วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จดตั้งพรรคหนุนบิ๊กตู่ หมอระวีพลังธรรมใหม่

จดตั้งพรรคหนุนบิ๊กตู่ หมอระวีพลังธรรมใหม่

  • Share:

แกนนํากปปส.ซุกรังเก่า ‘มาร์ค’ สั่งเช็กแถวปชป.

กกต.ตีปี๊บขั้นตอนจดจองชื่อพรรค ก๊วนอดีต ส.ส.พลังธรรมคึก ปัดฝุ่นตั้งพรรคพลังธรรมใหม่ “หมอระวี” ไม่ปฏิเสธพร้อมหนุน “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯคนนอก พรรค กปปส.ชักกร่อยแกนนำแห่ซบรังเก่า เหลือแค่น้องชายกับลูกเลี้ยงลุงกำนันร่วมลุยไฟ “มาร์ค” นัดเช็กยอดเรียกลูกพรรคแสดงตัว 1 เม.ย. ขาใหญ่ ปชป.ไม่ห่วง “เทือก” ตกปลาในอ่างเพื่อน มั่นใจลูกหม้ออดีต ส.ส.-แฟนพันธุ์แท้ไม่ทิ้งพรรค “บัญญัติ” ชี้ปล่อยโกงงบฯคนจน เมินเคลียร์ปมฉาว ฉุดรัฐบาลจมดิ่ง “อภิสิทธิ์” ขยี้ยืดสอบนาฬิกาหรูยิ่งบั่นทอน “อิสสระ” จวก คสช.ย้อนดูตัวจวน 4 ปีทุจริตเบ่งบาน พท.ยินดีประเทศจะไร้ชัตดาวน์ปิดเมือง ไม่เชื่อลมปาก “บิ๊กตู่” บี้พูดให้ชัดกาบัตรวันไหน โฆษก คสช.ฮึ่มกลุ่มอยากเลือกตั้งล้อเลียนผู้นำไม่เหมาะสม “โอ๊ค” โพสต์รำลึก 10 ปี พ่อกลับไทยกราบแผ่นดิน ทิ้งคำถามแทงใจใครจะจัดการทหารทุจริต

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ประกาศจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นไม่เกินเดือน ก.พ.2562 แม้จะถูกพรรคการเมืองเดิมรุมวิจารณ์ว่าไม่น่าเชื่อถือ ขณะที่กลุ่มการเมืองต่างๆ เริ่มทยอยเปิดตัวจัดตั้งพรรคใหม่กันอย่างคึกคัก ล่าสุดกลุ่มอดีต ส.ส.พรรคพลังธรรม ปัดฝุ่นก่อตั้งพรรคพลังธรรมใหม่ โดยไม่ปฏิเสธที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ คนนอก

กกต.แจงขั้นตอนจดจองชื่อพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ได้เผยแพร่เอกสารขั้นตอนการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองมานำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจ หรือผู้ที่มีเจตจำนงในการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองได้เข้าใจมากขึ้น ดังนี้ 1.บุคคลจำนวนไม่น้อยกว่า 15 คน ยื่นคำขอแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง 2.นายทะเบียนพรรค การเมืองตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐาน คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม รวมถึงชื่อ ชื่อย่อ และภาพเครื่องหมายพรรคการเมือง 3.หากถูกต้องนายทะเบียนพรรคการเมืองจะออกหนังสือรับแจ้ง แต่กรณีที่ไม่ถูกต้อง นายทะเบียนพรรคการเมืองจะให้เวลาผู้ยื่นขอแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดหากแก้ไขได้ถูกต้องนายทะเบียนพรรคการเมืองจะออกหนังสือรับแจ้ง และหากไม่แก้ไขตามเวลาที่กำหนด คำขอนั้นถือว่าสิ้นผล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 4.เมื่อนายทะเบียนพรรค การเมืองออกหนังสือรับแจ้งแล้ว ผู้เตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองจะต้องหาผู้ร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 500 คน ประชุมผู้ร่วมจัดตั้งพรรค ไม่น้อยกว่า 250 คน รวบรวมเงิน/ทุนประเดิมไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท ภายใน 180 วัน 5.หากดำเนินการครบถ้วนสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองภายใน 180 วัน แต่หากไม่ครบถ้วน คำขอนั้นถือว่าสิ้นผล

