิมาโซล (MMI) ยาทั้ง 2 ชนิดนี้จะออกฤทธิ์กดการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมน

“ข้อควรระวังของการรักษาด้วยยา 2 ชนิดนี้ คือผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น มีไข้ เม็ดเลือดขาวต่ำ มีผื่นขึ้น ตับอักเสบ ซึ่งต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด” คุณหมอภาสกรบอกและว่า การรักษาอีกวิธีหนึ่ง คือ การกลืนแร่ไอโอดีน โดยแร่ไอโอดีนจะเข้าไปทำลายเซลล์ของต่อมไทรอยด์ ทำให้ต่อมมีขนาดเล็กลงและสร้างฮอร์โมนได้น้อยลง เป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยาก ได้ผลเร็ว

อีกอาการหนึ่งก็คือ ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป (Hypothyroidism) อาการที่พบได้สำหรับกรณีนี้ คือเหนื่อยง่าย สมาธิสั้น เครียด นอนไม่หลับ เฉื่อยชา ไม่ค่อยมีแรง เป็นตะคริวง่าย น้ำหนักเพิ่มขึ้น ผิวหนังแห้งหยาบ การรักษาคือการให้ฮอร์โมนไทรอยด์ชดเชย

คุณหมอภาสกรบอกอีกว่า ที่น่าเป็นห่วงสำหรับโรคที่เกี่ยวข้องกับต่อมไทรอยด์โรคหนึ่งก็คือ การเกิดก้อนเนื้อที่ต่อมไทรอยด์ ซึ่งมักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อัตราส่วนประมาณ 4 : 1 สาเหตุของการเกิดมีหลายสาเหตุ เช่น เนื้อของไทรอยด์ที่โตมากกว่าปกติซีสต์ในต่อมไทรอยด์ เนื้องอกธรรมดา หรือมะเร็งของต่อมไทรอยด์ ฯลฯ ซึ่งการเกิดก้อนที่ต่อมไทรอยด์นั้นมีโอกาสที่จะพัฒนาเป็นมะเร็งได้ถึงประมาณ 5-10%

“หากพบว่าต่อมไทรอยด์มีอาการโต อาจทำการผ่าตัดออกเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพของต่อมไทรอยด์ แนวทางการรักษาอาการต่อมไทรอยด์โตในกรณีที่ไม่ใช่มะเร็ง มีข้อบ่งชี้เช่น ผู้ป่วยมีความกังวลเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่เห็นได้ชัดหรือโตขึ้นเร็ว หรือก้อนมีขนาดใหญ่ อาจไม่ใหญ่มาก แต่ตำแหน่งไปกดเบียดหลอดลมหรือหลอดอาหาร” คุณหมอภาสกรบอกและอธิบายเพิ่มเติมว่า การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ทำได้หลายวิธี เช่น การผ่าตัดแบบเปิด ซึ่งสามารถตัดต่อมไทรอยด์ออกได้หมดรวมถึงสามารถเลาะต่อมน้ำเหลืองได้ด้วยในบางกรณี แต่ผู้ป่วยจะมีแผลเป็นบริเวณลำคอ ผู้ป่วยอาจรู้สึกขัดๆ ตึงๆ คล้ายมีสิ่งแปลกปลอมบริเวณคอหรือมีเสียงเปลี่ยนได้ ซึ่งอาการดังกล่าวมักจะหายไปภายใน 1 สัปดาห์ แต่ผู้ป่วยก็มักจะกังวลถึงแผลผ่าตัด รอยแผลเป็น ซึ่งมีผลต่อบุคลิกภาพและความสวยงาม

คุณหมอภาสกรให้ข้อมูลถึงการผ่าตัดต่อมไทรอยด์แบบใหม่ว่า ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคนิคการผ่าตัดไทรอยด์ผ่านกล้องทางช่องปากแบบไร้แผลเป็น (Scarless thyroidectomy) เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ป่วยที่เป็นกังวลเรื่องแผลผ่าตัดบริเวณคอ วิธีนี้จะไม่มีแผลเป็นภายนอกหลังการผ่าตัดเพราะซ่อนแผลไว้ในปาก เหมาะสำหรับคนที่มีความกังวลในเรื่องความสวยงาม และไม่อยากให้มีแผลเป็นบริเวณลำคอ

สำหรับข้อบ่งชี้ในคนไข้ที่สามารถทำการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดไทรอยด์ผ่านกล้องทาง ช่องปากโดยไร้แผลเป็นภายนอก คือ 1.มีผลการตรวจอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) ที่ขนาดก้อนของไทรอยด์ที่โตต้องมีขนาดไม่เกิน 4-6 ซม. 2.ต้องไม่เคยเข้ารับการผ่าตัดที่บริเวณคอ หรือบริเวณคางมาก่อน 3.ไม่เคยรับการฉายแสงบริเวณคอมาก่อน 4.ไม่มีข้อห้ามในการดมยาสลบเพื่อทำการผ่าตัด

คุณหมอภาสกรอธิบายว่า การผ่าตัดแบบส่องกล้องคือ แพทย์จะเจาะ 3 รู รูตรงกลาง ด้านล่างช่องปาก 10 มิลลิเมตร จะใช้เพื่อใส่กล้องเข้าไปและรูขนาด 5 มิลลิเมตร 2 รู ด้านข้าง ใช้เพื่อใส่เครื่องมือเข้าไปทำการผ่าตัด โดยแพทย์จะค่อยๆเลาะกล้ามเนื้อด้านในใต้ผิวหนังและกล้ามเนื้อเข้าไปหาต่อมไทรอยด์ เพื่อทำการตัดไทรอยด์ออก ซึ่งในส่วนที่เลาะนี้จะสามารถประสานกันเองภายหลังผ่าตัด

ข้อดีของการผ่าตัดไทรอยด์แบบส่องกล้องทางปากไร้แผลเป็น คือ ไม่มีแผลเป็นที่คอและซ่อนแผลไว้ในปาก สามารถมองเห็นเส้นประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของสายเสียงได้ชัดเจน ด้วยขนาดที่ขยายจากกล้อง จึงช่วยลดโอกาสการเกิดอันตรายต่อเส้นประสาทนี้ รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนน้อย แผลหายเร็ว เสียเลือดน้อย เจ็บน้อย ใช้เวลาในการผ่าตัดไม่นาน หลังผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้