วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บี้เมีย 'เปรมชัย' แจงที่มา-งาช้าง ส่อให้ข้อมูลเท็จ

บี้เมีย 'เปรมชัย' แจงที่มา-งาช้าง ส่อให้ข้อมูลเท็จ

  • Share:

“บิ๊กเต่า” เรียกประชุมคณะกรรมการติดตามคดีล่าเสือดำทุ่งใหญ่นเรศวร ยันหลักฐานแน่นหนา เชื่อมโยงมีการทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันชัดเจน หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยันเสือดำถูกล่าโดยแก๊งพรานไฮโซ เผยตำรวจเตรียมขอให้ศาลถอนประกันและตามจับตัวมาดำเนินคดี หากไม่มาพบตามหมายเรียก “จรัมพร” แฉเสือดำเหยื่อพรานเป็นเพศเมีย ไม่มีเมนูชูกำลัง “ตัวเดียวอันเดียว” จวกเจ้าหน้าที่อย่าทำงานบนจินตนาการ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยผลสอบ “กาญจนา-วิเชียร” ไม่ผิดที่อนุญาตให้คณะเจ้าสัวดังเข้าพื้นที่

คดีนายเปรมชัย กรรมสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน เข้าไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งกระแสสังคมจับตาดูใกล้ชิดเกรงเจ้าสัวคนดังเล็ดลอดช่องว่างกฎหมายพ้นผิดไปได้ เนื่องจากมีการออกหมายให้มาพบพนักงานสอบสวนแต่ยังไม่มาพบ ขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ชุดจับกุมถูกเรียกสอบปากคำหลายครั้งหลายหน

ความคืบหน้าการสอบสวนคดีเจ้าสัวบริษัทรับเหมายักษ์ล่าสัตว์ป่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ก.พ. ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทส. เป็นประธานประชุมคณะกรรมการติดตามคดีการล่าสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พร้อมด้วย พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่ปรึกษาคณะกรรมการนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ รอง ผบช.ภ.7 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง

จากนั้น พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทส. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือ 3 ประเด็นหลัก คือ 1.เรื่องพนักงานสอบสวนว่าทางกระทรวงจะสามารถให้ข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมได้ตรงไหนบ้าง 2.เรื่องของการพิสูจน์หลักฐาน ยืนยันว่าหลักฐานที่มีแน่นหนา มีหลักฐานเพิ่มเติมครอบคลุมทั้ง 9 ข้อหาที่แจ้งความไปแล้ว 3.เรื่องนิติวิทยาศาสตร์ พบว่าซากเสือดำที่ตรวจพบนั้นถูกล่าโดยนายเปรมชัยและพวกอย่างแน่นอน รวมทั้งปืน กระสุนที่พบในตัวเสือดำเป็นลูกปลายจากปืนลูกซองรวม 8 เม็ด และปลอกกระสุนที่พบบริเวณดังกล่าวมาจากปืนกระบอกเดียวกัน หลักฐานทุกอย่างเชื่อมโยงและสัมพันธ์กัน มีการทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน จากนี้กระทรวงจะเร่งรัดดำเนินคดีกับนายเปรมชัยและพวกโดยเร็ว

พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตำรวจภาค 7 ได้ออกหมายเรียกนายเปรมชัยและพวกให้มารายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 5 มี.ค.นี้ ถ้านายเปรมชัยและพวกไม่มา ตำรวจจะขอให้ศาลถอนประกัน จากนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามนายเปรมชัยและพวกมาดำเนินคดีต่อไป

ด้าน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการสำนักงาน ป.ป.ท. กล่าวว่า คดีนี้พบพยานหลักฐานแน่นหนาตามข้อกล่าวหาทั้ง 9 ข้อ ยืนยันว่าหลักฐานทั้งหมดเชื่อมโยงว่ามีจุดประสงค์เพื่อเข้าไปล่าสัตว์ ส่วนกระแสสังคมเปรียบเทียบคดีของชาวบ้านที่นำซากหมีควายมากินแกล้มเหล้ามีการดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว ผิดกับคดีของนายเปรมชัยที่ดูว่าล่าช้านั้น มันไม่เกี่ยวกับคนรวยหรือคนจน กฎหมายให้สิทธิประกันตัวอยู่แล้ว แต่ชาวบ้านไม่มีเงินประกันตัว ส่วนใครเป็นคนยิงเสือดำ พล.ต.อ.จรัมพรกล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่า มีการพกอาวุธเข้าไปในป่า กรณีแบบนี้ผู้ถูกกล่าวหาคงดิ้นหลุดไม่ได้ แต่ต้องดูว่านายเปรมชัยและพวกจะแก้ข้อกล่าวหาอย่างไร