ปลุกผีพรรคพลังธรรมใหม่

เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ห้องปทุมวัน โรงแรมเอเชีย พรรคพลังธรรมใหม่ นำโดย นพ.ระวี มาศฉมาดล อดีต ส.ส.พรรคพลังธรรม นำสมาชิกพรรคและว่าที่ผู้สมัคร อาทิ นายสมบูรณ์ ทองบุราณ อดีต ส.ส.ยโสธรและอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นายสุทิน ช่วยธานี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังธรรม จ.ตรัง นายวีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังธรรม แถลงข่าวเปิดตัวพรรค โดย นพ.ระวีกล่าวว่า พรรคพลังธรรมเดิมถูกยุบมาประมาณ 10 กว่าปี จากวิกฤติรอบด้านของสังคมไทย ก่อให้เกิดการขัดแย้งแตกแยก คอร์รัปชันโกงกินทุกรัฐบาล ประเทศตกต่ำและเหตุนี้จึงก่อให้เกิดพรรคพลังธรรมใหม่ขึ้น เพื่อนำประเทศไทยให้หลุดพ้นจากวิกฤติเหล่านี้ นำประเทศไปสู่สังคมธรรมาธิปไตย ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบตะวันตก และพรรคจะมีคณะธรรมาภิบาลเพื่อให้ระบบตรวจสอบการทุจริตอย่างเข้มแข็ง ทั้งนี้ พรรคยังมีนายพีระพงศ์ สาคริก อดีต ส.ส.พรรคพลังธรรมและ พ.อ.วินัย สมพงษ์ อดีต รมว.คมนาคม และเป็นอดีต ส.ส.กทม. พรรคพลังธรรมร่วมด้วย

พร้อมหนุน “บิ๊กตู่” นายกฯคนนอก

เมื่อถามว่า พรรคได้วางตัวบุคคลที่จะมาเป็นแคนดิเดตนายกฯไว้หรือยัง และถ้าต้องมีนายกฯ คนนอก พร้อมหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือไม่ นพ.ระวีตอบว่า ในแคนดิเดต 3 คนมีชื่อของหัวหน้าพรรคเป็นหนึ่งในนั้น รับรองผู้ที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกฯ ติดอันดับ 1 ใน 5 ที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกฯ และถ้าต้องมีนายกฯ คนนอกเป็น พล.อ.ประยุทธ์ พรรคพลังธรรมใหม่ก็ไม่ปฏิเสธ เมื่อถามต่อว่า พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรม จะร่วมพรรคด้วยหรือไม่ นพ.ระวีกล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ได้คุยกับ พล.ต.จำลอง ท่านบอกไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและพรรคการเมืองอีก เนื่องจากได้ลั่นสัจจะวาจาไว้แล้ว และอายุมากแล้ว วันที่ 2 มี.ค. เวลา 08.30 น. พรรคจะเดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อยื่นจดจองชื่อพรรค

“เทือก” หวิวแกนนำ กปปส.กลับที่ตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า หลังข่าวกลุ่ม กปปส.ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยฯ (มปท.) จะจดแจ้งเพื่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ แต่กลับปรากฏอดีตแกนนำกลุ่ม กปปส.ที่เคยเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต ส.ส.ตรัง นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช นายจุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายสกลธี ภัททิยกุล น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร (ตั๊น) อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.หรือแม้แต่นางโสภา กาญจนะ นายสินิตย์ เลิศไกร อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ รวมถึงกลุ่มอดีต ส.ส.สงขลาในปีกของนายถาวร ต่างยืนยันว่าจะอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสิ้น มีเพียงนายธานี และนายเชน เทือกสุบรรณ น้องชายนายสุเทพ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตแกนนำ กปปส.ที่ยังอยู่กับนายสุเทพ เพื่อช่วยทำพรรคการเมืองใหม่ที่จะตั้งขึ้น ก่อนหน้านี้นายสุเทพเคยเอ่ยปากขอให้อดีตแกนนำ กปปส.กลับเข้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะช่วงเวลานั้นยังไม่คิดจะทำพรรค แต่เมื่อตัดสินใจจะตั้งพรรคใหม่ซึ่งอดีตแกนนำ กปปส. ส่วนใหญ่ต่างคัดค้านเพราะวิเคราะห์แล้วว่าจะตัดฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ แม้แต่สมาชิกในครอบครัวนายสุเทพเองก็ไม่เห็นด้วย แต่ไม่สามารถทัดทานได้

