วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แนะนอนหลับ...พิชิตโรคร้าย! : “โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์” เจาะลึกภัยเงียบคร่าชีวิตแบบผ่อนส่ง

“วันนอนหลับโลก World Sleep Day 2018”

หลายคนคงแปลกใจและคิดเหมือนกันว่าการนอนหลับเป็นเรื่องธรรมชาติและเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา แต่ในความเป็นจริงแล้วการนอนหลับ...ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะทำให้ร่างกายได้หยุดพัก ฟื้นฟู ซ่อมแซม และปรับสมดุลต่างๆภายในร่างกาย

เพราะการนอนถือเป็น 1 ใน 3 ปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพที่ดี สมาคมการแพทย์เพื่อการนอนหลับโลก จึงได้กำหนดให้วันศุกร์สัปดาห์ที่สองของเดือน มี.ค.ในทุกๆปี เป็น “วันนอนหลับโลก” เพื่อให้ประชากรทั่วโลกได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับปัญหาการนอนหลับ หากไม่เร่งแก้ไข อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังต่อทั้งสุขภาพทางกาย สุขภาพทางจิต ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บ และอาจรุนแรงถึงขั้นสังเวยชีวิตได้เลยทีเดียว

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกได้มีคำว่า ควรนอนหลับ ให้เพียงพอ ซึ่งจะอยู่ที่วันละ 7-9 ชั่วโมง แต่กลับพบว่าประชากรทั่วโลกร้อยละ 45 เคยมีอาการผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการนอน โดยที่ร้อยละ 35 จะเป็นอาการนอนไม่หลับเป็นสำคัญ ทั้งยังพบด้วยว่าในผู้ที่มีปัญหาการนอนไม่หลับนั้น จะมีปัญหาการขาดงานหรือทำงานด้วยประสิทธิภาพที่ลดลงมากกว่าผู้ที่ไม่มีปัญหาการนอนไม่หลับถึงสามเท่า นอกจากนี้ หากเจาะลึกลงไปอีกจะพบว่าการนอนที่ไม่เพียงพอจะทำให้การเรียนรู้ ความจำ และสมาธิในการทำงานต่างๆลดลงเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่มีปัญหาการนอน

แต่ที่น่ากังวลและเป็นภัยเงียบซึ่งไม่ควรมองข้าม คือเมื่อเราเจาะลงลึกไปอีกจะพบว่าการนอนที่ไม่เพียงพอหรือนอนอย่างไม่มีคุณภาพติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลต่อการก่อโรคในกลุ่มผู้ป่วย ทั้งผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้มีภาวะโรคอ้วนที่จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง เพราะการนอนไม่หลับเป็นปัจจัยที่มีผลต่อระบบการเผาผลาญของร่างกาย ทำให้เกิดความอยากอาหาร รวมไปถึงผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ จิต เช่น ภาวะเครียด โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า และโรคไบโพลาร์ หรือคนสองบุคลิก โดยเฉพาะผู้ที่เป็นผู้ป่วยอยู่เดิมอาจจะทำให้อาการกำเริบได้ ดังนั้น การส่งเสริมให้มีการนอนที่เพียงพอและมีคุณภาพจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยทำให้เราห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บได้

รศ.นพ.ณัฐพงษ์ เจียมจริยธรรม หัวหน้าศูนย์นิทราเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เล่าถึงปัญหาการนอนว่า ปัจจุบันปัญหาการไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน นั้น เกิดจากหลายปัจจัย เช่น การใช้ชีวิตอยู่กับอินเตอร์เน็ต ดูคลิปวีดิโอต่างๆ ดูซีรีส์ หรือการเล่นสมาร์ทโฟน รวมไปถึงการทำงานก่อนนอน ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้วการทำงานหรือการใช้สมาร์ทโฟนควรทำก่อนเข้านอนประมาณ 4 ชั่วโมง เพราะไม่เช่นนั้นร่างกายจะรู้สึกตื่นตัว และนอนไม่หลับ โดยเฉพาะแสงสีฟ้าจากสมาร์ทโฟนที่มีผลทำให้รู้สึกนอนหลับยาก แต่สิ่งสำคัญและไม่ควรมองข้ามคือ การนอนไม่หลับอาจเกิดจากการที่ร่างกายมีภาวะและโรคบางอย่างที่ทำให้การนอนด้อยคุณภาพ

