วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ธปท.ชี้เฟดขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง มั่นใจเงินบาทได้รับอานิสงส์แข็งค่าน้อยลง

ธปท.ชี้เฟดขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง มั่นใจเงินบาทได้รับอานิสงส์แข็งค่าน้อยลง

  • Share:

กนง.เตรียมปรับเป้าเศรษฐกิจ และการส่งออกใหม่ พร้อมหารือผลกระทบจากเฟดขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม มี.ค.นี้ คาดช่วยลดเงินไหลเข้า แต่ดุลบัญชีเดิน สะพัดที่เกินดุลสูงกดดันค่าบาทแข็งค่าขึ้น ขณะที่การใช้จ่ายภาคเอกชนแม้ดีขึ้นแต่ยังไม่เข้มแข็ง เหตุรายได้คนชั้นล่างยังไม่กระเตื้อง

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เดือน มี.ค.นี้ จะหารือถึงทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่ง ธปท.ยังคงคาดว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ แม้ว่าตลาดจะคาดการณ์ว่าเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งก็ตาม ซึ่งการที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยจะช่วยลดแรงกดดันเรื่องเงินทุนไหลเข้า ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าน้อยลง เพราะเมื่อมีข่าวเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯกลับมาแข็งค่า

อย่างไรก็ตาม การที่ไทยยังเกินดุลบัญชีเดิน สะพัดในอัตราที่สูงเป็นแรงกดดันทำให้เงินบาทแข็งค่าโดยสิ้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าอยู่ที่ 31.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ มีระดับความผันผวน 4% และความผันผวนยังคงเพิ่มเป็น 6% ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ค่าความผันผวนของไทยอยู่ในระดับกลางของภูมิภาค

นอกจากนี้ ในการประชุม กนง.จะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออกใหม่ จากเดิมคาดว่าส่งออกปีนี้โตที่ประมาณ 4% โดยคาดว่า การขยายตัวของการส่งออกจะขยายตัวได้สูงกว่า 4% ไปได้พอสมควร หลังจากที่การส่งออกสินค้าเดือน ม.ค.ขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง 16.7% เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 62 เดือน ขณะที่การนำเข้าขยายตัวสูงมากเช่นกันถึง 22.5% โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเทศกาลตรุษจีนและมีการนำเข้าสินค้าทุน ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในอนาคต

“สัญญาณการจ้างงานมีแนวโน้มดีขึ้น การจ้างงานนอกภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมมีสัญญาณดีขึ้นโดยเฉพาะการจ้างงานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอาหาร รวมทั้งมีการจ้างงานกลับเข้ามาในภาคเกษตรกรรม ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่สูงสุดในรอบ 35 เดือน ขณะที่การบริโภคสินค้าไม่คงทนและสินค้ากึ่งคงทนมีแนวโน้มดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสนับสนุนกำลังซื้อโดยรวมยังไม่เข้มแข็ง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยสะท้อนจากรายได้ในภาคเกษตรกรรมหดตัวต่อเนื่อง โดยในเดือน ม.ค.รายได้เกษตรกรหดตัว 3.4% อย่างไรก็ดี รายได้นอกภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้สูงยังขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 6.3% จากระยะเดียวกันของปีก่อน ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า 2.3%”

นายดอน กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน ม.ค. ขยายตัวต่อเนื่อง จากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวสูง และภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดี เนื่องจากเศรษฐกิจต่างประเทศที่ขยายตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนและการผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวตาม แต่ยังเป็นการขยายตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 3.4% ลดลงจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อย สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐกลับมาขยายตัวจากรายจ่ายลงทุน

“มูลค่าการส่งออกสินค้าในเดือน ม.ค. ขยายตัวสูงที่ 16.7% จากระยะเดียวกันปีก่อนและหากหักทองคำขยายตัว 18.1% โดยการส่งออกที่ขยายตัวสูงมากในเดือนนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลของวันหยุดเทศกาลตรุษจีนที่ในปีนี้อยู่ในเดือน ก.พ. ทำให้กิจกรรมการค้าระหว่างประเทศเลื่อนขึ้นมาอยู่ในเดือน ม.ค.มากเป็นพิเศษ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศขยายตัว 10.9% จากระยะเดียวกันปีก่อน ขณะที่ผลจากการปราบปรามทัวร์จีนผิดกฎหมายก็หมดลงแล้ว แสดงให้เห็นว่า จำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัวในทุกกลุ่มหลักตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง”

นายดอน กล่าวว่า เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน โดยขยายตัว 1.2% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 0.3% และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากเครื่องชี้การลงทุนในหมวดก่อสร้าง สะท้อนจากยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่ปรับดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การนำเข้าที่สูงขึ้น ส่งผลให้ในเดือน ม.ค.ไทยเกินดุลการค้าเกินดุลอยู่ที่ 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ดุลบริการเกินดุลมากถึง 3,900 ล้านบาท ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดยังคงเกินดุลในระดับสูงที่ 5,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยในเดือน ม.ค. มีเงินไหลเข้าจากต่างประเทศมาก ทำให้ดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายสุทธิเกินดุลถึง 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และดุลการชำระเงินเกินดุลสูงถึง 9,000 ล้านเหรียญฯ”

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรณีที่เฟดอาจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย 3-4 ครั้งในปีนี้ ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินไว้ในช่วงเดือน ม.ค. โดยคาดว่าเฟดอาจเพิ่มอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง ตลอดทั้งปี 0.75% แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯจะเริ่มดีขึ้น แต่ยังมีความไม่แน่นอน โดยยังคาดว่า ค่าเงินบาทจะอยู่ที่ประมาณ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้