“มาร์ค” นัดลูกพรรคแสดงตัว 1 เม.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำระดับผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือถึงสถานการณ์ตกปลาในอ่างเพื่อน แต่ไม่กังวลโดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากภาวะราคาพืชเศรษฐกิจทั้งยางพาราและปาล์มน้ำมันตกต่ำ มีแต่อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องกระตุ้นให้รัฐบาล คสช.แก้ไขช่วยชาวบ้าน อีกทั้งเชื่อมั่นในสมาชิกพรรคและความเป็นสถาบันของพรรค สมาชิกมีความสัมพันธ์มาช้านานว่า คนของพรรคจะไม่ทิ้งพรรค และยังมีผลงานตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและผลงานอื่นเป็นที่ประจักษ์ โดยวันที่ 1 เม.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้นัดอดีต ส.ส.และว่าที่ผู้สมัครของพรรคให้มารายงานตัวยืนยันยังเป็นสมาชิกพรรค

“บัญญัติ” ชัวร์เรตติ้งรัฐบาลทหารดิ่ง

ขณะที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเชิงวิเคราะห์ว่า ระยะเวลาที่เหลืออีกปีกว่าๆ ของรัฐบาล คสช. หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ยังบริหารแบบเดิม ยังไม่เร่งสะสางปัญหาต่างๆ ทั้งการทุจริตเงินคนจน คนป่วย หรือไม่ทำเรื่องที่สังคมกังขาให้กระจ่าง รวมถึงงานการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการปฏิรูปตำรวจ ไม่คืบหน้า จับต้องได้เป็นรูปธรรม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรคนส่วนใหญ่ของประเทศ ชาวไร่ ชาวนา จะยิ่งเป็นแรงฉุดกระแสนิยมของรัฐบาลให้ตกต่ำกว่าที่เป็นอยู่ แม้รัฐจะมีโครงการต่างๆออกมาก็ตาม ทั้งหมดอยู่ที่การเลือกจะบริหารของผู้มีอำนาจว่าจะเลือกทำเช่นใดกับเวลาที่เหลือ ส่วนกรณีการตั้งพรรคใหม่ เห็นว่านายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขียนวิเคราะห์ได้ดีและเชื่อว่าที่สุดแล้วอดีต ส.ส.ของประชาธิปัตย์จะไม่ทอดทิ้งพรรค

“มาร์ค” ย้ำจุดยืน ปชป.–กปปส.ต่างกัน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ กล่าวถึงการตั้งพรรคการเมืองใหม่ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธาน มปท.ว่า การมีพรรคการเมืองใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่นายสุเทพพูดก่อตั้งพรรคเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นจุดที่แตกต่างกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ถือว่าการเสนอคนลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อเข้าไปทำงานจะสนับสนุนคนที่คุ้นเคย ร่วมกับอุดมการณ์พรรค และตนไม่คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมาสมัครเป็นสมาชิกหรือเป็นผู้บริหารของพรรค ดังนั้นหากนายสุเทพมองว่าไม่มีพรรคการเมืองรองรับแนวทางสนับสนุนอย่างที่ตั้งใจ นายสุเทพสามารถไปตั้งพรรคใหม่ได้เป็นสิทธิของท่าน

ยืดสอบนาฬิกาหรูยิ่งบั่นทอนรัฐบาล

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการทุจริตเงินช่วยเหลือคนจนและสงเคราะห์ผู้ไร้ที่พึ่งของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ว่า ต้องชมนักศึกษาที่กล้าเปิดโปงเรื่องนี้ทำให้สังคมได้รับรู้ และกลายเป็นว่าพื้นที่อื่นๆก็ตรวจพบการทุจริตลักษณะเดียวกันด้วย คงต้องติดตามกันต่อหลังรัฐบาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนจริงจัง มีสั่งพักงานและโยกย้ายเพื่อเปิดทางสอบสวนหาคนที่เกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขยายเวลาสอบนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้เหตุผลต้องเรียกพยานมาเพิ่มอีก 2 ปากนั้นเป็นอีกเรื่องที่ดูจะยืดเยื้อออกไป ไม่ค่อยจะเป็นผลดียิ่งบั่นทอนการทำงานรัฐบาลและความรู้สึกของคนในสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ

ย้อน คสช.ดูตัว 4 ปีทุจริตบาน

นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีต รมว.พม. กล่าวถึงการทุจริตเงินช่วยคนจน และคนป่วยในสังกัดพม.ว่าล่าสุดพบการทุจริตมากกว่า 14 จังหวัด คาดว่าจะพบมากขึ้นเรื่อยๆ เสียใจมากผู้ใหญ่กระทรวงนี้ปล่อยปละละเลย น่าจะทำมาหลายปีแล้ว จนข้าราชการชั้นผู้น้อยใช้เป็นช่องทางเบิกจ่ายเงินปลอมขึ้น คาดว่าทำนองเดียวกับการทุจริตเงินทอนวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) จึงขอให้รัฐบาล คสช.เร่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะขึ้นมาตรวจสอบทุกจังหวัด รวมถึงงบฯในศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงและนิคมสร้างตนเองด้วย ให้ ปปง.มาร่วมตรวจสอบคู่ขนานไปกับ ป.ป.ท. จะพบเส้นทางการเงินโยงถึงใครไปอยู่ที่ใคร ใครอยู่เบื้องหลัง ไม่อยากเชื่อว่าการทุจริตโกงเงินคนจน เงินผู้ป่วยจะเกิดขึ้นในรัฐบาล คสช. นายกฯด่านักการเมืองมาตลอดว่าทุจริตคอร์รัปชัน เกือบ 4 ปีที่ผ่านมาทำไมยังมีการทุจริตโกงบ้านกินเมืองไม่ต่างจากยุคนักการเมืองบริหาร เกิดทุจริตเงินทอนวัด ทุจริตโกงเงินคนจน รวมถึงกรณียืมนาฬิกาเพื่อน 25 เรือน ไม่แปลกใจว่าทำไมประชาชนออกมาเรียกร้องให้จัดเลือกตั้ง จะได้มีฝ่ายตรวจสอบ ท่านจะเป็นนายกฯต่อไปก็ได้ แต่หากยังปล่อยให้โกงชาติบ้านเมือง ลูบหน้าปะจมูกอยู่อย่างนี้ ไม่ต่างอะไรจากนักการเมืองที่ท่านเคยว่า

“พุทธิพงษ์” กั๊กอ้างมีเวลาคิดอีกนาน

ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำ กปปส.กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ตัดสินใจใดๆ เพราะขณะนี้สถานการณ์ทางการเมืองยังไม่ชัดเจนยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยังมีเวลาอีกนานเป็นปีกว่าจะมีเลือกตั้งตามที่นายกฯระบุ เวลานี้ยังไม่ได้คิดยังคงอยู่ลงพื้นที่เดิมกับพรรค และหลังจากการรัฐประหาร นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ มปท.บอกให้อดีตแกนนำ กปปส.ทุกคนกลับพรรค ไม่ได้บังคับให้ต้องอยู่ช่วยงานพรรคใหม่หากตั้งจริง ให้อิสระแกนนำหลายคนที่จะเลือกกลับพรรค ส่วนเรื่องตั้งพรรคเข้าใจว่าคงมีคนไปจดเพื่อจองไว้แต่ไม่ทราบเป็นใคร

“ไพบูลย์” ไม่หวั่นตัดแต้มกันเอง

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป เปิดเผยว่า วันที่ 2 มี.ค. จะมี 3 ตัวแทนของพรรคไปเข้าคิวรอที่สำนักงาน กกต.ตั้งแต่เช้ามืด เพื่อยื่นเอกสารขอจองชื่อจดตั้งพรรคใหม่ จากนั้นสัปดาห์ถัดไปพรรคจะส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือขออนุญาต คสช.ประชุมพรรค พิจารณาข้อบังคับพรรค คัดเลือกแต่งตั้งกรรมการบริหารพรรค การเลือกตั้งไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเดือน ก.พ.62 พรรคประชาชนปฏิรูปพร้อมตลอด หากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการมูลนิธิ มปท.ตั้งพรรคใหม่จริงและประกาศจุดยืนเดียวกันสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ไม่กลัวว่าจะมาแย่งคะแนนกันเอง เพราะไม่ได้เห็นตรงกันทุกเรื่อง ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 50 ล้านคนจะตัดสินใจเลือก

พท.ยินดี กปปส.เลิกชัตดาวน์

ขณะที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่กลุ่ม กปปส.เตรียมตั้งพรรคมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยว่า ก็ดีควรกลับมาต่อสู้ในรูปแบบประชาธิปไตยที่โลกยอมรับ คนไทยส่วนใหญ่คงโล่งใจที่ต่อไปนี้ประเทศจะไม่มีการชัตดาวน์ ปิดหน่วยงานราชการสร้างความเสียหายให้ประเทศ ส่วนจะกระทบพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้นไม่อาจก้าวล่วงได้ ประชาชนจะเป็นผู้เลือกและให้คำตอบเมื่อถึงเวลา แต่พรรคเพื่อไทยวันนี้จะต่อสู้กับตัวเอง ปรับปรุงพัฒนานโยบายต่างๆ เพื่อนำประเทศไทยกลับมายิ่งใหญ่ในเวทีโลก วันนี้นักธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เป็นฐานเศรษฐกิจของประเทศบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ยังไม่ปลื้มกับตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเล็กน้อย เพราะยังต่ำกว่ามาตรฐานอยู่ แต่เชื่อว่าหากการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริง ความเชื่อมั่นจะกลับมา

