วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สื่อออนไลน์ร่วมเป็นเครือข่ายยุติทำร้ายสัตว์

สื่อออนไลน์ร่วมเป็นเครือข่ายยุติทำร้ายสัตว์

  • Share:

WAPห่วงใยชีวิตสัตว์ในฟาร์ม วิงวอนเลี้ยงอย่างใส่ใจไม่ใช่กักขัง

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ประเทศไทย เดินหน้ารณรงค์ให้ยุติการทำร้ายสัตว์ พร้อมชวนทุกภาคส่วนของสังคมร่วมกันเปลี่ยนแปลงชีวิตสัตว์ ซึ่ง มร.ปีเตอร์ เมสัน รักษาการผู้อำนวยการองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย เปิดเผยว่า องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกมีภาระหน้าที่ในการรณรงค์ให้ยุติการทำร้ายสัตว์โดยไม่จำเป็น ดูแลสวัสดิภาพสัตว์ รวมทั้งผลักดันให้หน่วยงานที่มีอำนาจเห็นความจำเป็นว่า เรื่องสัตว์มีความสำคัญระดับโลก โดยส่งเสริมให้ทุกคนเห็นความสำคัญของสัตว์ที่มีต่อมนุษย์และชักชวนให้ผู้คนมาช่วยกันเปลี่ยน แปลงให้สัตว์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ผู้บริหารองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (ประเทศไทย) กล่าวอีกว่า การทำงานในปี 2560 ที่ผ่านมา องค์กรฯ ได้ดำเนินการทุกโครงการอย่างเป็นรูปธรรมและได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องคนไทยที่มีความเมตตาและหันมาตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกของเรามากขึ้นเป็นลำดับ จะเห็นได้จากการเข้าร่วมบริจาค แสดงความคิดเห็น หรือร่วมลงชื่อในโครงการต่างๆ อย่างเช่น โครงการ Wildlife. Not Entertainers ผ่านกิจกรรม “คืนความสุขให้ช้าง คืนช้างสู่โขลง” ด้วยการ “1 แชร์ = 10 บาท” ในระยะเวลา 1 เดือน เพื่อนำเงินไปช่วยช้าง ซึ่งมีผู้ร่วมแชร์มากถึง 5,027 ครั้ง องค์กรฯ จึงได้มอบเงินจำนวน 50,270 บาท ช่วยเหลือช้างที่ Elephant Valley Thailand จ.เชียงราย เป็น ต้น ในปีนี้ องค์กรฯ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อพัฒนาสวัสดิภาพของสัตว์ต่างๆต่อไป ทั้งโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตสัตว์ฟาร์ม (หมู) “Raised with Care” เลี้ยงดูอย่างใส่ใจไม่ใช่กักขัง และโครงการ Wildlife. Not Entertainers เพื่อให้ช้างได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างวิถีธรรมชาติ รวมทั้งโครงการเกี่ยวกับสุนัข โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ในส่วนของภาพรวมทั่วโลก จากการสนับสนุนของประชากรทั่วโลกได้ช่วยสัตว์กว่า 1,700 ล้านตัว ให้มีชีวิตที่ดีขึ้นและผลจากการรณรงค์โครงการ Wildlife. Not Entertainers เพื่อปกป้องสัตว์ป่าจากการถูกทารุณในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ยังส่งผลให้บริษัททัวร์ 186 แห่งทั่วโลก หยุดขายทัวร์ขี่ช้าง ขณะเดียวกันโครงการ “คืนช้างสู่โขลง” มีผู้ลงชื่อสนับสนุนถึง 155,000 คน เพื่อผลักดันให้ปางช้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้าง ขณะที่อีกหนึ่งโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทั่วโลกมากกว่า 250,000 คน ร่วมลงชื่อในโครงการ Wildlife Selfie Code เพื่อยุติการถ่ายเซลฟี่คู่กับสัตว์ป่าอย่างไม่มีความรับผิดชอบ จนทำให้ Instagram หันมาให้ความร่วมมือและให้ข้อมูลผู้ใช้ว่า การถ่ายรูปเซลฟี่สร้างความทุกข์ทรมานแก่สัตว์ป่า เป็นต้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้