วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ถึงกับเป็นลม! คุมแม่ผลักลูกตกน้ำทำแผน เพื่อนเชื่อเครียด หาทางออกไม่ได้

ถึงกับเป็นลม! คุมแม่ผลักลูกตกน้ำทำแผน เพื่อนเชื่อเครียด หาทางออกไม่ได้

  • Share:

คุมแม่ผลักลูกตกน้ำทำแผน ท่ามกลางชาวบ้านมามุงดูเหตุการณ์ พร้อมสาปแช่ง นำตัวกลับโรงพักถึงกับเป็นลม เนื่องจากไม่ยอมกินข้าวมาตั้งแต่เมื่อวาน เพื่อนเชื่อเครียดมาก จนหาทางออกไม่ได้

 
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 ก.พ. พ.ต.ท.สมุทร เกตุยา รอง ผกก.สอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมด้วย ร.ต.อ.ธนัญชัย คันธหัตถี รอง สว.(สอบสวน) เจ้าของคดีนำตัว น.ส.พร (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ผู้ต้องหา ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุ ผลักลูกชายตัวเองวัย 2 ขวบเศษ ตกน้ำ เนื่องจากเครียดปัญหาครอบครัว ไม่มีใครเลี้ยงลูก

โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่คุมตัว น.ส.พร ไปทำแผน พบว่า น.ส.พร มีสภาพอิดโรย ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา โดยเจ้าหน้าที่ได้ซื้อข้าวและน้ำให้กิน แต่ น.ส.พร กินไม่ลง ซึ่งก็ไม่กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานเย็นแล้ว โดยประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ.ภ.จว.นนทบุรี 15 นาย ดูแลที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง อีก 20 นาย 

ที่เกิดเหตุ พบว่ามีชาวบ้านกว่า 200 คน ที่ทราบข่าว มายืนรอดูการทำแผนพร้อมตะโกนด่าทอสาปแช่งให้ตายตกตามลูกชายไป โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 50 นาย คอยควบคุมสถานการณ์ โดยพบว่า น.ส.พร นำลูกมานั่งริมคลอง ประมาณ 5 นาที ก่อนตัดสินใจผลักลูกลงไป โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนคุมตัว น.ส.พร ขึ้นรถกลับมาที่ สภ.บางบัวทอง ทันที

ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว น.ส.พร เข้าห้องควบคุม ซึ่งผู้ต้องหาถึงกับเป็นลม ล้มพับลงไปกองกับพื้น ดีที่เจ้าหน้าที่คอยพยุงตัวไว้อยู่ จึงนำตัวมาพักหน้าห้อง หาข้าวหาน้ำให้กิน

ต่อมา มีเพื่อนร่วมงานของ น.ส.พร มาให้การกับพนักงานสอบสวน กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดย น.ส.นงลักษณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี เผยว่า น.ส.พร เข้ามาทำงานได้ประมาณเกือบ 1 เดือน บางทีก็เอาลูกมาเลี้ยงที่ทำงานด้วย โดย น.ส.พร เป็นคนรักลูกมาก เห็นกอดหอมกันตลอดในระหว่างอยู่ที่ทำงาน โดยเมื่อวันที่ 25 ก.พ. น.ส.พร ได้คุยโทรศัพท์แล้วร้องไห้ ตนเข้าไปถาม ก็ทราบว่ายายโทรมาขอเงิน แต่ยังไม่มีให้ เนื่องจากเพิ่งมาทำงานและเงินยังไม่ออก ทำให้ยายไล่ออกจากบ้าน และให้ น.ส.พร ไปเก็บข้าวของ ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์ ไปช่วยเก็บเสื้อผ้า เอาไปไว้บ้านแฟนใหม่ ต่อมา วันที่ 26 ก.พ. ยายได้ให้ น้านำ ด.ช.เจมส์ (นามสมมติ) ลูกชายที่เสียชีวิต มาส่งไว้ที่หน้าบริษัท 

น.ส.นงลักษณ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้น น.ส.พร ขอเอาลูกชายไปให้พ่อของเขาเลี้ยง เพราะคุยกันแล้ว หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ออกไป ก่อน น.ส.พร กลับมาช่วงบ่าย และขอลางาน ก่อนที่จะกลับออกไป มารู้ข่าวตอนเย็นว่า น.ส.พร ผลักลูกตกน้ำเสียชีวิตแล้ว

โดยก่อนหน้านี้ น.ส.พร เล่าว่า เป็นอย่างนี้ประจำในที่ทำงานเก่า พอไม่มีเงินให้ ยายก็จะทำแบบนี้ เอามาทิ้งไว้ให้เลี้ยงที่ทำงาน คงจะคิดมาก เพราะเงินก็ไม่มี แถมไม่มีที่อยู่ เพิ่งไปอยู่กับแฟนใหม่ จะเอาลูกไปเลี้ยงด้วยก็ไม่ได้ จึงตัดสินใจก่อเหตุขึ้น เพราะหาทางออกไม่ได้ รู้สึกสงสาร น.ส.พร ที่มาเจอเหตุการณ์แบบนี้ 

ด้าน พ.ต.ท.สมุทร เกตุยา รอง.ผกก.(สอบสวน) กล่าวว่า ในช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการสอบปากคำ น.ส.พร เพิ่มเติมพร้อมทนายความ เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีสะเทือนขวัญ อุกฉกรรจ์ มีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต ซึ่งหลังจากนี้จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมจากเดิม ในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา เป็นข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งตั้งแต่เมื่อวานนี้ ยังไม่มีญาติของ น.ส.พร ติดต่อเข้าเยี่ยมแต่อย่างใด มีเพียงเพื่อนสนิทที่เข้ามาติดต่อเยี่ยมในช่วงเช้า

หลังจากนี้จะประสานให้พ่อของเด็กที่เสียชีวิต มาดำเนินการในเรื่องการขอรับศพเด็ก ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ศูนย์ธรรมศาสตร์รังสิต เพื่อนำกลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป 

ในขณะที่ นางพรวนัช ขุรศรี เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ จ.นนทบุรี ได้เดินทางมาพบ น.ส.พร เพื่อที่จะให้คำปรึกษา และสอบถามข้อมูลให้ความช่วยเหลือปัญหาครอบครัว และบุตรชายคนโตว่า จะอยู่อย่างไร รวมถึงเยียวยาสภาพจิตใจด้วย โดยปัญหาของ น.ส.พร ไม่ได้ปรึกษาใคร ความจริงถ้าทางเรารู้เรื่อง ทางเราก็จะเลี้ยงดูให้ได้

และฝากสื่อประชาสัมพันธ์ให้ด้วยว่า ถ้ามีเรื่องเกี่ยวกับปัญหาครอบครัว ให้โทรปรึกษาได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ได้ตลอด 24 ชม. หรือที่ พัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ของทุกจังหวัด.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้