“สำหรับภาวะที่ต้องคำนึงคือ ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับจากการอุดกั้นและภาวะการนอนกรน ซึ่งมีสาเหตุมาจากผู้ป่วยมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับจากการอุดกั้นทำให้ช่องคอปิดมากกว่าคนปกติ เช่น คางเล็ก ลิ้นใหญ่ ต่อมทอนซิลโต หรือเนื้อเยื่อช่องคอหนาทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนแคบ โดย เฉพาะคนอ้วนที่เนื้อ เยื่อไขมันจะกระจายรอบคอทำให้รูปร่างช่องทางเดินหายใจแคบลง เป็นต้น ส่วนโรคที่น่ากังวลคือ โรคลมหลับ ที่ถึงแม้จะพบน้อยในประเทศไทยคือประมาณ 300 ราย แต่ โรคลมหลับมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่ขับรถเพราะอาการของผู้ป่วยจะมี 3 อาการเด่น คือ 1.สามารถหลับได้ขณะคุย ร่างกายหลับไปเลยเหมือนเป็นลม 2.มีอาการผลอยหลับนั่งหน้าชั้นเรียนก็หลับได้ และ 3.เกิดภาวะผีอำคือร่างกาลมีการหลับแล้วฝันเร็ว จึงเกิดอาการเกร็งจนทำให้เข้าใจผิดว่าผีอำแต่จริงๆแล้วเป็นการที่ร่างกายเหนื่อยล้า ดังนั้น หากมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจ รักษา เพราะหากปล่อยไว้จะทำให้เป็นโรคหัวใจ ซึ่งขณะนี้พบว่าในไทยมีผู้ป่วยโรคหัวใจเพิ่มมากขึ้น” หัวหน้าศูนย์นิทราเวชฯ ขยายภาพถึงปัญหาการนอนไม่เพียงพอและภัยที่ต้องเฝ้าระวัง รวมถึงผลอันก่อให้เกิดโรคต่างๆ

รศ.นพ.ณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังคือกลุ่มคนที่ทำงานเป็นกะ ไม่ได้ทำงานตามเวลาปกติ เช่น เปลี่ยนกะทำงานทุกๆ 3 วัน ซึ่งจะมีปัญหามาก เพราะทำให้วงจรชีวิตไม่คงที่ โดยที่ผ่านมามีการศึกษาในกลุ่มพยาบาลของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่เปลี่ยนกะเข้าเวรบ่อยๆ มีปัญหาโรคลําไส้แปรปรวน ท้องเสีย และมีการศึกษาในประเทศสแกนดิเนเวีย พบการเกิดเนื้องอกบางชนิดขึ้น ดังนั้น อยากให้ทุกคนเห็นความสำคัญของนาฬิกาชีวิตในการนอน ตามที่ได้กำหนดสโลแกนวันนอนหลับโลกปี 2561 คือ “หลับเป็นเวลา ตามนาฬิกาชีวิต พิชิตโรคร้าย ร่างกายแข็งแรง” ซึ่ง รพ.จุฬาลงกรณ์ จะมีการจัดงานในวันที่ 3 มี.ค. ที่สวนลุมพินี

ทีมข่าวสาธารณสุขเห็นด้วยกับการให้ความสำคัญกับการนอนอย่างมีคุณภาพ เพราะการนอนเป็น 1 ใน 3 ปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้เรามีสุขภาพที่ดี และการมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงก็ถือเป็นสุดยอดความปรารถนาของทุกคนไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากดีมีจน ทั้งยังถือเป็นการป้องกันโรคขั้นพื้นฐานที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง

แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือการเพิ่มองค์ความรู้ให้ประชาชนได้รู้ และเข้าใจถึงการนอนที่มีคุณภาพว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร เพื่อทำให้ประชาชนได้พ้นจากโรคร้ายที่สามารถป้องกันได้

คงน่าเศร้าหากมีแม้เพียงหนึ่งคนที่ต้องสังเวยชีวิต ด้วยโรคที่มาจากการนอนอย่างด้อยคุณภาพ

เพียงเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์...

ทีมข่าวสาธารณสุข

หลายคนคงแปลกใจและคิดเหมือนกันว่าการนอนหลับเป็นเรื่องธรรมชาติและเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา แต่ในความเป็นจริงแล้วการนอนหลับ...ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะทำให้ร่างกายได้หยุดพัก ฟื้นฟู 26 ก.พ. 2561 10:39 ไทยรัฐ