วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำไมต้องคว่ำ 7 ว่าที่ กกต.

หวังดี หรือประสงค์ร้าย

ไปแวะสูดโอโซนเสียหลายวัน เพื่อให้กระชุ่มกระชวยและหวังว่าประเทศไทยน่าจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นบ้าง

ยังไม่มีอะไรครับ...หวย 30 ล้านยังไม่จบ ป้าทุบรถก็กำลังสนุก “เปรมชัย เสือดำ” ยังหาตัวไม่เจอ นาฬิกาหรู ยืมเงินเพื่อน 300 ล้านทำท่าจะจางๆไป

คำตอบเหล่านี้คืออะไรรู้มั้ยครับ...

ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนพัวพันแทบทุกเรื่อง มิฉะนั้นเหตุเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้นมาจนจะกลายเป็นปัญหาโลกแตกเข้าไปแล้ว

คือแก้ไขอะไรไม่ได้สักเรื่อง

แม้แต่การขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ซึ่งในวันที่ 1 มี.ค.2561 ถือว่าเป็นวันสำคัญ เนื่องจากคำสั่ง คสช. ม.44 ที่ให้พรรคการเมืองใหม่ทุกพรรคไปแสดงตัวตนกับ กกต. เป็นการเริ่มต้นทางการเมืองยกแรก

1 เม.ย.2561 เป็นยกต่อไปของพรรคการเมืองเก่า

แต่ยังไม่ทันขึ้นยกแรกก็ปรากฏเกิดเหตุกลายเป็นยกสุดท้ายไปเสียฉิบ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นไปได้

เหตุก็เพราะ สนช.ลงมติท่วมท้นไม่เอาว่าที่ กกต. 7 คน ที่ผ่านการสรรหามาแล้วทั้ง 2 ส่วน แม้ว่าเคยมีมติรับรองในการเริ่มต้นกระบวนการลงมติเห็นชอบเพื่อนำไปสู่การตรวจสอบคุณสมบัติก่อนที่จะลงมติเอาไม่เอา

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องเริ่มต้นกระบวนการใหม่ทั้งหมด ถ้าเป็นไปตามนี้ก็จะเกิดปัญหาแน่ จะมีความพยายามแก้ลำด้วยการบอกว่ามีทางแก้อยู่ 2 ทาง

1.ให้ กกต.ชุดเก่า 5 คน ที่ถูกเซ็ตซีโร่ไปแล้วทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้ 7 คนใหม่

2.คณะกรรมการสรรหาสามารถตั้ง กกต.ชุดใหม่ได้เลยโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการสรรหา อันนี้พูดง่ายทำง่าย แต่ก็จะเกิดปัญหาการไม่ยอมรับ และเกิดความเสียหายต่อ กกต.ชุดใหม่

2 ประเด็นนี้ก็คงไม่ใช่ปัญหาทางการเมืองสำคัญ แต่ประเด็นสำคัญก็คือข้อครหาที่พุ่งไปสู่ คสช. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นั่นคือข้อครหาว่าเป็นการ “สมคบคิด” ระหว่าง สนช.กับ คสช. เพื่อให้การเลือกตั้งล่าช้าออกไปตามเข็มมุ่งทางการเมือง

แบบนี้ก็เข้าทางฝ่ายต่อต้าน คสช. ซึ่งกำลังเร่งรณรงค์ด้วยวิธีการต่างๆนานา เพื่อต้องการให้มีการเลือกตั้งเร็วที่สุด

เขาว่า...เลือกพรุ่งนี้ได้เลยก็ยิ่งดี

จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม สนช. ลงมติคว่ำรายชื่อว่าที่ 7 กกต. และทำให้ 7 คนนี้หมดสิทธิ์ที่จะได้เป็น กกต. เนื่องจากไม่ผ่านขั้นตอน การลงมติของ สนช. ก็ถือว่าขาดคุณสมบัติไปโดยปริยาย

มีการตั้งข้อสังเกตว่า การทำเช่นนี้ของ สนช. ก็เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดปัญหาภายหลังหากให้คำรับรองโดยเน้นไปที่การสรรหาของศาลยุติธรรมได้ตัวแทน 2 คน

เนื่องจากมีปัญหาขัดแย้งกันว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากต้องลงมติอย่างเปิดเผย แต่เห็นว่าเป็นการดำเนินการในลักษณะลับมากกว่า

ชี้ว่านี่เป็นความหวังดี มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาภายหลังได้

จากนี้ไปก็ต้องดูว่าทางศาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะหากเปลี่ยนวิธีใหม่ก็เท่ากับหักล้างกลับที่ดำเนินการไปแล้วและยังยืนยันว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้ว

แต่ในวงสังคมการเมืองต่างส่งเสียงไปทางเดียวกันว่าไม่ใช่เหตุผลนี้ แต่เหตุผลจริงๆ เพราะมี “มือที่มองไม่เห็น” สั่งให้ล้มโต๊ะเพื่อยืดเวลาเลือกตั้งและต้องได้ “คนที่ใช่” เท่านั้น

พอไม่เชื่อถือแล้ว...พูดให้ตายก็ไม่มีใครเชื่อมันเป็นเสียอย่างนี้แหละ.

“สายล่อฟ้า”

ยังไม่มีอะไรครับ...หวย 30 ล้านยังไม่จบ ป้าทุบรถก็กำลังสนุก “เปรมชัย เสือดำ” ยังหาตัวไม่เจอ นาฬิกาหรู ยืมเงินเพื่อน 300 ล้านทำท่าจะจางๆไป 26 ก.พ. 2561 10:12 ไทยรัฐ