วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สลดคนค้าบริการ แม่เฒ่า83-ดช.8ปี ขรก.หญิงขายตัวใช้หนี้ ตะลึง 'แม่บ้านทหาร' ก็มี

สลดคนค้าบริการ แม่เฒ่า83-ดช.8ปี ขรก.หญิงขายตัวใช้หนี้ ตะลึง 'แม่บ้านทหาร' ก็มี

  • Share:

สังคมเสื่อมทรามหนัก อึ้ง...หญิง 83 ปี ขายบริการทางเพศในพื้นที่ กทม. รวมทั้งแม่บ้านทหารเงินบำนาญสามีไม่พอใช้ หันมาทำอาชีพขายเซ็กซ์ แถมมีข้าราชการหญิงระดับสูงยอมขายบริการหาเงินใช้หนี้บัตรเครดิต มูลนิธิอิสรชนเผยผลสำรวจที่น่าตกตะลึง ทั้งยังพบรสนิยมแปลกอยากมีเซ็กซ์กับคนท้อง-ผู้ป่วยจิต แนะจัดโซนนิ่งแก้ปัญหาซุกใต้พรม ขณะที่สถานการณ์คนไร้ที่พึ่งปี 60 ใน กทม.พบ 3,630 คน เพิ่มขึ้นจากปี 59 ถึง 175 คน

ที่มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 ก.พ. มูลนิธิอิสรชน โดย น.ส.อัจฉรา สรวารี นักสังคมสงเคราะห์ของมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า มูลนิธิฯสำรวจปัญหาการใช้ชีวิตของผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะหรือคนไร้ที่พึ่งเขตกรุงเทพมหานคร ปี 2560 พบมีจำนวน 3,630 คน เป็นชาย 2,203 คน หญิง 1,427 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 จำนวน 175 คน เมื่อแยกประเภทพบว่า สูงสุดยังคงเป็นคนเร่ร่อน 994 คน รองลงมาคือผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะหลับนอนชั่วคราว 856 คน ผู้ติดสุรา 840 คน ผู้ป่วยข้างถนน 740 คน พนักงานบริการอิสระ 529 คน แรงงานเพื่อนบ้าน 52 คน คนต่างชาติเร่ร่อน 20 คน

น.ส.อัจฉรากล่าวอีกว่า 7 เขตที่พบคนไร้ที่พึ่งมากที่สุดมีดังนี้ เขตพระนคร 624 คน บางซื่อ 304 คน จตุจักร 252 คน ปทุมวัน 220 คน สัมพันธวงศ์ 205 คน คลองเตย 153 คน ราชเทวี 164 คน ภูมิลำเนาส่วนมากมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ช่วงอายุที่พบน้อยสุดตั้งแต่แรกเกิดที่มาเร่ร่อนกับครอบครัว แต่พบเพียง 10 กว่ารายในสนามหลวง หากเป็นกรณีเร่ร่อนเดี่ยวพบอายุน้อยที่สุด 18 ปี ส่วนอายุสูงสุดที่เคยพบคือ 93 ปี แต่เสียชีวิตข้างถนนไปแล้ว หาญาติไม่ได้ ทั้งนี้ พบว่าคนเร่ร่อนหลายราย โดยเฉพาะที่ติดสุรา รวมถึงผู้ป่วยทางจิตต้องเสียชีวิตข้างถนน ราวกับถนนเป็นสุสานของคนเร่ร่อน โดย รวมสถานการณ์คนไร้ที่พึ่งถือว่ายังไม่มาก เพราะมีศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 77 จังหวัดคอยสกัดไว้ด้วยการทำงานกับชุมชนท้องถิ่น จนสามารถดูแลไม่ให้หลุดออกมาเร่ร่อนได้

