วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กป้อม' กำชับกองทัพต้อนรับ 'โอไอซี' ลงพื้นที่ดูแก้ไขปัญหาไฟใต้

'บิ๊กป้อม' กำชับกองทัพต้อนรับ 'โอไอซี' ลงพื้นที่ดูแก้ไขปัญหาไฟใต้

  • Share:

โฆษก กห.เผย "บิ๊กป้อม" กำชับกองทัพต้อนรับ "โอไอซี" ลงพื้นที่ดูการแก้ไขปัญหาภาคใต้ เตรียมตั้งศูนย์ไซเบอร์กลาโหม-เหล่าทัพ รับมือสงครามไซเบอร์ โชว์ผลงานความมั่นคงกับอาเซียน 3 ปี ดีเลิศ ย้ำภารกิจโครงการไทยนิยมยั่งยืนฯ 

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.61 ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมว่า ให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ โดยเฉพาะกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 สนับสนุนกระทรวงการต่างประเทศ ในการต้อนรับคณะผู้แทนโอไอซี (OIC) เยี่ยมชมพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้รับทราบความจริงถึงพัฒนาการแก้ปัญหา

รวมทั้งเชื่อมั่นถึงความตั้งใจและจริงใจของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยึดถือแนวทางพระราชทาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" หลักกฎหมายและแนวทางสันติวิธี เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ความสงบสุข ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่อย่างสูงสุด

พล.ท.คงชีพ กล่าวต่อว่า กระทรวงกลาโหมได้ขับเคลื่อนปฏิรูปกองทัพด้านไซเบอร์ต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง และยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศกระทรวงกลาโหม โดยได้จัดทำแผนแม่บทไซเบอร์เพื่อการป้องกันประเทศกระทรวงกลาโหมปี 60-64 และกำหนดให้ไซเบอร์เป็นมิติของสงคราม ที่ต้องจัดเตรียมกำลังและใช้กำลัง เช่นเดียวกับมิติหนึ่งของการสงครามอื่นๆ

โดยปัจจุบันได้จัดตั้งศูนย์ไซเบอร์กลาโหมและ "หน่วยไซเบอร์ระดับปฏิบัติการของแต่ละเหล่าทัพ" โดยอยู่ระหว่างการเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถการปฏิบัติ ทั้งด้านนโยบายและแผนด้านกำลังพล ด้านการปฏิบัติการ ด้านเทคโนโลยีและการวิจัยพัฒนา รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีให้พร้อมในการปฏิบัติ ขณะเดียวกันก็ได้ให้ความสำคัญกับการผนึกกำลังด้านไซเบอร์ สำหรับการผนึกกำลังด้านไซเบอร์ ได้กำหนดเป้าหมายให้มีกำลังพลสำรองไซเบอร์ พร้อมทั้งขยายความร่วมมือและผนึกกำลังกับหน่วยงาน ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เช่น การฝึกไซเบอร์ในการฝึกร่วม/ผสมทางทหาร ภายใต้รหัสคอบร้าโกลด์ 

ที่ผ่านมา "การปฏิรูปกองทัพด้านไซเบอร์ จะเป็นส่วนสำคัญให้กองทัพมีความพร้อม และมีขีดความสามารถในการรับมือกับการโจมตี และการคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งสามารถพัฒนาไปสู่การทำสงครามไซเบอร์ได้ในอนาคต หากขาดการผนึกกำลังด้านไซเบอร์ร่วมกัน โดยกองทัพไม่เตรียมความพร้อม และภาคประชาชนไม่ตระหนักรู้และตื่นตัวในทิศทางเดียวกัน สงครามไซเบอร์จะกระทบต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ชาติ ดังที่เกิดขึ้นเป็นตัวอย่างในหลายประเทศทั่วโลก" พล.ท.คงชีพ กล่าว



พล.ท.คงชีพ กล่าวต่อว่า พล.อ.ประวิตร ได้กำชับทุกเหล่าทัพให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดนร่วมกันให้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภารกิจการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน โดยให้ใช้กลไกความร่วมมือทางทหารกับมิตรประเทศที่มีชายแดนติดกันและกองกำลังป้องกันชายแดน ประสานทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดทั้งด้านการข่าว การสกัดกั้นและปราบปรามร่วมกันในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะแนวโน้มการกระจายตัวเข้าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งห้วงต้นปี 61 (2 เดือน) สามารถจับกุมขบวนการลักลอบค้ายาเสพติด ยึดยาบ้าได้มากที่สุดถึง 19 ล้านเม็ด 



พล.ท.คงชีพ กล่าวอีกว่า รมว.กลาโหมให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ นำศักยภาพของโรงงานอุตสาหกรรมทหารต่างๆ ที่มีขีดความสามารถ รวมทั้งงานวิจัยและพัฒนาซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การผลิตใช้ในราชการและเพื่อการพาณิชย์ในอนาคตได้ มากำหนดเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย และดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เมื่อ 22 พ.ย.60 ที่กำหนดให้เพิ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายอีก 1 ประเภท คือ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ให้เป็นอุตสาหกรรมที่ 11 เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและเพิ่มศักยภาพของประเทศ ลดการพึ่งพาและประหยัดงบประมาณจากการจัดหาผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้