วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สมชัย' ลงชิง เลขากกต. อ้างเพื่อเชื่อมงาน ประคองกกต.ใหม่ วิษณุห่วงอาจจะวุ่น

ฮือฮา “สมชัย” เบนหัวโดดลงสมัครเลขาฯ กกต. อ้อนขอเป็นเรือเล็กคอยประคองเรือใหญ่ รอเชื่อม กกต.ชุดใหม่จัดเลือกตั้งไหลลื่น ยอมถอยไปอีกสปีชีส์ที่ต่ำกว่า เป็นแมงกะพรุนอยู่ในทะเลเดียวกันได้ “พรเพชร” ยึดกรอบเดิมสรรหาใน 150 วัน “มาร์ค” ซัดคนร่าง ก.ม.สะเพร่า แขวะผู้นำอย่าใช้อภินิหารขยับโรดแม็ปอีก รับ “เทือก” แยกตั้งพรรคกระทบ ปชป. พท.ดักคอ 7 อรหันต์ กกต.ไม่พ้นมือผู้มีอำนาจ “วิษณุ” โวอย่าห่วงคนต่อคิวเป็น กกต.เพียบ กระทุ้ง “สมชัย” เห็นแก่ชาติ “บิ๊กป้อม” โบ้ยถาม “สุเทพ” เองตั้งพรรคหนุน “บิ๊กตู่” ลั่นยังไม่ปลดล็อกพรรค กกต.พร้อมแล้วเปิดจองจัดตั้งพรรค

ประเด็นผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 7 คน ที่ถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โหวตคว่ำทั้งกระดาน ยังเป็นปัญหาคาราคาซังวิพากษ์วิจารณ์กันไม่จบ ล่าสุดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ตัดสินใจขอสละเรือลำใหญ่ ไปอยู่เรือลำเล็ก ร่วมสมัครชิงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.คนใหม่

“สมชัย” เบนหัวลงเลขา กกต.

เมื่อเวลา 13.20 น.วันที่ 26 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต. ยื่นหลักฐานพร้อมใบสมัครเป็นเลขาธิการ กกต. ถือเป็นผู้สมัครรายที่ 5 หลังจากการเปิดรับสมัคร โดยช่วงเช้าวันเดียวกันนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม มาสมัครไปก่อนหน้านี้ นายสมชัยให้เหตุผลว่า เห็นว่าเหลือเวลาสมัครเพียง 3 วัน แต่คนยังสมัครน้อย สาเหตุหลักเพราะเห็นว่า คสช.มีเจตนาให้ กกต.ชุดใหม่ที่มีคุณสมบัติสูง มีเอกภาพเป็นปลาน้ำเดียวทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งในทุกระดับ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ประชุม สนช. ไม่รับรอง 7 กกต. ทำให้ต้องสรรหาใหม่ และคาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน ช่วงเวลาดังกล่าว หากมีการเลือกตั้งท้องถิ่นตามความต้องการของ คสช. จะได้เชื่อมต่องานกันได้

เป็นเรือเล็กประคองเรือใหญ่

นายสมชัยกล่าวต่อว่า ที่ตัดสินใจวันนี้ต้องใช้คำว่าไม่ได้สละเรือใหญ่ หาก กกต. 5 คน เห็นว่าตนเหมาะสมกับตำแหน่งเลขาฯ อาจให้โดดไปอยู่เรือเล็กทำหน้าที่สนับสนุนประคองเรือลำใหญ่ และจะไม่ล็อบบี้ใดๆ จะแข่งขันภายใต้ความเท่าเทียมกันกับผู้สมัครทุกคน หากที่ประชุม กกต.เห็นว่าตนสมควรอยู่ในเรือใหญ่ และเลือกคนอื่นเป็นเลขาฯ ก็จะทำหน้าที่ กกต.ต่อไปจนกว่า กกต.ใหม่จะมารับตำแหน่ง แต่หากให้ลงเรือเล็กก็พร้อมทำหน้าที่ไม่ให้เกิดปัญหาในการส่งมอบงาน “ถือเป็นทางออกที่ลงตัวที่สุดมีคนรู้เรื่องคอยดูแล และ กกต.ชุดหน้าก็จะมาเป็นปลาน้ำเดียวกัน ตนก็ถอยไปเป็นอีกสปีชีส์หนึ่งที่ต่ำกว่า คือ แมงกะพรุน ที่อยู่ในทะเลเดียวกันได้”

