วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เป็นไปได้ไหม? 3 สิ่งที่ ‘สล้าง’ ยอมแลกชีวิต เขาจะจากลาอย่างสูญเปล่าหรือไม่?

เป็นไปได้ไหม? 3 สิ่งที่ ‘สล้าง’ ยอมแลกชีวิต เขาจะจากลาอย่างสูญเปล่าหรือไม่?

  • Share:

“พ่ออยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี ขอจากไปอย่างเกิดประโยชน์ 

ขอให้ทุกคนที่ทราบเรื่อง ช่วยกันคัดค้านรางคู่ขนาด 1 เมตร

รถไฟฟ้ายกระดับ ผลักดันให้สร้างถนน AUTO BAHN
อย่าตำหนิ ขอให้ภูมิใจ ถ้าไม่ทำอย่างนี้
จะไม่มีใครรู้เรื่อง 
เพราะสื่อช่วยกันปกปิดและส่งเสริม”

ข้อความสุดท้ายจาก พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค

หากย้อนกลับไปดูช่วงบั้นปลายชีวิตของ พล.ต.อ.สล้าง อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พล.ต.อ.สล้าง ได้ใช้เวลาว่างหลังเกษียณไปกับเรื่องระบบขนส่งมวลชนอย่างเอาจริงเอาจัง ชนิดที่ว่า หากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ต้องแลกด้วยชีวิต เขาก็ยินยอม อย่างไม่กริ่งเกรงกับความตาย...

พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค


ในช่วงเช้าวันรับศพของ พล.ต.อ.สล้าง นั้น ลูกชายคนเล็กของเขา (พ.ต.ท.เหมจักร บุนนาค สารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลดินแดง) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงผู้เป็นพ่อด้วยความโศกเศร้าว่า “ที่ผ่านมา คุณพ่อมีความเครียดเกี่ยวกับการผลักดันระบบขนส่งมวลชน มาเกือบ 30 ปี และมีบ่นถึงเรื่องแบบนี้หลายครั้ง แต่ไม่คาดคิดว่าบิดาจะตัดสินใจแบบนี้”

ก่อนหน้านี้ ราวๆ ช่วงปลายปี 2555 พล.ต.อ.สล้าง ได้ยื่นหนังสือถึงนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อขอให้ทบทวนมาตรฐานความกว้างของระบบราง โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง 4 เส้นทาง ระยะทาง 4,430 กิโลเมตร งบประมาณ 1.76 แสนล้านบาท จาก 1 เมตร เป็น 1.435 เมตร

โดย พล.ต.อ.สล้าง ได้ให้เหตุผลว่า ขัดกับหลักสากลและกฎหมายระหว่างประเทศ ดังนั้น หากรัฐบาลไทยดำเนินการขัดหลักสากล ย่อมเป็นการขัดขวางการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอาเซียน และจะนำไปสู่การฟ้องร้องให้เพิกถอนโครงการดังกล่าวได้ในอนาคต

ต่อมาเมื่อเข้าสู่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.ต.อ.สล้าง ยังคงเสนอแนวคิดให้ใช้รางขนาด 1.435 เมตร และคัดค้านการใช้ขนาดราง 1 เมตรอีกครั้ง

หากพินิจพิเคราะห์จากจดหมายของ พล.ต.อ.สล้าง ในแง่มุมของระบบขนส่งมวลชน เราจะพบว่า มี 3 ประเด็นหลักๆ ที่ พล.ต.อ.สล้าง ได้เน้นย้ำผ่านการบอกลาครั้งสุดท้ายของท่าน คือ...

1.คัดค้านการสร้างรถไฟรางคู่ขนาด 1 เมตร และสมควรเปลี่ยนเป็นราง 1.435 เมตร!

ทว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ขนาด 1 เมตร อยู่หลายเส้นทาง โดยนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ระบบรางรถไฟที่มีอยู่ในปัจจุบันรวม 4,100 กิโลเมตร เป็นรางเดี่ยวขนาด 1 เมตร จำเป็นต้องสร้างรางคู่ขนาด 1 เมตรเพิ่มเติม เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศกัมพูชา, ลาว, เวียดนาม และเมียนมา มีขนาดราง 1 เมตร เช่นเดียวกับประเทศไทย

ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.สล้าง เขียนจดหมายฉบับสุดท้ายด้วยลายมือ กรณีที่จะให้ประชาชนช่วยกันคัดค้านโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ขนาด 1 เมตรนั้น นายอานนท์ กล่าวว่า “ไม่มีผลกระทบต่อการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เนื่องจากเป็นการก่อสร้างตามนโยบายรัฐบาล”

ส่วนนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้กล่าวในเรื่องเดียวกันนี้ว่า เมื่อปี 2551 ผู้ว่าการ รฟท. ทุกประเทศในอาเซียน ประชุมอาเซียนเกรทร่วมกันที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า และร่วมลงนามร่วมกันถึงการใช้รางรถไฟขนาด 1 เมตร เชื่อมต่อกันได้ในอาเซียน

“ปัจจุบันรถไฟไทยมีรางรถไฟทั่วประเทศกว่า 4,000 กิโลเมตร หากต้องรื้อระบบรางจาก 1 เมตร เป็น 1.435 เมตร ต้องรื้อรางใหม่ทั้งระบบ ต้องใช้งบประมาณมหาศาล” นายทนงศักดิ์ ให้ความเห็น


2.คัดค้านการสร้างรถไฟฟ้ายกระดับ

ผศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) หรือในฐานะผู้เชี่ยวชาญงานก่อสร้างใต้ดินและอุโมงค์ กล่าวกับทีมข่าวไว้อย่างน่าสนใจเกี่ยวกับงบประมาณในการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟฟ้ายกระดับ

“หากวัดราคากันที่อิฐ หิน ดิน ทราย ไม่ว่าอย่างไร งบประมาณในการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินจะต้องมีราคาสูงกว่ารถไฟฟ้ายกยกระดับแน่นอน” 

ผศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

“แต่เราอย่าลืมว่า ผลตอบแทนของโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินจะได้เปรียบรถไฟฟ้ายกระดับ กล่าวให้เห็นภาพง่ายๆ คือ รถไฟฟ้าบีทีเอสเพลินจิต ทุกวันนี้เราไม่สามารถทำประโยชน์ใดๆ จากบริเวณใต้รางรถไฟฟ้าได้ แต่ถ้าเราทำรถไฟฟ้าใต้ดิน เราจะสามารถทำห้างใต้ดินได้ตลอดทั้งแนวเพลินจิตเลยนะครับ โดยไล่มาตั้งแต่มาบุญครอง สยามดิสคัฟเวอรี่ พารากอน เซ็นทรัลเวิล์ด ราชประสงค์ จนไปถึงเอ็มควอเทียร์ ลองคิดดูนะว่า ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจะมากมายขนาดไหน”

“เราต้องคิดหน้า คิดหลัง คิดให้ครบถ้วนทุกด้านครับ เพราะโครงการรถไฟฟ้านั้น มีอายุทั้งหมด 150 ปี ฉะนั้น ถ้าไต่ตรองให้ดีจะพบว่า การสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินมีประโยชน์ และคุ้มค่ากว่าลอยฟ้าด้วยซ้ำ” ผศ.ดร.สุชัชวีร์ แสดงมุมมองตามประสบการณ์ที่จัดเจนมาหลายสิบปี

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากสร้างรถไฟฟ้ายกระดับไปแล้ว บริเวณใต้ดินของรางรถไฟฟ้ายกระดับสามารถสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินได้อีกหรือไม่
?

ผศ.ดร.สุชัชวีร์ ตอบข้อซักถามนี้ว่า “เมื่อทำลอยฟ้าแล้ว ใต้ดินก็ทำไม่ได้อีก เพราะมันติดเสาเข็ม มันเจอสองเด้งเลย หรือถ้าจะทำก็ยุ่งยากมาก ชนิดที่ว่าไม่มีความคุ้มค่าใดๆ และต้องใช้เทคนิคที่มีความซับซ้อนอย่างมาก”

ผศ.ดร.สุชัชวีร์ ยังยืนในมุมมองที่คล้ายคลึงกับ พล.ต.อ.สล้างว่า ในเมืองอันเป็นเขตเศรษฐกิจ ใจกลางเมืองที่มีความหนาแน่นสูง เกินกว่า 2 หมื่นคนต่อตารางกิโลเมตร อย่างไรก็ตาม การสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินนั้น คุ้มค่ากว่าบนดินแน่นอน 

3.สนับสนุนการสร้างถนนออโต้บาห์น โดยให้เหตุผลว่า ถนนแห่งนี้ได้รับการยอมรับจากสากลว่า ประหยัด ปลอดภัย และวิ่งได้โดยไม่จำกัดความเร็ว

หากถามว่า ออโต้บาห์น คืออะไร?

