วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วันที่พร้อมจะเลือกตั้ง

หลังจากที่ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พลิกล็อก ลงมติไม่รับ กกต. 7 คน ที่ผ่านการสรรหา ด้วยคะแนนเสียงเกินครึ่งสภา แม้จะอ้างว่า “ไม่มีใบสั่ง” แต่เห็นคะแนนเสียงที่ออกมาในทิศทางเดียวกันแล้ว คงไม่มีใครเชื่อคำพูดของ สนช. ทำให้สังคมเริ่มสงสัย ประชาชน นักธุรกิจ นักลงทุน ต่างถามเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้นปีหน้าจะมีการเลือกตั้งตามสัญญาหรือไม่ หรือจะเลื่อนออกไปอีก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. คงได้ยินเสียงสะท้อนเหล่านี้ โดยเฉพาะเสียงจาก นักธุรกิจใหญ่ ที่รัฐบาลเชิญมาเป็นแนวร่วมประชารัฐมากมาย

ค่ำวันศุกร์ พล.อ.ประยุทธ์ จึงพูดผ่านรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ในเรื่องนี้ โดยอ้างผลสำรวจของ “ซูเปอร์โพล” ซึ่งเป็นโพลที่มีผลสำรวจว่าประชาชนชอบรัฐบาลทหารเป็นประจำว่า มีประชาชนร้อยละ 36 หรือ 1 ใน 3 ไม่รู้ และไม่ขอตอบเรื่องความรู้ที่มี ต่อประชาธิปไตย แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ก็ถามต่อว่า สังคมของเราได้ให้ความรู้เรื่องของประชาธิปไตยกันมากพอหรือยัง ใครที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงโรงเรียนหรือรัฐบาล แต่ประชาธิปไตยต้องเริ่มจากที่บ้าน อยู่ในสายเลือด ในจิตสำนึก

ผมคิดว่า ประเทศไทยวันนี้ประชาธิปไตยในบ้านเจริญก้าวหน้าไปมาก มากกว่าประชาธิปไตยที่มีอยู่ในประเทศนี้เสียอีก พูดเรื่องการเมือง พูดเรื่องรัฐบาล ต้องพูดกันในบ้าน ห้ามพูดนอกบ้าน อาจถูกเชิญไปปรับทัศนคติได้ ความไม่รู้เรื่องประชาธิปไตยในประเทศไทย ปัญหาจึงไม่ได้ อยู่ที่บ้าน รัฐบาลน่าจะให้คำตอบได้ดีกว่า 3 ปี 6 เดือน ที่ปกครองบริหารประเทศ รัฐบาลได้ให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตยแก่ประชาชนเพียงพอหรือยัง

การที่ ประชาชนร้อยละ 36.6 หรือ 1 ใน 3 ให้คำตอบกับ “ซูเปอร์โพล” ที่มาถามเรื่องประชาธิปไตย โดยตอบว่า “ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่ตอบ” ผมคิดว่าน่าจะเป็นคำตอบได้เป็นอย่างดีว่า การตอบแบบนี้เป็นเพราะประชาชนไม่รู้เรื่องประชาธิปไตย หรือว่าตอบ เพราะไม่อยากให้ตัวเองมีปัญหา มากกว่าจะไม่รู้เรื่องประชาธิปไตยจริงๆ ดูอย่างกิจกรรม “วีวอล์ก” การเดินรณรงค์เพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้เรื่องสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย ก็ยังถูกรัฐบาลขัดขวางจนต้องไปร้อง ศาลปกครองสูงสุด และ ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาว่า ไม่ผิดกฎหมาย จึงได้เดินถึงจุดหมายปลายทาง

ยิ่งไปดู ผลโพล ของ “ซูเปอร์โพล” ในเรื่อง ประชาธิปไตย ที่ พล.อ.ประยุทธ์ อ้างถึง ก็ยิ่งเห็นชัด โดยโพลถามถึงความชอบต่อประชาธิปไตยแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้หรือแบบใด คำตอบที่ออกมาจึงเป็นคำตอบที่ พล.อ.ประยุทธ์ ฟังแล้วพึงพอใจ คือ คนจำนวนมาก หรือ ร้อยละ 41.3 ตอบว่า ชอบประชาธิปไตยแบบที่เป็นอยู่นี้ แต่ ร้อยละ 58.7 ตอบว่า ต้องการประชาธิปไตยแบบสงบสุข แบบพอเพียง ไม่มีคอร์รัปชัน (ฟังแล้วคุ้นๆไหมครับ)

เมื่อจำแนกตามเพศ ผู้หญิงร้อยละ 42.2 ชอบประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ตอนนี้ และ ผู้ชายร้อยละ 40.3 ชอบประชาธิปไตยแบบสงบสุข แบบพอเพียง ไม่มีคอร์รัปชัน

โพลอย่างนี้ นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ชอบแน่นอน

พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้พูดถึง “วันเลือกตั้ง” ที่สังคมประชาธิปไตยสงสัยด้วยว่า ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทุกฝ่าย ทั้ง พรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และ กกต. ในระหว่างนั้น ครม. จะแจ้ง คสช. ให้เชิญ กกต. กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึง พรรคการเมือง มาพูดคุยหารือกันว่า การเลือกตั้งควรจะเกิดขึ้นเมื่อใด วันเวลาที่ทุกฝ่ายพร้อม ทุกฝ่ายเห็นพ้องกัน แล้วถือเป็นวาระแห่งชาติ นอกจากนี้ ทุกฝ่ายต้องช่วยกันรักษาบรรยากาศความมีเสถียรภาพของประเทศ ต้องไม่ขัดแย้ง ไม่แบ่งฝ่ายกันอีกต่อไป แล้วก็ต้องสัญญาว่า หลังการเลือกตั้ง เราจะมีฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่จะต้องร่วมมือกัน ทำในสิ่งที่ประเทศชาติและประชาชนทั้งประเทศต้องการ

ฟัง หัวหน้า คสช. พูดถึง วันเลือกตั้ง แล้ว คงต้องไปใช้ ซุปเปอร์เอไอ ตีความ

จะได้วันเลือกตั้งเมื่อไหร่แน่???

“ลม เปลี่ยนทิศ”

หลังจากที่ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พลิกล็อก ลงมติไม่รับ กกต. 7 คน ที่ผ่านการสรรหา ด้วยคะแนนเสียงเกินครึ่งสภา แม้จะอ้างว่า “ไม่มีใบสั่ง” แต่เห็นคะแนนเสียงที่ออกมาในทิศทางเดียวกันแล้ว... 26 ก.พ. 2561 10:06 27 ก.พ. 2561 11:02 ไทยรัฐ