“พรเพชร” ยึดกรอบเดิม 150 วัน

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ได้ทำหนังสือไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อให้นัดประชุมสรรหา กกต.ใหม่ หลังที่ประชุม สนช.ลงมติไม่เห็นชอบรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ทั้ง 7 คน คณะกรรมการสรรหาต้องเร่งเวลา เพราะทุกอย่างมีขั้นตอนกระบวน การอยู่แล้ว ในส่วนขั้นตอนการเปิดรับสมัครตามปกติ 7 วันคงไม่พอ อาจต้องขยายเวลา แต่ขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติจะทำให้กระชับขึ้น เราพยายาม บริหารเวลาให้สั้นที่สุด เพราะรู้ว่าการสรรหาครั้งนี้ควรเร่งรัดให้เร็วขึ้น ประเด็นใดเร่งได้จะพยายามทำ ประเด็น ใดเร่งไปแล้วเกิดความเสียหาย โดนกล่าวหาก็ไม่ทำ แต่รวมแล้วใช้เวลาไม่เกิน 150 วันตามที่กฎหมายบัญญัติ

ยอมรับต้องตีปี๊บให้หนักขึ้น

เมื่อถามว่า หลัง สนช.มีมติไม่รับรอง 7 ผู้ได้รับการเสนอชื่ออาจทำให้ไม่มีใครกล้ามาสมัครเป็น กกต.อีก นายพรเพชรตอบว่า พูดโดยสามัญสำนึกการสรรหาครั้งนี้ลำบากกว่าครั้งแรก เพราะคนต้องคิดมากในเรื่องคุณสมบัติเป็นธรรมดา แต่กรรมการสรรหามีทางแก้ โดยการชี้แจงเชิญชวนบุคคลทั่วไปให้มาสมัคร เพราะเวลาประกาศสรรหา บางคนไม่รู้เรื่อง เพราะให้เวลาจำกัดเพียง 7 วัน คนที่จะสมัครเตรียมเอกสารไม่ทัน ดังนั้นครั้งนี้จะใช้นโยบายเชิงรุกประชาสัมพันธ์ แต่ยังไม่ใช้วิธีการทาบทาม คนมาสมัครต้องศึกษาข้อมูลเหตุที่ สนช.ไม่ให้ผ่านชุดแรก

“มาร์ค” ซัดคนร่าง ก.ม.สะเพร่า

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการต้องถาม ทางสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ว่า ปัญหาการสรรหา กกต.รอบที่ผ่านมา ถือเป็นความไม่รอบคอบของคนเขียนกฎหมาย การกำหนดให้การสรรหาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องทำโดยเปิดเผย ตนจึงเห็นใจมากเมื่อถูกบังคับ อาจลำบากใจ ที่สำคัญเมื่อเลือกเสร็จคนที่ได้ไปอยู่ กกต. ส่วนคนที่ไม่ได้ ยังต้องทำงานร่วมกันต่อ แล้วทราบว่าใครที่เลือก หรือไม่เลือกตัวเอง จึงขอเสนอให้ทบทวนกฎหมาย แก้ให้กลับไปลงคะแนนแบบที่ศาลเคยลง ยกเว้น สนช.จะยืนยันหนักแน่นว่าต้องเปิดเผย ยังไม่ทราบว่าศาลจะมีท่าทีอย่างไรในการสรรหารอบหน้า ความเสียหายเกิดขึ้นแล้วกับ 2 ตัวแทนจากศาล ค่อนข้างไม่เป็นธรรม และอีก 5 คนที่ผ่านคุณสมบัติขั้นเทพ ยังถูกวิจารณ์ไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์

วุ่นแน่ถ้า กกต.ลังเลจัดเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าสังคมสงสัย สนช.มีใบสั่งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ดูยาก แต่พิจารณาจากคะแนนที่ออกมาใกล้กันหมด จะบอกว่าต่างคนต่างคิดคงไม่ใช่ ส่วนที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่าการคว่ำ 7 ว่าที่ กกต.เพื่อยื้อการเลือกตั้ง ตามกฎหมายไม่มีผล เพราะ 5 กกต.ที่ทำหน้าที่รักษาการ ยังทำหน้าที่ได้ แต่ในทางปฏิบัติก็ยังขรุขระ และเปิดช่องให้ยืดเลือกตั้งได้ เพราะ กกต.เหลือน้อย และรู้สึกลังเลในการจัดการเลือกตั้ง เดาใจได้เลยว่าทำได้ไม่เต็มที่ เพราะกังวล ดังนั้นเราต้องทบทวนการสรรหา กกต.ว่ามีปัญหาอะไรและเร่งแก้ไขโดยเร็ว