ไม่เชื่อคำพูดนายกฯเลือกตั้ง ก.พ.62

นายนพดล ปัทมะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นไม่เกิน ก.พ.62 ว่า ยังไม่ปักใจเชื่อว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในเดือน ก.พ.2562 เนื่องจากกำหนดมาหลายครั้ง แต่เลื่อนมาเรื่อย ครั้งนี้จะเลื่อนอีกหรือไม่ ยังไม่รู้ ต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ส่วนที่ระบุจะคุยเรื่องปลดล็อกพรรคการเมืองในเดือน มิ.ย. ควรได้เวลาเปิดให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้แล้ว ไม่ทราบว่ากังวลอะไร เป็นไปได้ยากที่กิจกรรมพรรคการเมืองจะกระทบความมั่นคงของ คสช.และรัฐบาล คงไม่มีพรรคใดสร้างความวุ่นวาย และคงวุ่นกับการเตรียมการเรื่องฐานสมาชิก ทำไพรมารีผู้สมัครการจัดทำนโยบาย เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง คงไม่กล้าทำอะไรฝืนความรู้สึกประชาชน ถ้าอุปมาการเลือกตั้งเหมือนแข่งโอลิมปิก ควรเปิดให้ผู้แข่งขันมีเวลาซ้อมแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่ไม่กี่เดือนก่อนแข่ง คนไทยควรเลิกหวาดระแวงกัน หันมาสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน นำประเทศกลับสู่ความเป็นปกติสุข ด้วยการยกเลิกข้อห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม ข้อห้ามประชาชนชุมนุมตั้งแต่ 5 คน รวมทั้งยุติการดำเนินคดีประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ถ้าทำได้ คนไทยมีความสุขเพิ่มแน่

บี้ “บิ๊กตู่” พูดให้ชัดกาบัตรวันไหน

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า เพราะแรงบีบจากนานาชาติ รวมถึงคนอยากเลือกตั้งทั้งนักศึกษาและประชาชนคนรักประชาธิปไตยที่เริ่มออกมากันมากขึ้นหรือไม่ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์พูดแบบนี้ จากเดิมไม่เคยทำตามที่พูดเลย ความเสื่อมของรัฐบาลนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนประชาชนออกมาทวงสัญญาประชาคมที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้คำมั่นไว้ หากรัฐบาลยึดอำนาจประชาชนแล้วบริหารประเทศให้เจริญขึ้น จะอยู่นานแค่ไหนไม่มีใครว่า แต่ยึดอำนาจไปแล้วไม่มีอะไรดีขึ้น ใช้อำนาจและงบมหาศาลแต่กลับตรวจสอบไม่ได้ ปากพูดไปให้ตัวเองอยู่รอด สร้างภาพไปวันๆ เรียกคนปรับทัศนคติ ละเมิดสิทธิมนุษยชนตลอดเวลา ทุจริตมากที่สุด รัฐธรรมนูญถอยหลัง ล่าสุด สนช.โหวตล้มบุคคลที่ได้รับสรรหาเป็น กกต.7 คน ใครอยู่เบื้องหลัง สนช.เดาได้ไม่ยาก ส่วนที่จะได้เลือกตั้งในช่วง ก.พ.62 ไม่มีใครเชื่อแล้ว ตนไม่เชื่อตราบใดที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ประกาศวันเลือกตั้งให้ชัดเจน

