วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย ซี.12
1 มี.ค. 2561 05:01 น.
ปฏิรูปสาธารณสุข/ปราบทุจริต

ปฏิรูปสาธารณสุข/ปราบทุจริต

โดย ซี.12
1 มี.ค. 2561 05:01 น.
  • Share:

คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขที่มี นพ.เสรี ตู้จินดา เป็นประธาน สรุปความเห็นและข้อสังเกตเอาไว้ดังนี้

1.มีกิจกรรมย่อย จำนวน 8 กิจกรรม ที่กำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการทั้งระดับเขตและระดับชาติเพิ่มเติม ควรพิจารณาความสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ชาติที่ 6 ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 2.มีกิจกรรมย่อย จำนวน 3 กิจกรรม ที่กำหนดให้มีการจัดตั้งองค์กรมหาชน หน่วยงาน และสำนักงานกลางขึ้นมาใหม่ ควรพิจารณาความสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ชาติที่ 6 ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 3.มีกิจกรรมย่อยจำนวน 2 กิจกรรม ที่กำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ด้านเวชศาสตร์ครอบครัวและการพัฒนาระบบปฐมภูมิระดับเขตและระดับจังหวัด ควรพิจารณาความสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ชาติที่ 6 ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

4.กิจกรรมบางกิจกรรมไม่ได้ระบุวงเงินงบประมาณและแหล่งเงิน เช่น ประเด็นปฏิรูปที่ 4 กิจกรรมที่ 1 การพัฒนาคุณภาพบริการและวัดประเมินผลแนวใหม่ (Quality service & Evaluation) ประเด็นปฏิรูปที่ 6 การแพทย์ฉุกเฉิน กิจกรรมที่ 1 โครงสร้างบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉิน กิจกรรมที่ 2 ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน และกิจกรรมที่ 3 กำลังคนด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ประเด็นปฏิรูปที่ 9 การคุ้มครองผู้บริโภคกิจกรรมที่ 1 การคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ เป็นต้น

สำหรับคณะกรรมการการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งมีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เป็นประธาน มีการสรุปความเห็นและข้อสังเกตดังนี้

1.ปรับปรุงระบบการขออนุมัติ อนุญาตให้ลดการใช้ดุลพินิจลง และใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการยื่นคำขอ 2.ให้พนักงานของรัฐแจ้งบัญชีทรัพย์สิน หนี้สินต่อผู้บังคับบัญชา 3.ทำระบบดิจิทัลให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล 4.ปรับปรุงกฎหมายข้อมูลข่าวสาร เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนร้องขอในทุกกรณี โดยเอกสารลับให้ระบุเงื่อนไขในกฎหมาย 5.ทำบัญชีดำของภาคเอกชนที่ให้สินบน 6.ตั้งหน่วยงานกลางร่วมระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อเป็นผู้สังเกตการณ์อิสระในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง 7.ปรับปรุงหน่วยงานข่าวกรองทางการเงิน

8.จัดทำกฎหมายขึ้นใหม่ อาทิ กฎหมายรองรับการรวมตัวของประชาชนเพื่อต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ ภายใน 2 ปี กฎหมายส่งเสริมการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ กำหนดระเบียบให้เจ้าพนักงานของรัฐรับเงินรายได้ที่เกิดขึ้นทุกประเภทผ่านธนาคารเท่านั้น กฎหมายให้ประชาชนสามารถได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 41 ภายใน 1 ปีนับแต่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับ กฎหมายว่าด้วยวินัยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และบุคลากรในองค์กรอิสระ รวมถึงองค์กรตุลาการ และหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ กฎหมายว่าด้วยความผิดกรณีการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม

9.ปรับปรุงกฎหมายที่มีอยู่เดิม อาทิ ปรับปรุงระเบียบการรักษา ความลับของทางราชการให้คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสการทุจริต ปรับปรุงระเบียบการบริหารงานบุคคลในภาครัฐ ให้คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสการทุจริตปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการให้สินบนและรางวัลจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานของรัฐ ปรับปรุงกฎหมาย เพื่อยกเลิกการอนุญาตหรือจัดให้มีมาตรการอื่นแทนการอนุญาตให้เหลือเท่าที่จำเป็น ในส่วนที่ดำเนินการต่อไปให้พัฒนาเป็นการยื่นด้วยระบบออนไลน์ทบทวน/ ปรับปรุง/ยกเลิก กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 59 ให้มีหลักการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามที่ภาคประชาชนร้องขอในทุกกรณี ปรับปรุงกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินให้ครอบคลุมมิติของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ พิจารณาใช้กฎหมายฟอกเงินอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำผิด และให้นำหลักฐานการได้มาซึ่งทรัพย์สินนั้นตามกฎหมายและความชอบธรรมเพื่อรับคืน การปรับปรุงกฎหมายเพื่อปรับปรุงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) ในทุกระดับ

นี่คือความคาดหวังของสังคมทั้งเรื่องสุขภาพไปถึงการปราบทุจริต.

“ซี.12”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้