อย่าใช้อภินิหารขยับโรดแม็ปอีก

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ระบุว่าเตรียมเชิญพรรคการเมืองและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หารือกรอบวันเลือกตั้ง ว่า เห็นด้วย เพื่อความชัดเจนให้ทุกฝ่ายทำงานได้ ประเทศมีความน่าเชื่อถือเชื่อมั่น ปัญหาขณะนี้เกิดจากคำสั่ง คสช. ดังนั้นหากตกลงกันตรงนี้ได้จะเกิดความชัดเจนขึ้น และถ้าต้องการให้โรดแม็ปชัดเจนก็ไม่ต้องรอไปถึงเดือน มิ.ย. สิ่งที่สังคมควรเรียก ร้องคืออย่าให้มีอภินิหารทางกฎหมาย หรือผู้มีอำนาจมากำหนดตามใจชอบ อยู่ที่หัวหน้า คสช.จะยืนยันให้ชัดเจนได้หรือไม่ ว่าต่อไปนี้จะไม่มีอภินิหารทางกฎหมาย อย่าไปกังวลว่าจะเกิดภาวะข้าราชการเกียร์ว่าง

หนุน “บิ๊กตู่” ขอดูที่ผลเลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) เตรียมจัดตั้งพรรคการเมืองสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกรอบ ว่าเป็นสิทธิของนายสุเทพ แน่นอนการที่นายสุเทพเคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ คนของพรรคยังมีความผูกพันกับนายสุเทพ การจะดึงบุคลากรหรือฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นเรื่องปกติ ตนมีหน้าที่ยืนยันจุดยืนแนวทางของพรรค รวมทั้งยืนยันว่าการปฏิรูปพรรคมีผลงานเป็นรูปธรรมมากกว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันทำ เช่น เรื่องการกระจายอำนาจ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะร่วมกับพรรคของนายสุเทพ จัดตั้งรัฐบาลสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อหรือไม่นั้น ขอย้ำว่า สุดท้ายอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง และแนวทางของพรรค

พท.ชี้ กกต.ใหม่ไม่พ้นมืออำนาจ

ด้านนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้แม้ยังไม่มี กกต.ชุดใหม่ แต่ กกต.ที่มีอยู่เดิม 5 คนที่ทำหน้าที่รักษาการสามารถทำงานได้เต็มรูปแบบ จึงไม่กระทบอะไรกับการเลือกตั้ง ถ้ารัฐบาลจริงใจจะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งจริง ไม่เป็นปัญหา แต่ที่แปลกใจและเป็นข้อพิรุธที่ต้องจับตามองคือ การสรรหา กกต. ที่กรรมการสรรหาเลือกคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมาแล้ว กลับไม่ได้รับความเห็นชอบจาก สนช.ทั้งหมด คิดว่าต่อไปคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนที่รักษาตัว จะไม่มาสมัครเข้ารับการสรรหา ทำให้ผู้เสนอตัวอยากเป็น กกต.มีน้อย สุดท้ายคงได้ กกต.ตามที่ผู้มีอำนาจอยากได้

“วิษณุ” โวคนต่อคิว กกต.พรึบ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะไม่มีผู้มาสมัครเป็น กกต.นั้น อย่าเพิ่งประมาท คนมีความสามารถมีอยู่เยอะ เชื่อว่าจะหาได้ ส่วนข้อสังเกตว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต. ไม่เป็นที่ถูกใจ คสช.นั้น ไม่น่าใช่ คสช.ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง ถ้า สนช.เห็นชอบอาจถูกตั้งข้อสังเกตอีกว่าเป็นใบสั่ง คสช. มีโผ กลไกการคัดเลือกให้สภาโหวต มีทั้งผ่านและไม่ผ่านดังนั้นไม่จำเป็นต้องตั้งข้อสงสัย เมื่อถามว่ามีข้อกังวลว่าอาจไม่มีตัวแทนจากศาลฎีกามาสมัคร กกต.อีก นายวิษณุตอบว่าไม่ขอวิจารณ์ ทำไมสื่อต้องสันนิษฐานในแง่ร้าย ขอให้คิดในแง่ดีว่าจะแห่กันมาสมัครมืดฟ้ามัวดิน และมีช่องทางทำกันจนได้ อย่าห่วง ทุกอย่างมีทางออกไม่มี อะไรตัน และ กกต.รักษาการชุดนี้ สามารถจัดการ เลือกตั้งได้หมดทุกระดับ แต่ที่เขากลัวคือการเปลี่ยนม้ากลางแม่น้ำ หากให้เขาทำจนเสร็จก็จบเรื่อง