“โอ๊ค” รำลึก 10 ปี “ทักษิณ” กลับไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 28 ก.พ. นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กถึงเหตุการณ์ครบรอบ 10 ปี ที่นายทักษิณเดินทางกลับประเทศ หลังถูกรัฐประหารว่า วันที่ 28 ก.พ.61 คือวันครบรอบ 10 ปีของภาพ “กราบแผ่นดิน” ยังจำวันที่คุณพ่อกลับมาเมืองไทยครั้งแรกนับจากวันถูกรัฐประหารไปปีครึ่ง คุณพ่อทรุดตัวไปกราบพื้น โดยคนเดินตามหลังไม่ทันตั้งตัว รัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ดีที่ ผบ.ทบ.ผู้นำการยึดอำนาจ มิได้ยึดติดอำนาจ แต่งตั้งบุคคลอื่นเป็นนายกฯ ใช้เวลาปีเดียวคืนอำนาจให้ประชาชน แต่หลังจากนั้นไม่กี่ปี ผบ.ทบ.ใช้กำลังยึดอำนาจอีกครั้ง แต่หนักกว่าครั้งก่อน เพราะ ผบ.ทบ.ซึ่งเป็นนายกฯขณะนี้ยึดอำนาจตั้งตัวเองเป็นนายกฯ สัญญาจะใช้เวลาไม่นานคืนความสุขให้ประชาชนผ่านไปเกือบ 4 ปี ประเทศไทยยังย่ำเท้าอยู่กับที่สลับกับถอยหลัง ความสุขที่จะคืนให้ยังริบหรี่ ปัญหาที่เป็นข้ออ้างการรัฐประหารไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพราะรัฐสนใจแต่ทำโครงการใหญ่ๆ ซื้ออาวุธราคาแพงๆ ปล่อยให้ประชาชนเผชิญชะตากรรมตามลำพัง

ถามลั่นใครจะจัดการทหารทุจริต

นายพานทองแท้ระบุอีกว่า ที่หนักว่าเดิมคือร่องรอยการทุจริตมีให้เห็นไปทั่ว ขณะที่ไม่มีฝ่ายค้านคอยถ่วงดุล กลไกการตรวจสอบ ตั้งพวกพ้องไปนั่งทำหน้าที่เกือบหมด จะตรวจสอบกี่ครั้งก็บริสุทธิ์ผุดผ่องทุกครั้ง กล่าวหารัฐบาลอื่นทุจริต แต่ตัวเองทำประโยชน์เพื่อประเทศเสียจนดัชนีคอร์รัปชันขึ้นไปสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากช่วงเริ่มต้นรัฐบาลประยุทธ์ 1 อยู่ที่อันดับ 78 ของโลก ปัจจุบันหล่นไปอยู่อันดับ 101 ร่วงจากเดิม 23 อันดับ เมื่อนักการเมืองถูกกล่าวหาทุจริต คนออกมายึดอำนาจคือทหาร แล้วถ้าทหารทุจริตบ้าง ใครจะเป็นคนจัดการ

“ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” โผล่ทำฟันที่ดูไบ

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากที่ปรากฏตัวเป็นข่าวเดินทางอยู่ในประเทศต่างๆ อาทิ อังกฤษ จีน ฮ่องกง ช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดอินสตาแกรม yingluck_shinfc โพสต์ภาพการปรากฏตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์อีกครั้ง โดยเป็นภาพถ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถ่ายรูปคู่กับเจ้าของร้านทำฟัน ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ โดยมีข้อความใต้ภาพบรรยายว่า “อดีตนายกฯทักษิณ กับนายกฯปู ไปทำฟันที่ร้านหมอฟันแห่งหนึ่งที่ดูไบ เจ้าของร้านเลยขอแชะรูปไว้เป็นที่ระลึก”

สนช.บอกจบแล้วไม่มีคว่ำ 2 ก.ม.ลูก

อีกเรื่อง นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และคณะกรรมาธิการร่วมฯ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มา ส.ว. ทบทวนปรับปรุงร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับเสร็จเรียบร้อยแล้วว่า ดูเนื้อหาร่างกฎหมายลูกทั้งสองฉบับที่ กมธ.ร่วมได้ทบทวนเสร็จแล้ว คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร เท่าที่ดูสมาชิก สนช.ไม่มีใครติดใจ ถือว่า กมธ.ร่วมหาทางออกร่วมกันได้ดี มั่นใจว่า สนช.จะไม่มีการคว่ำร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับดังกล่าวซ้ำรอย การไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต. 7 คน ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ประกาศยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นภายในเดือน ก.พ.2562 แสดงว่าทุกอย่างลงตัว จบหมดแล้ว จะต้องเตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ดังนั้น สนช.จะไม่คว่ำกฎหมายลูกที่เหลือเด็ดขาด