นักสังคมสงเคราะห์ของมูลนิธิอิสรชนกล่าวด้วยว่า ข้อมูลที่ติดตามพบว่าบางคนมาใช้ชีวิตในที่สาธารณะในกรุงเทพฯยาวนาน ตั้งแต่อายุ 18-54 ปี หรือประมาณ 36 ปี รายนี้เสียชีวิตไปแล้ว อีกรายที่ยังเร่ร่อนอยู่ตั้งแต่อายุ 18 ปี ขณะนี้อายุเกือบ 40 ปี สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเด็กที่หลุดพ้นจากสถานสงเคราะห์ ซึ่งกำหนดอายุไม่เกิน 18 ปีก็ออกมาเร่ร่อน ที่น่าห่วงในจำนวนผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ พบเป็นผู้สูงอายุถึงร้อยละ 40 ที่น่าตกใจกว่านั้นในการลงพื้นที่เก็บข้อมูล จากการแจกถุงยางอนามัยให้กับพนักงานขายบริการอิสระรอบเกาะรัตนโกสินทร์ มีทั้งชายหญิงและเพศที่สาม ประมาณ 800-1,000 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุถึงร้อยละ 60 เพศหญิงอายุสูงสุดที่พบคือ 83 ปี ต่ำสุด 12 ปี ส่วนเพศชายพบสูงสุด 46 ปี ต่ำสุด 8 ปี

น.ส.อัจฉรากล่าวอีกว่า เท่าที่สอบถามผู้สูงอายุที่มาขายบริการ มีรายได้ตั้งแต่ 300-1,000 บาท สาเหตุส่วนใหญ่เป็นเพราะฐานะทางเศรษฐกิจ การเลี้ยงชีพ รวมถึงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ไม่ตอบโจทย์ ความเหงา ต้องการได้รับการยอมรับ การมีตัวตน บางคนไม่ได้ต้องการขายเซ็กซ์ แต่ต้องการความอบอุ่นภายนอก บางคนเป็นแม่บ้านทหารได้รับเงินบำนาญของสามีเดือนละ 30,000 บาทอยู่แล้ว พบว่ายังมาทำอาชีพนี้ และยังพบมีข้าราชการระดับสูงเดินทางข้ามจังหวัดมาขายบริการทางเพศ เพื่อ หาเงินใช้หนี้บัตรเครดิตถึง 2 ล้านบาท รวมถึงพบรสนิยมทางเพศแปลกๆ อาทิ ต้องการมีเพศสัมพันธ์กับคนท้อง ที่พบคือหญิงท้อง 5 เดือนมาขายบริการ ต้องการมีเซ็กซ์กับผู้ป่วยจิตเวช อีกทั้งยังพบคู่รักอายุ 20 ปีปลายๆ ส่งเสริมให้แฟนขายบริการ เพราะเห็นว่ายังไงก็เสียตัวอยู่แล้ว จึงให้มาทำเป็นอาชีพหารายได้ บางคู่รักวัยรุ่นก็ขายบริการทางเพศทั้งหญิงและชาย ส่วนกรณีเด็กผู้ชายที่มาขายบริการ ส่วนใหญ่พบว่าติดเกมส์ ติดวัตถุนิยม เช่นเดียวกับเด็กผู้หญิง ทั้งที่ไม่ได้ยากจน บางคนมาจากครอบครัวที่มีเงินด้วยซ้ำ พบมากในช่วงปิดเทอม

น.ส.อัจฉรากล่าวตอนท้ายว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาใต้พรม เมืองไทยไม่ได้ฟรีเซ็กซ์แบบธุรกิจ แต่เป็นเซ็กซ์ที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีประโยชน์ร่วมกัน หากตัดเรื่องศีลธรรมก็จะเป็นอาชีพหนึ่ง อย่างวงการเกอิชาของญี่ปุ่น หรืออย่างบางประเทศที่จัดโซนขายบริการทางเพศถูกกฎหมาย สำหรับประเทศไทยอยากให้จัดโซนให้ชัดไม่ต้องทำให้ถูกกฎหมายและไม่ผิดกฎหมาย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและลดการล่วงละเมิดทางเพศ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้