วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฉก.พญาเสือ ขึ้น ฮ.สำรวจป่า พบบุกรุกขยายวงกว้าง เล็งใช้ ม.25 ฟื้นฟูป่า

ฉก.พญาเสือ ขึ้น ฮ.สำรวจป่า พบบุกรุกขยายวงกว้าง เล็งใช้ ม.25 ฟื้นฟูป่า

  • Share:

ทีมเวิร์ก!! ชุดพญาเสือ พร้อมรองผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำทีมขึ้น ฮ.บินสำรวจพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกขยายวงกว้าง โดย ฉก.พญาเสือ เตรียมขยายกรอบเวลาทำงานเพิ่มเติมอีก 10 วัน พร้อมเล็งใช้ ม.25 เข้าฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ ระบุแบ่งออกเป็น 6 ชุด ลุยเป้าหมาย 530 แปลง...




เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์การเรียนรู้บ้านคีรีล้อม ม.8 ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่จัดตั้งเป็นศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจส่วนหน้า เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินป่าต้นน้ำตามโครงการจัดการพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมหลวงชุมพรด้านทิศเหนือตอนบน ในพื้นที่ อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุด ฉก.พญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยมี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดให้การต้อนรับ พร้อมนำคณะขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อบินสำรวจพื้นที่บริเวณ โซน C(เหมืองยายเอี้ยง) และโซน D(คลองกุ่ม) พร้อมนำภาพถ่ายทางอากาศสภาพพื้นที่ป่าโดยรอบเปรียบเทียบระหว่างปี 2545 กับ 2560 แสดงให้เห็นถึงการบุกรุกที่มีการขยายวงกว้างออกไป



นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การเดินทางมาในวันนี้เพื่อมาตรวจเยี่ยมการทำงานของเจ้าหน้าที่ชุด ฉก.พญาเสือ พร้อมร่วมบินสำรวจดูพื้นที่โดยรอบ เพื่อรวบรวมข้อมูลนำเรียนเสนอต่อไปยังท่านผู้ว่าฯ ซึ่งต้องขอทำความเข้าใจว่าการลงมาในวันนี้ได้มีการพูดคุยรับทราบข้อปัญหาในการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ ที่ดำเนินการตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และทางผู้นำชุมชน ที่นำข้อซักถามในพื้นที่ผ่านไปยังเจ้าหน้าที่ โดยจากข้อมูลที่ทราบมีการบุกรุกจริงในพื้นที่ โดยหากพิจารณาจากสภาพความเป็นจริง การบุกรุกมีทั้งเกิดจากประชาชนในพื้นที่จับจองเป็นที่ทำกิน และมีในส่วนของนายทุนจากนอกพื้นที่เข้ามากอบโกยหาผลประโยชน์ ทั้งในส่วนของช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2545-2557 และหลังจากปี 2557 โดยภายหลังจากการลงพื้นที่จะนำเรื่องดังกล่าวเรียนผ่านท่านผู้ว่าฯ เพื่อหามาตรการในการดูแลในส่วนของที่ทำกินที่เป็นของชาวบ้านในพื้นที่จริงๆ จำนวน 5 หมู่ ได้แก่ ม.1, ม.2, ม.4, ม.6, และ ม.8 ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย ถึงจุดเหมาะสม ที่จะให้ประชาชนอยู่ร่วมกับผืนป่าในพื้นที่ และเกิดความรักความหวงแหนในทรัพยากรที่มี ไม่ปล่อยให้นายทุนเข้ามายึดครอง



นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หน.ชุด ฉก.พญาเสือ กล่าวว่า จากการทำงานตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แบ่งชุดการทำงานออกเป็น 6 ชุด ได้แก่ โซน A คลองลอย, โซน B ช่องลม, โซน C เหมืองยายเอี้ยง, โซน D คลองกุ่ม, โซน E หินเพิง และ โซน F สะพานหิน ครอบคลุมพื้นที่ อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยจากเป้าหมาย 530 แปลง ขณะนี้ดำเนินการไปได้เพียง 20-30% เท่านั้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ประสบปัญหาจากสภาพอากาศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากมีฝนตกมาตลอดในพื้นที่ โดยคาดว่าตามกำหนดที่จะจบภารกิจภายในวันที่ 5 มีนาคม ไม่น่าจะทันคงต้องใช้เวลาเพิ่มเติมอีก 10 วัน โดยหลังจากวันที่ 5 จะให้เจ้าหน้าที่ได้พักผ่อนเพื่อปรับแผนการเข้าดำเนินการ และจะเข้าดำเนินการอีกครั้งช่วงระหว่างวันที่ 12-21 มีนาคม 2561



จากการเข้าตรวจสอบได้มีการยึดอายัดทั้งรถกระบะ, รถจักรยานยนต์, เครื่องพ่นยา, เครื่องปั่นไฟ และไม้แปรรูป รวมถึงสิ่งปลูกสร้างกลางป่านับพันรายการ โดยขณะนี้ได้มีการวางมาตรการภายหลังจากการเข้าตรวจสอบไว้ ในเบื้องต้นจะดำเนินการจัดการกับแปลงที่มีการบุกรุกหลังปี 2557 จำนวนหมื่นกว่าไร่ เพราะในส่วนนี้เป็นความผิดชัดเจน เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งก่อนสิ้นปี 2561 โดยเตรียมเล็งใช้ มาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 นำเสนอต่อทาง ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเร่งฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์อีกครั้ง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้