กมธ.ร่วมโวยไม่ได้ทำเกินหน้าที่

พล.ร.อ.ธราธร ขจิตสุวรรณ โฆษกกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่า กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายได้ทบทวนร่าง พ.ร.บ.เสร็จสิ้นแล้ว สัปดาห์หน้าจะประชุมตรวจเนื้อหาและถ้อยคำ ความถูกผิดทั้งฉบับ ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุม สนช.เพื่อลงมติวันที่ 8 มี.ค. ยืนยัน กมธ.ร่วมพิจารณาทบทวนรอบคอบแล้ว ไม่ได้ทำเกินอำนาจหน้าที่ ไปแก้ไขเพิ่มเติมบทเฉพาะกาลในร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว. เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 267 วรรคห้ากำหนดชัดเจน ให้ กมธ.ร่วมมีหน้าที่พิจารณาข้อโต้แย้งของ กรธ.และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง แล้วเสนอต่อ สนช.ภายใน 15 วันว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ ถ้ามีคนไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า กมธ.ร่วมทำเกินอำนาจหน้าที่ทำได้ แต่ยืนยันว่าเราทำตามอำนาจหน้าที่ในรัฐธรรมนูญกำหนดถูกต้อง

ย้ำแล้วย้ำอีกไร้สัญญาณ คสช.ชี้นำ

พล.ร.อ.ธราธรกล่าวว่า ส่วนจะผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม สนช.หรือไม่นั้น คงไม่สามารถไปก้าวล่วงดุลพินิจของ สนช.แต่ละคนได้ เพราะทุกคนมีเหตุผลเป็นของตัวเอง แต่บรรยากาศการประชุม กมธ.ร่วมเป็นไปด้วยดี พูดกันด้วยเหตุผล เมื่อ กรธ.ยืนยันว่าอยากให้ข้อเสนอของ กรธ. เรื่องการคงกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม การเลือกไขว้ ส.ว.และที่มา ส.ว.จากการสมัครโดยอิสระเป็นบทหลักอยู่ในร่างกฎหมาย จึงทบทวนกันด้วยเหตุผล จนได้ข้อสรุปให้ข้อเสนอของ สนช.มีผลบังคับใช้ใน 5 ปีแรกตามบทเฉพาะกาล ขณะที่ข้อเสนอ กรธ.มีผลบังคับใช้หลังจาก 5 ปีไปแล้ว เป็นการคุยกันด้วยเหตุผล ไม่ได้มีสัญญาณจาก คสช. หรือใครมาชี้นำทั้งสิ้น

คสช.ฮึ่มล้อเลียนผู้นำไม่เหมาะสม

วันเดียวกัน พล.ต.ปิยพงษ์ กลิ่นพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 ในฐานะทีมโฆษก คสช.กล่าวว่า ขณะนี้ คสช.ได้จับตาดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่มีการจัดกิจกรรมปราศรัยโจมตีคสช.ทุกวันเสาร์ว่า เราต้องสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องให้กับประชาชน ยืนยันที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. มีการชี้แจงโรดแม็ปที่กำหนดกรอบเวลาการเลือกตั้งที่ชัดเจนมาตลอด แต่ยังมีการออกมาเคลื่อนไหว ต้องฝากให้สถานศึกษาซึ่งเป็นสถานที่จัดงานพิจารณาความเหมาะสมด้วย ส่วนพื้นที่สาธารณะต้องดูว่ามีการขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ขณะเดียวกันไม่กังวลที่การเคลื่อนไหวมีนักการเมืองเข้ามาร่วมด้วย เช่น นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย และเริ่มมีมวลชนมากขึ้นในแต่ละสัปดาห์ ถือว่ายังไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ คสช.มีการจับตา และขอความร่วมมือสื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับสังคม ไม่บิดเบือนเพื่อสร้างกระแส และต้องปราม เตือนกลุ่มผู้ชุมนุมถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรมล้อเลียนผู้นำ เพราะนายกฯเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองไม่ควรที่จะคิดมโนเอาเอง ด้วยการนำการ์ตูนมาล้อเลียน เหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา เบื้องต้นจะมีการใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก ที่ผ่านมาแม้จะมีมวลชนเข้ามาชุมนุมมากขึ้นแต่ทุกครั้งจบลงด้วยดี

“บิ๊กตู่” ชวนทำดีอดทนสงบจิตใจ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในวันมาฆบูชา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เชิญชวนพุทธศาสนิกชนนำหลักธรรมในโอวาทปาติโมกข์ไปปฏิบัติ ได้แก่ ไม่ทำบาป ทำกุศลให้ถึงพร้อม และทำจิตใจให้ผ่องใส อุดมการณ์ 4 ข้อคือ อดทน อดกลั้น ไม่เบียดเบียน สงบ และนิพพาน และวิธีการ 6 คือ ไม่ว่าร้าย ไม่ทำร้าย เคารพกฎกติกา รู้จักความพอดี อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ฝึกทำจิตใจให้สงบ พร้อมยังแนะนำให้คนไทยทำความดีตามแบบไทยนิยมที่สอดคล้องกับหลักธรรมทางศาสนา สำหรับในวันหยุดนี้นายกฯใช้เวลาทบทวนการทำงาน และศึกษาข้อมูลเพื่อวางแผนงานในระยะต่อไป โดยเฉพาะการเตรียมลงพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และ จ.เพชรบุรี ในสัปดาห์หน้า รวมทั้งตั้งจิตอธิษฐานภาวนาให้ชาติบ้านเมืองก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างราบรื่น ประชาชนอยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืน

“ดอน” โต้ตีเช็คเปล่าละเมิดสิทธิ

ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ที่อยู่ระหว่างเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประชาชาติ (เอชอาร์ซี) กล่าวว่า ถ้อยแถลงของไทยและข้อมูลที่ได้กล่าวต่อที่ประชุมจะทำให้เห็นว่าในความจริงแล้วไทยมีมุมบวกอยู่มาก แต่ละมาตรการและกฎหมายต่างๆ ล้วนคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ผู้ที่พิจารณาด้วยความเที่ยงธรรมจะเห็นว่าไทยดำเนินการอย่างสมดุลและต่อเนื่อง บางเรื่องถือว่าล้ำหน้ากว่าคนอื่นด้วยซ้ำ และได้รับความชื่นชมอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทุกคนมีเสรีภาพในการแสดงความเห็น แต่ต้องคำนึงถึงการเคารพสิทธิผู้อื่น และไม่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ผู้ใดหรือคนกลุ่มใหญ่ หรือสร้างความระส่ำระสายในสังคมจากการกระทำของคนกลุ่มเล็ก และสิทธิมนุษยชนไม่ใช่เช็คเปล่าที่ใครจะนำไปใช้ทำอะไรก็ได้ หลังเสร็จสิ้นการกล่าวถ้อยแถลงมีผู้แทนประเทศต่างๆชื่นชมว่าถ้อยแถลงของเราสมดุล ไม่ได้พูดโอ้อวดหรือพูดขาดๆเกินๆ หรือพยายามเลี่ยงปัญหาไปพูดเรื่องอื่น

“เกษม” ปลุกกู้วิกฤติคุณธรรม

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่ง ประเทศไทย คณะอนุกรรมการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ที่มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เป็นประธานได้ร่วมกับภาคีองค์กร 275 เครือข่าย จำนวน 500 คน จัดงานและประกาศเจตนารมณ์พันธสัญญา “การสร้างกระบวนทัศน์และหลักคิดที่เหมาะสมสำหรับคนไทย” โดยมี นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ปาฐกถา พิเศษหัวข้อ “หลักคิดที่เหมาะสมสำหรับคนไทย” ว่า สังคมไทยในอดีตได้รับการยกย่องจากต่างชาติในเรื่องความอ่อนโยน มนุษยธรรม กตัญญู แต่ปัจจุบันเราเผชิญกับวิกฤติคุณธรรม ทำให้ถึงเวลาต้องมาคิดว่าจะปล่อยให้กระแสไหลบ่าจนพาตกเหว หรือลุกขึ้นมาสู้กับมัน ต้องทำให้ต้นทุนสถาบันหลักของชาติมีอยู่ให้มีคุณค่าขึ้นมา ปรับกระบวนทัศน์ให้มีความพอเพียง มีวินัย มีจิตสาธารณะ มีคุณธรรม และมีธรรมา-ภิบาล ถ้าทำได้ 5-10 ปีนี้ทิศทางประเทศดีขึ้นแน่

คนไทยเสี่ยงเชื่อเร็วไม่ไตร่ตรอง

ด้านนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานอนุ กรรมการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 กล่าวว่า เป้าหมายของการพัฒนาคนไทยตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คนไทยต้องเป็นคนที่สมบูรณ์ มีสมรรถนะทางกาย มีจิตใจและจิตสำนึกดีงาม มีค่านิยมที่ถูกต้อง มีสติปัญญา มีการเรียนรู้ตลอดชีวิตพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21 ในสถานการณ์ปัจจุบันพฤติกรรมคนไทยมีความเสี่ยงมากขึ้นต่อการขาดคุณธรรม วินัย ความซื่อสัตย์ หนักที่สุดคือเสี่ยงต่อการขาดดุลพินิจ เปราะบางอ่อนไหวในการใช้ชีวิต ทำให้เราหลงเชื่อเร็วโดยไม่ไตร่ตรอง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้