วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จีนกับประชาธิปไตยรวมหมู่

จีนกับประชาธิปไตยรวมหมู่

โดย สายล่อฟ้า
3 มี.ค. 2561 05:01 น.
  • Share:

เหตุบ้านเขากับบ้านเรา

เป็นข่าวใหญ่ระดับโลกก็เพราะจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในประเทศใหญ่อย่างจีน ที่กลายเป็นมหาอำนาจโลกตัวจริงเสียงจริง

เพราะจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน สาระสำคัญก็คือให้ตัดมาตราที่จำกัดให้ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัย

หมายความว่าหากได้รับการอนุมัติประธานาธิบดีจะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่มีกำหนดเวลา เว้นแต่จะบอกว่า “พอแล้ว” ไม่รับตำแหน่งต่อไป

“สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีคนปัจจุบันนั้นมีอายุ 64 ปี ต้องก้าวลงจากตำแหน่งหลังครบ 2 วาระ วาระละ 5 ปี ขณะนี้ยังไม่ครบวาระแรก และจะได้รับการเลือกเข้าสู่วาระที่ 2 อย่างเป็นทางการ

ผู้นำจีนคนปัจจุบันนั้นยังมีตำแหน่งสำคัญอีก 2 ตำแหน่ง คือ เลขาธิการพรรคและประธานคณะกรรมการการทหารส่วนกลาง

พูดง่ายๆว่าใหญ่คับบ้านคับเมือง

ซึ่ง 2 ตำแหน่งนี้ แม้จะไม่ได้กำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ทว่าที่ผ่านมาในช่วง 20 ปี มักจะอยู่ในตำแหน่งเพียง 10 ปีเท่านั้น

เรื่องนี้จึงเป็นที่น่าสนใจของประเทศต่างๆทั่วโลก เพียงแต่ยังไม่มีใครวิพากษ์วิจารณ์ แม้กระทั่งสหรัฐฯเองก็บอกว่าเป็นเรื่องของจีน ไม่เกี่ยวข้องด้วย

แต่หากมองในสภาพความเป็นจริงเรื่องนี้ก็มีมุมมองอยู่ 2 ด้าน

1.เป็นการต่ออายุทางการเมืองเท่ากับเป็นเผด็จการเต็มรูปทำให้คนคนเดียวสามารถกุมอำนาจไม่มีวาระต่อไป อาจจะเกิดปัญหาทางการเมืองต่อไปในอนาคต

2.น่าจะเกิดผลดีต่อประเทศจีน เพราะจะทำให้การดำเนิน นโยบายอย่างต่อเนื่องต่อไป หากมีการเปลี่ยนผู้นำอาจจะเกิดปัญหาด้านนโยบาย

แต่ดูเหมือนว่าจะมีการมองในแง่บวกมากกว่า เพราะ “สี จิ้นผิง” นั้น ได้แสดงให้เห็นถึงความมีภาวะความเป็นผู้นำอย่างชัดเจน ทำให้ได้รับการยอมรับจากประชาชน

เขาถูกยกย่องว่าเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถ มีแผนงานและดำเนินนโยบายอย่างเป็นจริงเป็นจังและได้ผล

จุดหนึ่งก็คือ การแก้ไขปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบ

จุดหนึ่งก็คือ การแก้ไขความยากจนของประชาชน

จุดหนึ่งก็คือ สามารถยกระดับประเทศเทียบเท่า หรือเหนือกว่าประเทศอภิมหาอำนาจอื่นๆ

จุดหนึ่งนำพาประเทศไปสู่ความเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจโตเป็นอันดับ 1 ของโลก ตลอดจนทำให้เศรษฐกิจมีความมั่นคง

นั่นจึงมีการเปรียบเทียบว่าเขาเป็นผู้นำระดับ “เหมา เจ๋อตุง” อดีตผู้นำที่ยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังเสนอ “คัมภีร์” ของชาติจนได้รับการยอมรับ

เอาเข้าจริงแล้วการได้รับการยอมรับจากประชาชน จนกระทั่งมีการเรียกขานเขาว่า “เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ” ที่เหนือกว่าความเป็นผู้นำตามปกติ

เหนืออื่นใดการเมืองในแต่ละประเทศต่างก็ขึ้นอยู่กับสภาพความเป็นอยู่ของประเทศนั้น ว่าจะปกครองประเทศกันอย่างไร ระบบไหน

คงไม่ใช่จะต้องเป็นประชาธิปไตยเสมอไป

แม้แต่จีนเอง ซึ่งหากมองหรือไปเปรียบเทียบกับชาติตะวันตกที่ยึดเอาประชาธิปไตยเป็นจิตวิญญาณ ซึ่งตรงข้ามกับจีนที่มองว่าเป็นเผด็จการคอมมิวนิสต์

แต่ระบบการปกครองของจีนก็สามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองที่เหนือกว่าชาติตะวันตกด้วยซ้ำไป

เพราะเขาบอกว่าจีนปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยรวมหมู่.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้