กระทุ้ง “สมชัย” ให้เห็นแก่ประเทศ

เมื่อถามถึงกรณีนายสมชัย ลงสมัครเป็นเลขาธิการ กกต. นายวิษณุตอบว่า นายสมชัยยังไม่ต้อง ลาออก หากลาออก กกต.จะหายไปอีก กกต.ชุดใหม่ยังไม่ได้อาจจะยุ่งหน่อย นายสมชัยอาจพิจารณาเพื่อเห็นแก่ประเทศชาติ ไม่เอาตำแหน่งเลขาฯ กกต.ก็ได้ ถ้านายสมชัยลาออกจริง กกต.ที่เหลือทั้ง 4 คนสามารถทำงานได้ อาจกระทบความเชื่อมั่นบ้าง แต่มีทางออกอยู่ ยังไม่ขอพูดตอนนี้ ยืนยันไม่กระทบโรดแม็ป วันนี้ถ้ายังไม่มีการจัดการเลือกตั้ง คิดว่าจะไม่กระทบอะไร ต่อให้ กกต.ตายหมดทั้ง 5 คน หรือลาออกทั้งหมดในวันนี้ก็ไม่กระทบ แต่ถ้าการเลือกตั้งเข้ามากระทบแน่ แต่จะไปสมมติทำไม

แง้ม ม.44 ทะลวงทุกปัญหา

เมื่อถามว่านายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต. จะเกษียณอายุในเดือน ก.ค. หากนายสมชัยได้เป็นเลขาฯ กกต. จะทำให้เหลือ กกต.เพียง 3 คน จะจัดการเลือกตั้งใหญ่ได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า หากนายสมชัยไปเป็นเลขาฯ กกต. ไม่มีใครเหนี่ยวรั้งได้ แต่นายบุญส่งสามารถใช้มาตรา 44 ต่ออายุได้ แต่ ม.44 ไม่สามารถตั้งใครไปแทนได้ ยืนยัน กกต. 4 คนสามารถจัดการเลือกตั้งใหญ่ได้

“บิ๊กป้อม” โบ้ยถาม “เทือก” เอง

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการปลดล็อกพรรคการเมืองเพื่อรองรับการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง ในวันที่ 1 มี.ค. ว่า ยังไม่มีการปลดล็อกพรรค เพราะยังไม่ได้ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หารือประเด็นดังกล่าว อย่าไปถามเรื่องล่วงหน้า แต่ยืนยันได้ว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดขึ้นแน่นอน แค่ขอรอประชุม คสช.เสียก่อน เมื่อถามว่าการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เตรียมตั้งพรรคเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกรอบ ว่า “ผมไม่ทราบ ต้องไปถามนายสุเทพเอง”

กกต.พร้อมเปิดจองชื่อพรรค

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมสำหรับการยื่นคำขอแจ้งจัดตั้งพรรคการเมือง ว่า ตามคำสั่ง คสช. ให้มายื่นคำขอเตรียมการตั้งพรรคการเมืองในวันที่ 1 มี.ค. แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ จึงต้องเริ่มดำเนินการในวันที่ 2 มี.ค. โดยจะเปิดทำการตั้งแต่เวลา 07.30-17.30น. ผู้ที่ประสงค์จะยื่นคำขอตั้งพรรคต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน โดยระบบการจองชื่อพรรคจะแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ ยื่นเอกสารที่แผนกสารบัญตั้งแต่เวลา 07.30 น. ขั้นตอนนี้จะได้รับบัตรคิวตามลำดับ 2.ตรวจเอกสาร ซึ่งต้องครบถ้วน โดยมี 5 ทีมคอยอำนวยความสะดวกตรวจสอบเอกสาร เมื่อเอกสารครบถ้วน กกต.จะออกเป็นหนังสือรับคำขอแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง หากเรียบร้อยแล้วและกลุ่มการเมืองประสงค์จะจัดประชุมใหญ่ สามารถยื่นขออนุญาตต่อ คสช. ผ่าน กกต.ได้ โดยต้องระบุประเภทกิจกรรม วัน เวลา สถานที่ ผู้เข้าร่วมและผู้รับผิดชอบ และต้องมาดำเนินการด้วยตัวบุคคล กกต.จะไม่รับจดหมาย

