วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พยานชี้เก๋งชนสะพานไฟไหม้ที่กระทุ่มแบนดับ 2 โดนแท็กซี่สีชมพูเสยท้าย

พยานชี้เก๋งชนสะพานไฟไหม้ที่กระทุ่มแบนดับ 2 โดนแท็กซี่สีชมพูเสยท้าย

  • Share:

พยานเผย แท็กซี่สีชมพูมาเร็วไปชนท้ายรถเก๋งทำให้ไปชนราวสะพานไฟลุกท่วมย่างสด 2 ศพ ที่อ.กระทุ่มแบน ระบุ นาทีหลังชน ชาวบ้านพยายามช่วยคนเจ็บ แต่ตัวติดคาซากเอาออกมาไม่ได้...


เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ของวันที่ 1 มีนาคม 2561 ร.ต.อ.วรวุฒิ เปี่ยมสมุทร รอง สว. สอบสวน สภ.กระทุ่มแบน ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนราวสะพานมีไฟลุกไหม้ และมีผู้ติดอยู่ภายใน เหตุเกิดบนถนนพุทธสาคร ขาเข้ากระทุ่มแบน ฝั่งตรงข้ามกับหน้าร้านอาหารเดอะไนท์รีสอร์ท หมู่ที่ 12 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู โดยพบรถยนต์คันดังกล่าวอยู่ในสภาพพุ่งชนเสยติดเข้าไปกับราวสะพาน และมีไฟลุกไหม้ท่วมทั้งคัน ก็ต้องประสานรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสวนหลวง นำน้ำเข้าฉีดใช้เวลาประมาณ 15 นาที ไฟจึงดับสนิทลง แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตของคนขับรถและผู้ที่นั่งข้างมาได้

ตรวจสอบในรถพบศพถูกไฟคลอกย่างสดเสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ ร่างกายไหม้เกรียม เป็นผู้ชายทั้ง 2 คน ส่วนรถคันที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กจ 8012 อุดรธานี ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน ไม่ติดแก๊ส ถูกไฟไหม้จนเหลือแต่โครง อะไหล่รถกับเครื่องยนต์ กระเด็นตกอยู่เกลื่อนริมถนนและในคลอง 

จากการสอบถาม นายทรงชัย เกิดน้อย เจ้าของร้านมายด์เมย์ มะพร้าวอ่อน ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ขณะที่ตนเองกำลังทำความสะอาดกวาดพื้นอยู่หน้าร้านนั้น ก็เห็นรถคันที่เกิดเหตุขับมาในช่องทางขวาสุดด้วยความเร็วปกติ จังหวะนั้นก็มีรถแท็กซี่สีชมพูขับตามหลังมาในช่องทางเดียวกันด้วยความเร็วสูงแล้วเบรกกะทันหัน จึงพุ่งไปชนท้ายรถยนต์เก๋ง ทำให้รถยนต์เก๋งเสียหลักพุ่งไปชนกับราวสะพาน ซึ่งตอนแรกก็ยังไม่เกิดไฟไหม้ แต่เนื่องจากมีน้ำมันรั่วไหลทำให้เกิดไฟลุกไหม้ท่วมทั้งคัน ส่วนรถแท็กซี่ก็ได้หักหลบออกไปในช่องทางด้านซ้ายแล้วหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว 


ขณะที่ นายตุ้ย (นามสมมติ) เจ้าของคลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุไฟไหม้ เล่าถึงวินาทีระทึกให้ฟังว่า ตนเองนั้นได้มาจอดรถอยู่ข้างทาง ใกล้กับที่เกิดเหตุ เพื่อที่จะไปขายของที่ตลาดนัด ช่วงเวลาดังกล่าวก็ได้ยินเสียงรถยนต์ชนกัน เมื่อหันไปดูก็เห็นรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวพุ่งชนเสยเข้าไปติดอยู่กับราวสะพานแล้ว ซึ่งก็มีพลเมืองดีหลายคนได้วิ่งเข้าไปจะช่วยนำผู้บาดเจ็บทั้งสองคนออกมา แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถช่วยได้ ก็มีไฟลุกไหม้ท่วมรถขึ้นเสียก่อน ทุกคนจึงต้องรีบหนีออกมา โดยตนนั้นได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพไว้ตั้งแต่ไฟยังไม่ไหม้ จนไฟไหม้ลุกท่วมทั้งคัน ซึ่งก็นับเป็นเหตุการณ์แรกที่เห็นคาตา จึงรู้สึกตื่นเต้นและน่ากลัวมาก ทั้งนี้ก็อยากจะฝากเตือนไปถึงผู้ขับขี่ทุกคน ว่าให้ใช้ความระมัดระวังในการขับยานพาหนะเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงจังหวะที่ลงมาจากสะพานแล้ว อย่าใช้ความเร็วสูง เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ได้

ส่วน นายกฤษฎา พิณทิพย์ อายุ 32 ปี ชาวบ้าน ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี คนขับรถสิบล้อที่เข้าช่วยเหลือผู้เสียชีวิตก่อนที่จะเกิดไฟลุกไหม้ท่วมรถยนต์เล่าว่า ตนเองได้ขับรถผ่านมาพอดี ก็เห็นว่ามีรถยนต์พุ่งชนเสยเข้ากับราวสะพาน จึงได้รีบจอดรถแล้วลงไปช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายในทั้งสองคน โดยมีพลเมืองดีคนอื่นๆ เข้ามาช่วยด้วย ซึ่งตอนนั้นแม้สภาพที่เห็นคาดว่าคนขับจะเสียชีวิตแล้ว ส่วนคนนั่งข้างก็อยู่ในอาการสาหัส แต่ทุกคนก็พยายามจะช่วยกันนำทั้งสองคนออกมา เผื่อจะช่วยชีวิตได้ แต่เนื่องจากว่า ท่อนล่างของทั้งสองคนนั้นถูกอัดติดอยู่ จึงไม่สามารถนำออกมาได้โดยง่าย จึงได้รีบแจ้งไปยังศูนย์ 191 และ จส.100 แต่ในจังหวะที่กำลังพยายามนำร่างออกมานั้น ก็ปรากฏว่ามีไฟลุกไหม้ขึ้นทำให้คลอกร่างคนขับและคนนั่งข้าง ซึ่งทุกคนก็เสียใจที่ไม่สามารถช่วยออกมาได้ 

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้ส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตยังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อพิสูจน์ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร อีกทั้งยังจะได้มีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณแยกไฟแดง ที่อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุไปประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อหารถแท็กซี่สีชมพูคันก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้