ทีมข่าวได้หาคำตอบข้างต้นว่า ออโต้บาห์น เป็นชื่อเรียกทางหลวงพิเศษในประเทศเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว หากได้ยินคำว่าออโต้บาห์น มักจะนึกถึงทางหลวงในประเทศเยอรมนี

เมื่อถามว่า ออโต้บาห์น พิเศษอย่างไร?

คำตอบก็คือ...


1.ถนนเส้นนี้ สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงถึง 180 – 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยปราศจากข้อจำกัดทางกฎหมาย
2.พื้นถนนแข็งแกร่งเทียบเท่ารันเวย์ และสามารถรองรับการขึ้นลงของเครื่องบินได้
3.ถนนเส้นนี้มีความเรียบและกว้างกว่าถนนปกติ
4.ราดยางมะตอยพิเศษ เพื่อป้องกันการแข็งตัวของผิวถนนในฤดูหนาว
5.ถนนเส้นนี้มีความมั่งคงปลอดภัยและทันสมัยที่สุดในโลก

ด้วยความพิเศษหลากหลายประการ จึงทำให้ถนนแห่งนี้มีค่าบำรุงรักษาสูงถึง 620,000 ยูโร/กิโลเมตร/ปี (ประมาณ 23 ล้านบาท/กิโลเมตร/ปี)

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวถึงประเด็นถนนออโต้บาห์นว่า ถนนแบบออโต้บาห์น เป็นถนนทางยาวที่ไม่มีทางเข้าออกระหว่างทาง ซึ่งรถยนต์สามารถใช้ความเร็วได้ถึง 200 กม./ชม. ในขณะที่ประเทศไทยจะสร้างแบบนั้นก็คงจะลำบาก เพราะต้องมีพื้นที่ว่างเป็นจำนวนมาก และไม่สามารถนำระบบปิดมาใช้ได้ เนื่องจากการก่อสร้างถนนจะต้องมีทางเข้าออกระหว่างทาง ทำให้เกิดชุมชนระหว่างทางที่ถนนผ่าน

“การนำระบบต่างประเทศมาใช้เป็นแนวคิดที่ดี แต่ก็ควรให้เหมาะสมกับประเทศไทยด้วย” นายอาคม ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา


3 สิ่งที่ ‘สล้าง’ ยอมแลกชีวิต
จะเป็นได้หรือไม่...
คำกล่าวจากผู้เกี่ยวข้องข้างต้น
คงเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด...


--- น่ารู้ ---
โดยปัจจุบัน รฟท. มีแผนผลักดันโครงการรถไฟรางคู่ขนาด 1 เมตร รวม 16 เส้นทาง แบ่งเป็นระยะแรก 7 เส้นทาง ได้แก่ 1.รถไฟทางคู่ ช่วง ฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ระยะทาง 106 กิโลเมตร และ 2.ช่วงชุมทางจิระ-ขอนแก่น 187 กิโลเมตร อยู่ระหว่างก่อสร้าง 

ทั้งนี้ เมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา ได้ลงนามสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้างอีก 5 เส้นทาง รวม 702 กิโลเมตร ได้แก่ 1.ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 136 กม. 2.ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 168 กิโลเมตร 3.ช่วงนครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 169 กิโลเมตร 4.ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 145 กิโลเมตร และ 5.ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 84 กิโลเมตร อยู่ระหว่างก่อสร้าง

นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างทางคู่ระยะ (เฟส) ที่ 2 อีก 9 เส้นทาง รวมระยะทาง 2,174 กิโลเมตร ประกอบด้วย 1.ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ 326 กิโลเมตร งบประมาณ 85,345 ล้านบาท 2.ช่วงบ้านไผ่-นครพนม 355 กิโลเมตร 67,965 ล้านบาท 3.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี 167 กิโลเมตร 24,294 ล้านบาท 4.ช่วงสุราษฎร์ธานี-สงขลา 324 กิโลเมตร 57,375 ล้านบาท 

5.ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ 45 กิโลเมตร 8,120 ล้านบาท 6.ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย 285 กิโลเมตร 62,883 ล้านบาท 7.ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ 189 กิโลเมตร 56,837 ล้านบาท 8.ช่วงขอนแก่น-หนองคาย 174 กิโลเมตร 26,663 ล้านบาท และ 9.ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี 309 กิโลเมตร 37,527 ล้านบาท
--- น่ารู้ ---

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้