วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย iPoppz_5
2 มี.ค. 2561 06:00 น.
มาร์เชียล-ป็อกบา-ลูกากู-อเล็กซิส ความลงตัวที่เป็นไป (ไม่) ได้ ?

มาร์เชียล-ป็อกบา-ลูกากู-อเล็กซิส ความลงตัวที่เป็นไป (ไม่) ได้ ?

โดย iPoppz_5
2 มี.ค. 2561 06:00 น.
  • Share:

เดิมทีตอนแรกบรรดาสื่อหลายสำนักต่างพากันคาดการณ์กันเอาไว้ว่า การมาของ อเล็กซิส ซานเชซ แข้งซุป'ตาร์ชาวชิเลียน จะเข้ามาแก้ปัญหาเกมรุกทางขวาที่ไร้พิษสง และคงไม่มีใครคิดว่า โชเซ มูรินโญ จะเอาแข้งนักเปียโนรายนี้เข้ามาทับตำแหน่งกับ อองโตนี มาร์เชียล ตลอดจน พอล ป็อกบา และ โรเมลู ลูกากู ต้องปรับจังหวะการเล่น ส่งผลให้แนวรุกของทีมดูแกว่งๆ ไม่สมูท เรียบเนียนน่าลูบไล้ดั่งที่เคยเห็นมาก่อนหน้านี้...

คนแรกที่เจอแจ็กพอตก่อนใครเพื่อนเลยนั่นคือในรายของ อองโตนี มาร์เชียล ที่อุตส่าห์เรียกฟอร์มกลับมาเฉิดฉายได้อยู่ดีๆ กลายเป็นคนดีที่ไม่มีที่อยู่ซะอย่างนั้น เมื่อถูกย้ายสำมะโนครัว ไปเล่นทางฝั่งที่ไม่ถนัดทางกราบขวา

ต่อเมื่อโชว์ฟอร์มไม่เด็ดดวงพวงพยอมเหมือนเก่าๆ ก็ส่งผลให้ต้องเข้าๆ ออกๆ จากทีมชุดตัวจริง เหมือนเหตุการณ์บ้าๆ แถวบางประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถูกหวย 30 ล้านอยู่ดีๆ กลับถูกใครก็ไม่รู้ไปโรงพักพร้อมยัดข้อหายักยอกทรัพย์และรับของโจร!!

ตัดภาพกลับมาครับ ขอโทษที่หลุดไกล คนที่สองที่ได้รับผลกระทบนั่นก็คือ พอล ป็อกบา มิดฟิลด์ขาแรปร้อยทรงผม ที่แต่ก่อนมีพื้นที่จับจ่ายใช้สอยในแดนกลาง เป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดของทีม บอลช้า บอลสั้น บอลยาว บอลเร็ว อยู่ที่มันสมองและสองเท้าของเขาหมด

แต่พอการเข้ามาของสตาร์ชาวชิเลียนรายนี้ พื้นที่ของเขาก็ถูกจำกัดเป็นวงแคบ เพราะมันทับซ้อนกันในเรื่องของพื้นที่การเล่น ผนวกกับฟอร์มที่ตกลงไป ทั้งยังมีข่าวซดเกาเหลากับผู้เป็นนายอย่าง โชเซ มูรินโญ จนถึงขั้นมีข่าวว่า สตาร์วัย 24 กะรัต พร้อมเก็บข้าวเก็บของย้ายออกจากทีมไปเป็นคำรบที่สอง

ขณะที่ โรเมลู ลูกากู ที่ดูเหมือนว่าจะแทบไม่ได้รับผลกระทบ แต่ถ้าหากมองลึกลงไปดีๆ แล้ว อดีตเด็ก (โข่ง) ปั้น "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ก็มีปัญหาเหมือนกัน ลำพังการที่เคยเล่นร่วมกับ อองโตนี มาร์เชียล และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็แทบไม่ค่อยถูกส่งบอลให้อยู่แล้ว

การมาของ อเล็กซิส ก็ไม่ต่างกัน เพราะสไตล์การเล่นคล้ายกันนั่นคือกองหน้ากึ่งปีก เราจึงเห็นเขาเบิกรถบัสของเจ๊เกียวตีรถเปล่าหลายหน โดยไม่มีบอลที่เปรียบเสมือนผู้โดยสารกลับคืนมาสักเท่าไหร่

จากการที่สื่อหลายสำนักตั้งคำถามว่า มูรินโญ จะจัดการหาความลงตัวให้กับ 4 สตาร์ดังรายนี้ให้ลงสนามพร้อมกันได้อย่างไร แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องยากมากๆ ถึงในแง่ของสมดุลทีม

ถ้ายังจำกันได้ลองนึกภาพย้อนกลับไปสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือแดนวิสกี้กุมบังเหียนในโรงละครแห่งความฝัน เขาก็เคยเจอกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงแบบนี้มาแล้ว

คริสเตียโน โรนัลโด-เวย์น รูนีย์-คาร์ลอส เตเบช-ดิมิทาร์ เบอร์นาตอฟ คือ 4 จตุรเทพในช่วงยุคนั้นที่ถือว่าเป็นอีกช่วงที่ทีมประสบความสำเร็จมากที่สุด เมื่อเล่นกวาดถ้วยแชมป์เป็นว่าเล่น แต่ เฟอร์กี้ ก็ไม่สามารถยัด 4 หน่อลงในสนามพบพร้อมกันได้

ท่ามกลางความมืดมิดแต่กลับมีแสงสว่างรำไรในช่วงดึกวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในเกมที่ลูกทีมของ มูรินโญ เปิดรังเอาชนะผู้มาเยือนอย่าง "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี 2-1 เขาจัดการส่ง 4 แข้งดังลงสนามกันอย่างพร้อมเพรียง ด้วยระบบที่เรียกกันภาษาบ้านๆ ว่า เอียงซ้าย

นั่นคือทิ้งการบุกทางฝั่งขวาไปเลย ขยับ ป็อกบา ไปยืนกลางฝั่งซ้ายตามถนัด โยก มาร์เชียล กลับไปยืนหน้าซ้าย โดยกึ่งๆ เล่นหน้าคู่กับ ลูกากู ซึ่งทำให้ ลูกากู หลุดพ้นความโดดเดี่ยวเดียวดายในท้องทะเล เพราะมีเพื่อนคอยช่วยรับ-ส่งบอล ขณะที่ ชายเล็ก ก็เป็นเหมือนตัวฟรี มีอิสระในแนวรุก

ซึ่งมันออกมาเวิร์คพอสมควรนะครับ เพราะผู้เล่นทุกคนงัดของออกมาชนิดที่ไม่มีใครบดบังใคร ดังกระชอนในสุกี้หม้อรวมด้วยทั้งเนื้อสัตว์และผัก ที่คนแรกตักหมู คนที่สองตักผัก คนที่สามตักลูกชิ้น และคนที่สี่ตักน้ำซุป เพราะนี่คือรวมความต่างไว้เป็นหนึ่งได้อย่างกลมกล่อม

แต่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า กุนซือวัย 55 กะรัต จะยังยึดสูตรนี้ต่อไปเหมือนเดิมหรือเปล่า หรือมันเป็นเพียงอุบัติเหตุทางลูกหนัง ประหนึ่งไฟต์บังคับที่ทำให้เขาต้องจัดตัวเฉพาะกิจนัดเดียวแบบนี้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้