ที่ปรึกษาคณะกรรมการติดตามคดีการล่าสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าในวันที่ 5 มี.ค. นายเปรมชัย จะมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมายเรียก เพราะหนีไปก็ไม่มีประโยชน์ คดีนี้ตำรวจทำตามขั้นตอน สอบปากคำผู้ต้องหาตั้งแต่วันแรก และจำเป็นต้องเรียกเจ้าหน้าที่มาสอบถามเพิ่มเติม เพราะเป็นผู้จับกุมและพบเห็นการกระทำผิด เพื่อให้พยานหลักฐานแน่นหนาขึ้น ส่วนเสือดำที่ถูกยิงเป็นเสือเพศเมีย ไม่มี “ตัวเดียวอันเดียว” นายเปรมชัยกินซุปเนื้อเสือดำเท่านั้น ไม่มีตัวเดียวอันเดียว อย่าทำงานบนจินตนาการ สำหรับคดีติดสินบนไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ ต้องไปถาม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.

ด้านนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงการตรวจสอบดีเอ็นเองาช้างที่ตรวจยึดได้จากบ้านนายเปรมชัยว่า เป็นงาช้างจากแอฟริกา ถือเป็นการครอบครองงาช้างที่ผิดกฎหมายชัดเจน ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และกฎหมายอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส หลังจากนี้จะแจ้งความเพิ่มเติมข้อหาครอบครองงาช้างผิดกฎหมาย

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังผลการตรวจดีเอ็นเองาช้างที่พบในบ้านของนายเปรมชัย เป็นงาช้างแอฟริกานั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบว่า ผู้นำงาช้างมา ขึ้นทะเบียนกับกรมอุทยานฯ ชื่อนางคณิตา วิทยานันท์ ภรรยานายเปรมชัย ซึ่งกรมอุทยานฯจะแจ้งให้นางคณิตานำเอาหลักฐานการได้มาของงาช้างซึ่งอ้างว่าเป็นงาช้างบ้านมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 19 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 ต่อไป

ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.งาช้าง 2558 หากพบว่างาช้างที่นำมาขึ้นทะเบียนไม่ใช่งาช้างบ้าน กรมอุทยานฯต้องทำหนังสือไปยังผู้ครอบครองให้ส่งมอบงาช้างเพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดิน ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ยินยอมส่งมอบจะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบาท และอาจแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมในคดีอาญากรณีแจ้งข้อมูลเท็จนำงาช้างแอฟริกามาขึ้นทะเบียนเป็นงาช้างบ้านด้วย ที่ผ่านมาก่อนขึ้นทะเบียนงาช้างบ้านกับกรมอุทยานฯ ผู้ครอบครองต้องนำเอกสารหลักฐานการได้มาของงาช้างมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ หรือหากไม่มีหลักฐานการได้มา ก็ต้องเซ็นรับรองในแบบฟอร์มว่างาช้างดังกล่าวเป็นงาช้างบ้านจริง หากไม่แน่ใจก็สามารถตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอก่อนได้ โดยฝ่ายผู้ครอบครองจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจดีเอ็นเอ

นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการสอบสวนข้อเท็จจริง น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าและนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก กรณีการอนุญาตให้เข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ ว่านายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ดำเนินการตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยและรายงานต่อนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯแล้ว เบื้องต้นพบว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีความผิด การอนุญาตให้เข้าพื้นที่เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ และเป็นคนละส่วนกับการที่นายเปรมชัย กรรณสูต เข้าไปล่าสัตว์ป่า ซึ่งเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล และเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมตามกฎหมาย ไม่ได้เป็นการละเลยต่อหน้าที่

วันเดียวกัน “หงา คาราวาน” หรือนายสุรชัย จันทิมาธร แห่งวงคาราวาน อาจารย์ใหญ่เพลงเพื่อชีวิต ได้แต่งเพลง “คิดถึงพี่สืบ” มีเนื้อหาเกี่ยวกับเสือดำที่ถูกล่าและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง มีเนื้อหาว่า “เสียงปืนลั่นปังมันดังลั่นป่า ปืนมีราคาใครๆก็รู้ ปืนนั้นไม่ใช่ปู่ กระสุนนั้นไม่ใช่ย่า ลูกหลานที่ต่างเกิดมาทุกคนรู้ว่าเป็นเรื่องไม่ดี...เพราะมีพรานไพรใจร้ายจริงๆ ชอบล่าชอบยิงกระทำย่ำยี ล่าเสือดำตัวนี้ ไม่ใช่ศักดิ์ศรีหรือบารมี เกียรติวงศ์ตระกูล...หน้าที่พิทักษ์รักษาพันธุ์สัตว์ป่า หล่อหลอมกันมาหลายปีไม่มีสิ้นสูญกว่าจิตสำนึกลึกซึ้งจะมาเพิ่มพูน เราต้องอาดูร สูญเสียชีวิตกันแล้วกันเล่า...เสียงปืนลั่นปังฝังใจในป่า คนใหญ่โตมาก่อเรื่องให้เราเจ็บช้ำ ไม่เคยสร้างเซา มันแค้นมันเศร้า...คิดถึงพี่สืบ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้