วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
5 คนปีนเหยียบโบราณสถานรับทราบข้อหา โพสต์โซเชียลเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์

5 คนปีนเหยียบโบราณสถานรับทราบข้อหา โพสต์โซเชียลเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์

  • Share:

3 หนุ่ม 2 สาว ปีนขึ้นเหยียบโบราณสถานวัดมหาธาตุ พระนครศรีอยุธยา เข้ารับทราบข้อหา ยอมรับทำผิด เผย เหตุตั้งแต่ 28 ม.ค. 61 วันนั้นมีมัคคุเทศก์ตะโกนบอก ส่วนที่โพสต์โซเชียลเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์

เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 26 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักท่องเที่ยวทั้ง 5 คน ที่ถูก นางสาวสุกัญญา เบานิด ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แจ้งความดำเนินคดีนั้น ได้เดินทางมาถึง สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อรับทราบข้อหา โดยทั้ง 5 คนประกอบด้วย 1.นางสาวสลิลทิพย์ แซ่โง้ว อายุ 30 ปี 2.นางสาววิยะณี อาจหาญ อายุ 31 ปี 3.นายบวร อยู่พิทักษ์ อายุ 34 ปี 4.นายพรเทพ วงษ์ชื่น อายุ 29 ปี และ 5.นายยุติวิชษ์ พานทองประเสริฐ อายุ 27 ปี ซึ่งเมื่อมาถึงกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ

พ.ต.อ.สุรพงศ์ ธรรมพิทักษ์ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา พากลุ่มผู้ต้องหาเข้าห้องสอบสวนทันที ภายหลังเสร็จสิ้นการสอบสวน ผู้สื่อข่าวสอบถามกับ นางสาวสุกัญญา ให้สัมภาษณ์ว่า จากการสอบถามกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้ง 5 คน ให้การว่า นัดรวมกลุ่มกันมาท่องเที่ยวที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. 61 ขณะนั้นเดินชมโบราณสถานต่างๆ จนมาถึงบริเวณวัดมหาธาตุ เห็นว่าบริเวณตรงนั้นสามารถปีนขึ้นไปได้ จึงชักชวนกันขึ้นไปเพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึก 

ในตอนนั้นมีมัคคุเทศก์ตะโกนบอกให้ลงมา หลังพากันลงมาจึงได้หันไปเห็นป้ายเตือน รู้สึกตกใจมากและรู้ตัวว่าทำผิด ส่วนการโพสต์รูปลงโซเชียลเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พวกตนยอมรับผิดตามข้อกล่าวหาทุกอย่าง คือ กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 13 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2535 

ซึ่งในข้อ 2 วงเล็บ 4 ระบุไว้ว่า ผู้เข้าชมโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว ต้องไม่ปีนป่ายโบราณสถานหรือทำการใดๆ อันอาจเป็นเหตุให้เกิดความชำรุดเสียหาย หรือก่อให้เกิดความสกปรกและไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยแก่โบราณสถาน และวงเล็บ 6 ไม่กระทำการใดๆ ภายในเขตโบราณสถานอันเป็นที่น่ารังเกียจ หรือเป็นที่เสื่อมเสียต่อศีลธรรมอันดี หรือลบหลู่ดูหมิ่นต่อศาสนาและวัฒนธรรม หรือก่อความรำคาญแก่ผู้เข้าชมอื่นๆ อันมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งให้ทราบว่าจะปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราว เพราะมิได้มีพฤติการณ์หลบหนี และวันนี้ก็ติดต่อขอเข้ามามอบตัวเอง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการส่งผู้ต้องหาทั้งหมดฟ้องศาลในวันที่ 28 ก.พ. 61 

ด้าน พ.ต.ท.ศรุต ระยานนท์ สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฝากประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ช่วยกันสังเกตป้ายเตือนต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่ตามสถานที่เพื่อที่จะได้ปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง หรือหากท่านพบเห็นการกระทำใดๆ อันไม่สมควรจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ให้ช่วยกันตักเตือนหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยกันอนุรักษ์และรักษาสมบัติของชาติอันเป็นสิ่งที่บรรพชนหวงแหน ให้ลูกหลานหรือคนรุ่นหลังได้มาเที่ยวชมกันต่อไป “หากไม่ช่วยกันรักษา ก็ขอร้องว่าอย่าทำลาย” 

อนึ่ง วัดมหาธาตุ นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุแล้ว ยังถือเป็นวัดที่เป็นศูนย์กลางเมืองและเป็นสถานที่จัดพระราชพิธีต่างๆ สมัยกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้