“ปณิธาน” กดดัน นศ.โยงการเมือง

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆว่า ยังมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว เพราะฝ่ายความมั่นคงกดดันและพยายามควบคุมตามกรอบกฎหมาย แต่ประมาทไม่ได้ เพราะเขามีความเชี่ยวชาญระดับหนึ่ง ฝ่ายข่าวพยายามพิสูจน์ทราบให้ได้ว่าเชื่อมโยงกับใครหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอยากเลือกตั้ง กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่ทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยเป็นหลัก แต่หากออกไปนอกมหาวิทยาลัย ต้องไปดูว่าเชื่อมโยงกับคนการเมืองที่เคลื่อนไหวอยู่หรือไม่ ต้องจับตาเวลาระดมคนจะมีเหตุอะไรแทรกซ้อนเข้ามา ไม่อยากให้เกิดความรุนแรงหรือเผชิญหน้าจนคนทั่วไปรู้สึกแย่

พท.ตอกควรเปิดพื้นที่ให้ระบาย

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวตอบโต้นายปณิธานว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ส่วนใหญ่เป็นนิสิต นักศึกษาคนรุ่นใหม่ ที่ทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยเป็นหลัก ไม่มีอะไรเป็นภัยต่อความมั่นคงประเทศ เทียบไม่ได้กับม็อบชัตดาวน์ประเทศ ก่อจลาจลขัดขวางการเลือกตั้ง จนวิกฤติเสียหายมาก ถ้า คสช.มองด้วยใจที่เป็นธรรม ไม่มีอคติ จะเห็นว่ากลุ่มคนเหล่านี้เป็นคนรุ่นใหม่ที่ห่วงใยประเทศ ควรส่งเสริมไม่ใช่กดดัน ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ทำตามโรดแม็ป กลุ่มคนเหล่านี้คงไม่ออกมา และทุกครั้งที่ออกมาก็ไม่ได้สร้างความวุ่นวาย รัฐบาลและ คสช.ควรเปิดพื้นที่ให้แสดงออก มากกว่าการ กดดันทุกรูปแบบตามที่นายปณิธานระบุ ยิ่งเป็นการทำลายบรรยากาศความปรองดองสมานฉันท์ในบ้านเมือง

“เต้น” เอาผิดคนแพร่คลิปตัดต่อ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า กรณีมีบุคคลบางกลุ่มตัดต่อและเผยแพร่คลิปวีดิโอ กล่าวหาว่าตนเป็นคนสั่งการให้มีผู้ก่อเหตุวางเพลิงในเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม นปช. ปี 2553 ทั้งที่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ม.ค.2553 ที่เขาสอยดาว จ.จันทบุรี ก่อนการประกาศวันชุมนุมใหญ่ที่สะพานผ่านฟ้า ถ้ารับฟังเนื้อหาทั้งหมดจะชัดเจนว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้ใดๆทั้งสิ้น การตัดต่อคลิปดังกล่าวเริ่มจาก ศอฉ.นำมาใช้แถลงข่าวหลังยุติการชุมนุม ทำให้ตนซึ่งถูกจองจำอยู่ 9 เดือนไม่มีโอกาสชี้แจง และในชั้นศาลนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการศอฉ. ให้การเป็นพยานโจทก์คดีก่อการร้ายว่าตนพูดเมื่อวันที่ 8 เม.ย.53 ที่แยกราชประสงค์ และพนักงานสอบสวนดีเอสไอให้การว่าตนพูดเมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 ซึ่งเป็นความเท็จทั้งคู่ จึงมอบหมายทนายความรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความต่อ ปอท. ในวันที่ 28 ก.พ. ให้ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กับผู้เผยแพร่คลิปตัดต่อดังกล่าว รวมถึงคนที่วิพากษ์วิจารณ์ให้เกิดความเสียหาย ซึ่งมีหลายราย และจะเรียกร้องค่าเสียหายในขั้นตอนต่อไป

“บิ๊กตู่” ถกอีอีซีกระตุ้นเชื่อมั่น

ช่วงเช้าวันเดียวกันที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ว่า ต้องพิจารณาเรื่องพื้นที่สองข้างทางรถไฟ ขอให้มองความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น ต้องหามาตรการรองรับ เมื่อรัฐบาลต้องการทำให้ได้ ต้องไม่บิดเบือนกฎหมายที่มีอยู่ ขอให้ทุกคนสร้างความเข้าใจมุมนี้ด้วย ยอมรับว่าเป็นห่วงคนที่มีอารมณ์ต้องการสนับสนุนรัฐบาล อาจมองว่าไทยอาจพลาดโอกาสไปบ้าง สิ่งสำคัญคือ ทำอย่างไรที่จะทำให้ทุกอย่างเดินหน้าได้ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ

เทงบฯ ตามแผนพัฒนาจังหวัด

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค (ก.บ.ภ.) และคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนคือตัวแทนขับเคลื่อนประเทศ บริหารจัดทำนโยบายงบประมาณให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ

ด้านนายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ที่ประชุมพิจารณาแผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัดปี 2561-2564 แผนปฏิบัติราชการและคำของบฯ ประจำปี 2562 ของ 76 จังหวัด และ 18 กลุ่มจังหวัด 2,399 โครงการ วงเงิน 57,448,516,238 บาท โดยเห็นชอบแผนพัฒนาภาคสอดคล้องปี 2560-2564 รวม 1,195 โครงการ วงเงิน 1,438,122 ล้านบาท เห็นชอบให้กระทรวงรับข้อเสนอแผนงานโครงการจังหวัด และกลุ่มจังหวัดขับเคลื่อนพัฒนาภาค 1,080 โครงการ วงเงิน 298,530 ล้านบาท

ดัน “บิ๊กดาต้า” ช่วยงานประเทศ

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวภายหลังการประชุม ก.บ.ภ. และ ก.น.จ. ว่า ที่ประชุมรายงานการจัดทำบิ๊กดาต้า (Big Data) เป็นภาพรวมใหญ่ของข้อมูลระดับชาติ ที่ทุกกรมมีหมดแล้ว นายกฯ ต้องการให้มีจุดรวมกันหนึ่งจุด เพื่อสามารถใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้าได้ โดยสามารถพยากรณ์ และดึงข้อมูลมาใช้ประโยชน์เพื่อตอบโจทย์ 3 ข้อ คือ 1.ที่ว่าคนไทยจน ใครคือคนจน 2.เราวัดอย่างไร 3.จะช่วยเหลือตอบสนองคนจนได้อย่างไร นายกฯ เห็นว่าควรจัดประชุมแลกเปลี่ยนเรื่องบิ๊กดาต้าให้การทำงานรวดเร็วยิ่งขึ้น

กห.ปลื้มผลงานมั่นคง

ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวหลังการประชุมสภากลาโหมที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธานว่า พล.อ.ประวิตรกำชับให้สร้างสานสัมพันธ์ความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารกับทุกประเทศอย่างสมดุล มุ่งสู่ความเชื่อมั่นเชื่อใจระหว่างผู้นำทหารในทุกระดับเพื่อขจัดเงื่อนไขที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยทั้งด้านความมั่นคงภายใน ด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ทั้งนี้ความสัมพันธ์ในรอบ 3 ปีอยู่ในระดับดีมากทั้งทวิภาคีและพหุภาคี เสถียรภาพมิติความมั่นคงระหว่างประเทศได้รับการเชื่อมั่นและยอมรับจากทุกประเทศ

ลั่นห้ามทำภาพกองทัพเสื่อม

พล.ท.คงชีพกล่าวอีกว่า รมว.กลาโหมกำชับทุกเหล่าทัพเรื่องการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดให้มากขึ้น ถือเป็นภารกิจตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ใช้กลไกร่วมมือกับมิตรประเทศชายแดนติดกัน ประสานงานทั้งด้านการข่าว การสกัดกั้นและปราบปรามร่วมกัน โดยเฉพาะแนวโน้มการกระจายตัวเข้าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ช่วงต้นปี 2561 (2 เดือน) สามารถจับกุมขบวนการลักลอบค้ายาเสพติด ยึดยาบ้าได้มากที่สุดถึง 19 ล้านเม็ด และกำชับหน่วยขึ้นตรงให้รักษาภาพลักษณ์ของทหารและกองทัพ โดยกองทัพจะไม่ปกป้องกำลังพลที่ประพฤติเสื่อมเสีย และสร้างความเสียหายเดือดร้อนต่อสังคม

ฮือฮา “สมชัย” เบนหัวโดดลงสมัครเลขาฯ กกต. อ้อนขอเป็นเรือเล็กคอยประคองเรือใหญ่ รอเชื่อม กกต.ชุดใหม่จัดเลือกตั้งไหลลื่น ยอมถอยไปอีกสปีชีส์ที่ต่ำกว่า เป็นแมงกะพรุนอยู่ในทะเลเดียวกันได้... 27 ก.พ. 2561 03:14 27 ก.พ. 2561 03:22 ไทยรัฐ