วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คลังลุยเคาะประตูบ้านแจกเงิน โชว์ยอดลงทะเบียนคนจนเฟส 2

คลังลุยเคาะประตูบ้านแจกเงิน โชว์ยอดลงทะเบียนคนจนเฟส 2

  • Share:

สิ้นเดือน ก.พ.พุ่งทะลุ 6 ล้านคน

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการแสดงความจำนงเข้าร่วมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือโครงการลงทะเบียนเพื่อขอรับสวัสดิการแห่งรัฐเฟส 2 ปรากฏว่า มีประชาชนที่สนใจแสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการมากกว่า 6 ล้านคน จากจำนวนที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 11.4 ล้านคน ซึ่งในจำนวน 6 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ที่มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อปี ประมาณ 3 ล้านคน และที่เหลืออีก 3 ล้านคน เป็นผู้มีรายได้มากกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

นายพรชัย กล่าวว่า หลังจากสิ้นเดือน ก.พ.ไปแล้ว กระทรวงการคลังจะยังไม่ตัดสิทธิประชาชนที่ไม่มาแสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการสวัสดิการแห่งรัฐเฟส 2 แต่จะเปลี่ยนรูปแบบโดยส่งเจ้าหน้าที่ไปเคาะหน้าประตูบ้านเพื่อให้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งคนกลุ่มนี้ที่ยังไม่มาแสดงความจำนงเพราะอาจจะไม่สะดวกในเรื่องการเดินทาง จึงจำเป็นต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปเคาะที่ประตูบ้าน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มจำนวนผู้ใช้สิทธิได้อีกประมาณ 2 ล้านคน และเมื่อรวมกับ 6 ล้านคนจะทำให้จำนวนผู้ใช้สิทธิในเฟสที่ 2 ประมาณ 8 ล้านคน

“ผู้ที่ใช้สิทธิเข้าร่วมโครงการเฟส 2 นี้ หากมีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้รับวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการซื้อสินค้าร้านธงฟ้าเพิ่มอีก 200 บาท จากเดิม 300 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 500 บาทต่อเดือน ส่วนผู้ที่มีรายได้ 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ได้รับวงเงิน 200 บาท จะเพิ่มขึ้น 100 บาท รวมเป็น 300 บาทต่อเดือน โดยผู้ที่แสดงความจำนงและขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้วจะได้รับวงเงินเพิ่มขึ้นในเดือน มี.ค. ส่วนกรณีที่ขึ้นทะเบียนไม่ทันจะสะสมวงเงินเพื่อนำไปใช้ในเดือนถัดไป”

ส่วนความคืบหน้าในการติดตั้งเครื่องชำระเงินอัตโนมัติ (อีดีซี) ล่าสุด ได้ติดตั้งไปแล้ว 190,000 ร้านค้า หรือประมาณ 510,000 เครื่อง เนื่องจากร้านค้าบางแห่งขอติดตั้งเครื่องอีดีซี 2-3 เครื่อง จึงทำให้ปริมาณเครื่องอีดีซีมีมากกว่าจำนวนร้านค้า ขณะที่ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐได้ติดตั้งเครื่องอีดีซีไปแล้ว 20,000 เครื่อง.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้